Get Adobe Flash player
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.007gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.011gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.012gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.005gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.003gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.009gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.008gk-is-87.jpglink
«
»
Loading…

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 72 guests and no members online

2016-07-17 สีอาภรณ์ที่ใช้ในพิธีกรรม

พี่น้องหลายท่านคงเคยสังเกตนะครับว่าในแต่ละมิสซาทำไมเราจึงเห็นพระสงฆ์สวมสีเสื้ออาภรณ์ที่แตกต่างกันบางครั้งเราเห็นพระสงฆ์สวมอาภรณ์สีเขียวบ้างสีแดงบ้างหรือสีม่วงตามโอกาสต่างๆแล้วทำไมจึงเป็นไปเช่นนี้? วันนี้พ่อจึงขออธิบายและให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้กันสักเล็กน้อยนะครับ

พระศาสนจักรโรมันคาทอลิกของเรากำหนดสีอาภรณ์ที่ให้ใช้ในพิธีกรรมไว้ทั้งหมด6 สีได้แก่สีขาวแดงเขียวม่วงดำและกุหลาบโดยการใช้สีเหล่านี้นั้นมีการระบุไว้ในหนังสือ“ข้อแนะนำทั่วไปเกี่ยวกับมิสซา” แต่ก็ไม่เป็นกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัดตายนักดังนี้

สีขาวหรือสีทองเป็นสีที่บ่งบอกถึงความยินดีการผ่านจากบาปหรือความตายไปสู่ชีวิตใหม่(ปัสกา) เป็นสีแห่งความสะอาดบริสุทธิ์และสีแห่งความเป็นพรหมจรรย์  ดังนั้นพระสงฆ์จะสวมอาภรณ์สีขาวนี้ในพิธีทำวัตรในมิสซาวันสมโภชปัสกาวันคริสตสมภพวันสมโภชและฉลองนักบุญทั้งหลายเช่นวันสมโภชแม่พระสมโภชนักบุญยอห์นบัสติสตาวันฉลองนักบุญยอห์นอัครสาวกฉลองธรรมสาสน์นักบุญเปโตรอัครสาววกและวันฉลองการกลับใจของนักบุญเปาโลเป็นต้น

สีดำเป็นสีที่ตรงกันข้ามกับสีขาวเป็นสีที่บ่งบอกถึงความทุกข์โศกการปฏิเสธการขาดแคลนและการใช้โทษบาปดังนั้นพระสงฆ์จะสวมอาภรณ์สีดำนี้ในเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้าและเทศกาลมหาพรตแต่ต่อมาเปลี่ยนมาใช้สีม่วงแทนและใช้สีดำในพิธีกรรมของผู้ล่วงลับ(อาจใช้สีม่วงแทน) ปัจจุบันสีดำนี้จึงไม่ค่อยนิยมมีการใช้มากนักในพิธีกรรม

สีแดงเป็นสีที่หมายถึง  ไฟเลือดชีวิตและการยอมตายเป็นมรณสักขีซึ่งเป็นผลมาจากความรักดังนั้นพระสงฆ์จะสวมอาภรณ์สีแดงนี้ในวันอาทิตย์พระมหาทรมานของพระเยซูเจ้าวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์วันสมโภชพระจิตเจ้าวันฉลองวันเกิดใหม่ในสวรรค์ของบรรดาอัครสาวกบรรดาผู้นิพนธ์พระวรสาร(ยกเว้นยอห์นอัครสาวก) และบรรดามรณสักขีทั้งหลาย

สีเขียวเป็นสีที่หมายถึงความสดชื่นการเติบโต  เป็นสีที่ยังแสดงออกถึงความหวังพระหรรษทานและการรับความรอดพ้นจากการกอบกู้ของพระเยซูคริสตเจ้าดังนั้นพระสงฆ์จะใส่อาภรณ์สีเขียวนี้ในพิธีทำวัตรและมิสซาตลอดเทศกาลธรรมดา

สีม่วงเป็นสีที่หมายถึงความทุกข์โศกการใช้โทษบาปและการผ่านจากความมืดมนหรือความบาปไปสู่ความสว่างดังนั้นพระสงฆ์จะสวมอาภรณ์สีม่วงนี้ในเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้าเทศกาลมหาพรตและใช้สีม่วงนี้ในพิธีกรรมของผู้ล่วงลับเพื่อเตือนใจว่าเมื่อผู้ล่วงลับได้ผ่านความมืดมนหรือความบาปของตนแล้วผู้ล่วงลับจะได้ไปพบกับความสว่างหรือความรักของพระเจ้านั่นเอง

สีกุหลาบหรือชมพูเป็นสีที่หมายถึงความยินดีหรือความชื่นบานโดยพระสงฆ์จะสวมอาภรณ์สีกุหลาบนี้แทนสีม่วงในอาทิตยที่3 ของเทศกาลเตรียมเสด็จพระคริสตเจ้าและอาทิตย์ที่4 ของเทศกาลมหาพรตเพื่อแสดงให้เห็นว่าแม้อยู่ในเทศกาลแห่งความทุกข์โศกและการใช้โทษบาปเราก็มีความชื่นชมยินดีอยู่บ้างเพราะใกล้ถึงวันแห่งการฉลองคริสตสมภพและปัสกาแล้วแต่อย่างไรก็ตามสีกุหลาบนี้ก็ไม่ได้มีการบังคับให้ใช้อย่างเคร่งครัดนัก

...คุณพ่อปลัด...

และนี่เหละครับเหตุผลว่าทำไมเราจึงเห็นพระสงฆ์ใส่สีเสื้ออาภรณ์ที่แตกต่างกันในมิสซาตามเทศกาลต่างๆโดยสีอาภรณ์เหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บรรดาพี่น้องสัตบุรุษได้เตรียมจิตใจและเข้าถึงสาระสำคัญตามความหมายของเทศกาลต่างๆอย่างดีนั่นเอง(เรียบเรียงจากหนังสือสิ่งน่ารู้ในพิธีกรรม)