Get Adobe Flash player
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.007gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.011gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.012gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.005gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.003gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.009gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.008gk-is-87.jpglink
«
»
Loading…

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 51 guests and no members online

2017-09-17 การให้อภัย

สวัสดีครับพี่น้องที่รัก พบกันเช่นเคยในคอลัมน์ “คิดสักนิด..สะกิดใจ” ในอาทิตย์ที่ 24 ของเทศกาลธรรมดา ซึ่งในพระวาจาของพระเจ้าในคำอุปมาที่พระเยซูเจ้าทรงเล่าในพระวรสารวันนี้ เตือนเราถึงหน้าที่และพันธกิจสำคัญของการเป็นคริสตชน นั่นคือ เรื่องการให้อภัย แม้การให้อภัยในความเป็นจริงแล้ว จะเป็นเรื่องที่ยากลำบากเสมอทั้งแนวคิดและการปฏิบัติ เพราะเรามักคุ้นเคยกับการแก้แค้นผูกพยาบาทแบบ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” ที่ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกของมนุษย์ แต่พระเยซูเจ้าทรงสอนเราในทางตรงกันข้ามว่า หากเราต้องการจะพบกับความสุขและสันติสุขภายในจิตใจได้อย่างแท้จริง เราต้องรู้จัก “ยกโทษและให้อภัยผู้อื่นด้วยใจจริง” ดังคำอุปมาที่พระองค์ทรงเล่าในพระวรสารที่ชี้ให้เห็นถึงจำนวนเงินมหาศาลที่คนรับใช้เป็นหนี้กษัตริย์ และไม่อาจใช้คืนได้หมดชั่วชีวิตของเขา ซึ่งแตกต่างจากเงินเพียงเล็กน้อยที่เพื่อนของเขาเป็นหนี้เขาอยู่ สิ่งนี้จึงทำให้เราตระหนักว่า ความผิดที่คนอื่นทำผิดต่อเรานั้นเทียบกันไม่ได้เลยกับความผิดที่เราทำต่อพระเจ้า แต่กระนั้นก็ดี พระเจ้าก็ทรงพระทัยเมตตากรุณา และทรงพร้อมที่จะอภัยความผิดของเราเสมอ เราจึงต้องให้อภัยคนอื่นด้วยเช่นเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องมีความกระตือรือร้นที่จะให้อภัยเสมอให้อภัยกับทุกคนและตลอดไป เหมือนดังบทข้าแต่พระบิดาที่เราสวดด้วยหัวใจว่า “โปรดประทานอภัยแก่ข้าพเจ้า เหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น” (มธ 6:12) เพราะแต่ละคนล้วนเป็นคนบาป และเราแต่ละคนก็เคยกระทำความผิดมาด้วยกันทั้งนั้น เราต้องพร้อมที่จะให้อภัย และใครก็ตามที่บอกว่า “ฉันให้อภัยคุณนะ แต่ฉันจะไม่มีวันลืม” นั่นแสดงให้เห็นว่า เขาไม่ได้ให้อภัยเลย มีพระสงฆ์อเมริกาคนหนึ่งเคยเทศน์ได้อย่างน่าคิดว่า “พวกเราบางครั้งมักลืมวันเกิดของคนบางคน บางครั้งเราลืมชื่อของเขาเสียด้วยซ้ำ เราลืมนัดหมาย บางทีเรายังเคยลืมแม้กระทั่งคนที่เรารักมากๆ ได้ แต่พวกเรามักจะไม่เคยลืม “การถูกทำร้าย” “ความแค้น” และบางคนอาจทำเป็นว่า ลืมได้แล้ว แต่ไม่นานนัก ความแค้นใจก็จะกลับมาอีกเสมอ” ดังนั้น เราจึงต้องรู้จักให้อภัยและลืมความผิดของกันและกันด้วยหัวใจ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดและพ่อมักจะคิดเสมอเมื่อพูดถึง เรื่องของการให้อภัย ก็คือเรื่องราวของสมเด็จสันตะปาปา ยอห์น ปอลที่ 2 ที่สอนเราว่า เรื่องการให้อภัยนั้นเป็นไปได้ คือ เมื่อ 30 กว่าปีก่อน ในวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 1981 ซึ่งก็ตรงกับวันฉลองแม่พระประจักษ์ที่ฟาติมา พระองค์ทรงถูกชายชาวตรุกีคนหนึ่งชื่อ อาลี อักกา ลอบปลงพระชนม์ที่ลานมหาวิหารนักบุญเปโตร  และหลังจากที่พระองค์ทรงรักษาตัวให้หายแล้ว พระองค์ได้ทรงนำกระสุนที่ยิงพระองค์ไปวางไว้ที่มงกุฏของแม่พระที่ฟาติมา และเสด็จไปพบกับนาย อาลี อักกาในคุก เพื่อให้อภัย ยกโทษและสวมกอดเขา จนทำให้คนทั้งโลกมองเห็นพระเยซูเจ้าที่กำลังมีชีวิตอยู่จริงในโลก ต่อมา อาลี อักกา ถึงกับบอกว่าพระสันตะปาปา ยอห์น ปอลที่ 2 นี้ ทรงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเขา ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะการอภัยของพระองค์

...คุณพ่อปลัด..