Get Adobe Flash player
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.007gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.011gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.012gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.005gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.003gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.009gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.008gk-is-87.jpglink
«
»
Loading…

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 88 guests and no members online

2017-09-03 การเลิกนึกถึงตนเอง

สวัสดีครับพี่น้องที่รัก พบกันอีกครั้งในคอลัมน์คิดสักนิด..สะกิดใจในอาทิตย์ที่ 22 ของเทศกาลธรรมดา วันนี้ในพระวรสารพระเยซูเจ้าทรงสอนเราอย่างชัดเจนว่าจงเลิกคิดถึงตนเอง แบกไม้กางเขนของเราและติดตามพระองค์ซึ่งสำหรับพ่อแล้ว การเลิกนึกถึงตนเองเป็นสิ่งที่ยากและสำคัญที่สุด เพราะเราคงไม่ยอมแบกไม้กางเขน และติดตามพระองค์ไปแน่นอน ถ้าเรายังมัวแต่คิดถึงตนเอง

การคิดถึงตนเอง นั่นหมายถึงอะไร? การคิคถึงตนเอง หมายถึง การวางตนเองเหนือกว่าคนอื่น  ทั้งความคิด วาจา และกิจการ เป็นการหาประโยชน์ใส่ตนเอง โดยไม่สนใจว่าคนอื่นจะได้รับผลกระทบอย่างไร แต่จะสนใจเพียงเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเองและทางโลก ทั้งเรื่องการกิน การดื่ม การหาความสนุกสนาน ชีวิตของคนที่คิดถึงตนเองจึงไม่เคยรู้สึกเพียงพอทั้งในเรื่องของอำนาจ ชื่อเสียง เงินทอง และเกียรติยศ ซึ่งแบบนี้เหละทั้งหมดเรียกว่าการคิดถึงตนเองซึ่งแน่นอน แม้การคิดถึงตนเอง อาจเป็นเรื่องที่บาปและไม่ผิดอะไร เพราะเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของเรามนุษย์ที่เรารักตนเองและมักเอาตนเองเป็นศูนย์กลางของชีวิตเสมอ แต่หากเราต้องการเป็นศิษย์ที่ดีของพระเยซูเจ้าและติดตามพระองค์ได้อย่างใกล้ชิด เราต้องไม่ปล่อยชีวิตของเราให้เป็นทาสของความคิด และการกระทำเหล่านี้ แต่เราต้องทำให้ชีวิตของเราอิสระ เพื่อเราจะได้แบกไม้กางเขนและติตดามพระองค์ไปได้

ดังเช่นในวันนี้ เราจะพบว่านักบุญเปโตรได้อยู่ในสภาพของการคิดถึงตนเองมากเกินไป ท่านจึงกล่าวทัดทานพระเยซูเจ้าว่า ขอเถิด พระเจ้าข้า เหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นกับพระองค์ แต่พระองค์ทรงเตือนและให้สติท่านว่า เจ้าซาตาน ถอยไป เจ้าไม่คิดอย่างพระ แต่คิดอย่างมนุษย์ พวกเราก็เช่นกัน อย่าเผลอที่จะคิดถึงแต่เพียงตนเอง แต่จงระวังตัวเสมอ เพื่อเราจะได้ไม่ตกเป็นทาสของตนเองและฝีปีศาจ เราจึงต้องพิจารณาตนเองเสมอๆและบ่อย ว่าในแต่ละวันของเรา เราตกเป็นทาสของคำว่า ฉันมากน้อยแค่ไหน เพราะอย่าลืมว่า เมื่อเราคิดถึงแต่ตนเอง เราจะไม่สามารถแบกกางเขนได้

มีเรื่องเก่าแก่เรื่องหนึ่งที่เล่าถึงชีวิตในปั้นปลายของนักบุญเปโตรไว้ว่า ในระหว่างการเบียดเบียนศาสนาคริสต์ในสมัยจักรพรรดิเนโร บรรดาคริสตชนแห่งโรมได้ขอร้องให้นักบุญเปโตรหนีออกจากโรม โดยให้เหตุผลว่า ชีวิตของท่านมีค่าต่อพระศาสนจักร ดังนั้น ท่านจงหนีไปเถิดไปยังที่ปลอดภัยเปโตรจึงรีบหนีออกจากโรมโดยใช้ถนนแห่งหนึ่งในกรุงโรม และในระหว่างทางนั้น ท่านพบกับพระเยซูเจ้าที่กำลังเดินสวนทางกับท่าน จึงถามพระองค์ว่า พระเจ้าข้า พระองค์จะไปไหน พระองค์จึงตรัสตอบว่า เราจะกลับไปที่โรมและถูกตรึงกางเขนอีกครั้งหนึ่ง แล้วพระองค์ก็ตรัสถามต่อไปว่า แล้วเจ้าละ จะไปไหน?” เปโตรถึงกับร้องไห้และเข้าใจทันทีว่า ท่านคิดถึงตนเองมากไป ท่านควรแบกกางเขน ติดตามพระองค์ไป ท่านจึงหันหลังกลับไปที่โรมอีกครั้งหนึ่ง ที่นั่น ท่านถูกจับและถูกประหารชีวิตด้วยการตรึงไม้กางเขน เอาศีรษะลงดิน เพราะท่านเห็นว่า ท่านไม่สมควรที่จะตาย ในลักษณะเหมือนพระอาจารย์เจ้า

            ดังนั้น ในทุกวันนี้ถนนสายเก่าแก่เส้นนี้ของกรุงโรมที่มีชื่อชื่ออับปีอาจึงมีวัดแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า “Quo Vadis, Domine?” ซึ่งแปลเป็นภาษาลาตินว่าพระเจ้าข้า พระองค์จะไปไหนสร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์เตือนใจคริสตชน เรื่องการแบกไม้กางเขนของพระเยซูเจ้า และเป็นการเตือนใจเราด้วยเช่นกันว่า เราจะพร้อมไหม? ที่แบกไม้กางเขนและติดตามพระองค์ไป โดยลืมเองในทุกๆ วัน

...คุณพ่อปลัด...