Get Adobe Flash player
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.007gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.011gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.012gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.005gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.003gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.009gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.008gk-is-87.jpglink
«
»
Loading…

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 28 guests and no members online

2017-02-19 การให้อภัย

สวัสดีครับพี่น้องที่รักพบกันอีกครั้งนะครับกับคอลัมน์คิดสักนิด..สะกิดใจในอาทิตย์ที่7 ของสัปดาห์ธรรมดาอาทิตย์นี้ในพระวรสารพระเยซูเจ้าทรงเราสอนในสิ่งพิเศษซึ่งมีความแตกต่างจากความคิดหรือคำสอนของคนทั่วๆไปที่เขาทำกันคนอื่นอาจสอนว่า“ตาต่อตาฟันต่อฟัน”แต่พระเยซูเจ้าทรงสอนว่าอย่าตอบโต้คนชั่วผู้ใดตบแก้มขวาของท่านจงหันแก้มซ้ายให้เขาด้วยผู้ใดฟ้องท่านที่ศาลเพื่อหว้งเสื้อยาวของท่านก็จงแถมเสื้อคลุมให้เขาด้วย...” ท่านทั้งหลายได้ยินคำกล่าวว่า“จงรักเพื่อนบ้านและจงเกลียดศัตรู” แต่เราสอนว่าจงรักศัตรูและภาวนาให้กับผู้ที่เบียดเบียนท่านซึ่งแน่นอนคำสอนในเรื่องต่างๆเหล่านี้เป็นสี่งที่พระเยซูเจ้ายืนยันกับเราว่าเราคริสตชนต้องมีชีวิตที่แตกต่างจากคนทั่วๆไปเราคริสตชนต้องเป็นผู้ดีบริบูรณ์หรือผู้ศักดิ์สิทธิ์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักความเมตตาและรู้จักให้อภัยแก่ผู้อื่นและก้าวสำคัญที่จะทำเราเป็นคนดีบริบูรณ์ได้อย่างแท้จริงนั่นก็คือเรื่องของการให้อภัย

 เมื่อพูดถึงเรื่องของการอภัยมีเรื่องราวน่าประทับใจมากมายแต่เรื่องหนึ่งที่พ่อชอบมากที่สุดก็คือเรื่องราวของผู้หญิงชาวเวียดนามคนหนึ่งชื่อKim Phúc หรือคิมฟุคในระหว่างสงครามเวียดนามทหารอเมริกันทิ้งบอมบ์ที่หมู่บ้านของเธอพ่อแม่พี่น้องของเธอเสียชีวิตตัวเธออายุเพียง9 ขวบไฟลุกท่วมตัววิ่งหนีอย่างตื่นตระหนกออกจากหมู่บ้านไม่มีเสื้อผ้าติดกายเลยเธอได้รับการรักษาแผลไฟไหม้เกือบ30 ปีผ่านไปวันหนึ่งเธอได้รับเชิญให้พูดต่อหน้าอนุสาวรีย์ทหารผ่านศึกที่กรุงนิวยอร์กเธอพูดได้อย่างน่าประทับใจถ้อยคำตอนหนึ่งเธอกล่าวว่า“ดิฉันต้องทุกข์ทรมานอย่างมากทั้งทางร่างกายและจิตใจจนบางครั้งคิดว่าไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกต่อไปแต่พระเจ้าทรงประทานชีวิตให้ดิฉันพระองค์ประทานความเชื่อและความหวังถ้าหากดิฉันมีโอกาสเผชิญหน้ากับนักบินที่ทิ้งระเบิดหมู่บ้านฉันดิฉันก็จะบอกกับเขาว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นได้แต่เราควรพยายามช่วยกันส่งเสริมให้มีสันติภาพในปัจจุบันและในอนาคต

หลังจากนั้นก็มีชายคนหนึ่งเข้ามาหาเธอบอกเธอว่าผมคือนักบินคนนั้นครับผมเสียใจคิมฟุคเดินเข้าไปหาชายคนนั้นสวมกอดเธอและบอกว่าฉันรักคุณฉันยกโทษให้คุณ(ที่มาจากหนังสือMy Facebook Stories 3 ของคพ.สุรชัยชุ่มศรีพันธุ์)

พี่น้องครับผู้หญิงบ้านนอกชาวเวียดนามธรรมดาคนหนึ่งที่พระเยซูเจ้าสอนเธอให้รักและอภัยยังกล้าหาญชาญชัยได้ถึงขนาดนี้คำพูดและชีวิตของเธอเป็นเสมือนกับกระจกที่ทำให้เราเข้าใจคำสอนของพระเยซูเจ้าได้อย่างชัดเจนขึ้นว่าเราคริสตชนต้องมีชีวิตและคุณธรรมเช่นนี้เป็นชีวิตที่แตกต่างจากคนทั่วไปที่ต้องรักผู้อื่น  ให้อภัยเราไม่โต้ตอบความชั่วและต้องรู้จักภาวนากับผู้ที่ทำร้ายเราดังคำที่คุณแม่เทราซาเคยกล่าวไว้ว่า“ในโลกเรานี้อาจมีผู้คนที่ทำร้ายเราอย่างไม่ถูกต้องไม่มีเหตุผลมีผู้คนที่ประสงค์ร้ายต่อเราแต่พวกเราก็ต้องให้อภัยเขาอยู่ดีไม่เคยมีใครบอกว่าการให้อภัยเป็นเรื่องง่ายแต่ก็ไม่มีใครเคยสอนว่าการให้อภัยเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

...คุณพ่อปลัด...