Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 39 guests and no members online

2018-06-17 นักบุญอันตน แห่งปาดัว พระสงฆ์ นักปราชญ์

แทนคิดสักนิด...สะกิดใจ

13มิถุนายน ระลึกถึง นักบุญอันตน แห่งปาดัว พระสงฆ์ นักปราชญ์

(St. Antony of Padua, Priest & Doctor, memorial)

นักบุญอันตนเกิดที่กรุงลิสบอน  ประเทศโปรตุเกส เมื่อปี ค.ศ. 1195ขณะรับศีลล้างบาปได้รับชื่อว่า Ferdinand  Bouillon บิดามารดาของท่านเป็นเชื้อสายผู้ดีชาวโปรตุกีส  บิดาของท่านได้เป็นอัศวินในราชสำนักของกษัตริย์อัลฟอนโซ ที่ 2 (King Alfonso II) การศึกษาขั้นเริ่มแรกที่ท่านได้รับเกิดขึ้นที่อาสนวิหารแห่งกรุงลิสบอนนั่นเอง  เมื่ออายุ 15ปี ได้เข้าคณะของนักบุญออกัสติน (The Regular Canons of St. Augustine) และได้ถูกย้ายให้ไปอยู่ในอารามที่เมืองโคอิมบรา (Coimbra) ในอีกสองปีต่อมา สาเหตุเพราะมีเพื่อนๆของท่านมาเยี่ยมมากไปทำให้เกิดความวอกแวก ที่อารามนี้ท่านได้อุทิศตนในการภาวนาและการศึกษาจนกลายเป็นผู้รอบรู้ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลเป็นอย่างดี

ในปี ค.ศ. 1220ขณะที่ท่านมีอายุได้ 25ปี คุณพ่อเปโดร แห่งโปรตุเกส (Don Pedro of Portugal) ได้นำพระธาตุของพวกนักบวชฟรังซิสกันรุ่นแรกที่ยอมตายเป็นมรณสักขีจากประเทศโมร็อกโก กลับมายังเมืองโคอิมบรา  นักบุญอันตนได้รับแรงกระตุ้นให้อยากเป็นมรณสักขีเป็นอย่างมาก  จึงไปขอเข้าคณะฟรังซิสกันในปี ค.ศ. 1221และได้รับเข้าเป็นสมาชิก  ที่นี่ท่านได้รับชื่อว่า "อันตน" (Antony) และท่านก็ขอให้ส่งท่านไปประเทศโมร็อกโก เพื่อไปเทศน์สอนพระวรสารให้กับพวกแขกมัวส์ (Moors) แต่ขณะเดินทางไป  ท่านป่วยหนักมาก  จึงถูกบังคับให้กลับมา  แต่เรือของท่านเจอพายุใหญ่  จนต้องไปขึ้นฝั่งที่เกาะซิซิลี  ประเทศอิตาลี  ต่อจากนั้นท่านได้ยินว่ามีการประชุมครั้งใหญ่ของคณะฟรังซิสกันที่เมืองอัสซีซี ในปี ค.ศ. 1221ท่านจึงได้เข้าร่วมประชุมกับบรรดาภราดา 3,000คนที่นั่น  และได้เห็นนักบุญฟรังซิส อัสซีซี เป็นครั้งแรก  หลังการประชุมนั้นท่านได้รับหน้าที่ทำงานรับใช้พื้นๆที่อารามใกล้เมืองฟอร์ลี เพราะความสุภาพของท่าน  จึงไม่มีใครรู้ว่าท่านเป็นผู้มีความรู้ดีมากคนหนึ่ง  จนกระทั่งต่อมาที่มีบางครั้งท่านถูกขอร้องให้พูดบ้างเล็กน้อยในพิธีบวช  จึงได้ทำให้คนอื่นๆเพิ่งค้นพบว่าท่านมีพรสวรรค์ในการเทศน์อย่างน่าทึ่ง

นักบุญอันตนสามารถอธิบายพระคัมภีร์ให้เข้าใจง่ายๆ แต่ลึกซึ้ง และชัดแจ้ง  จนกระทั่งนักบุญฟรังซิสเองเขียนจดหมายไปถึงท่านว่าดังนี้  "ฉันปรารถนาให้ท่านสอนเทววิทยาให้กับบรรดาภราดาของเรา  แต่อย่างไรก็ตาม  มีเงื่อนไขว่าต้องไม่ทำให้จิตตารมณ์ของการภาวนา  และความศรัทธาดับมอดไป"  ดังนั้น ท่านก็ได้เริ่มสอนและเทศนาตลอดทั่วทั้งฝรั่งเศสตอนใต้  และอิตาลีทางตอนเหนือ  ด้วยบุคลิกภาพที่น่าชื่นชมของท่าน  ผนวกกับน้ำเสียงที่ชัดเจน มีอำนาจ และน่าฟัง  ทำให้ท่านสามารถถ่ายทอดความรู้ของท่านไปยังคนอื่นๆได้เป็นอย่างดี  และพระเจ้าได้มอบพระพรแก่ท่านในด้านการทำอัศจรรย์ (miracles) การใช้ลิ้น(tongues = ภาษาที่ชักจูง) และการทำนาย(prophecy)  นอกจากนี้ท่านยังได้ต่อสู้อย่างเข้มแข็งกับพวกเฮเรติ๊ก Cathari และ Patarines ที่แพร่หลายมากในขณะนั้น  พวกนี้สอนให้ดื้อดึงอยู่ในพยศชั่วของความหรูหราฟุ้งเฟ้อ  ความหยิ่งยโส  การกดขี่  ความเกลียดชัง  และความโลภ  ซึ่งท่านก็ประสบความสำเร็จในการต่อสู้กับพวกนี้ด้วย

นักบุญอันตนเป็นคนที่สุภาพมาก  ท่านเห็นว่าคำสอนของท่านก็ดี  งานอภิบาลของท่านก็ดี  ตลอดจนทั้งชีวิตของท่านเป็นการบริการรับใช้  เพื่อจะได้นำวิญญาณของคนจำนวนมากมายมาถวายแด่พระคริสต์  ท่านได้ทำให้คนที่เป็นศัตรูกันมานานคืนดีกัน  บรรดาลูกหนี้ได้ออกจากคุก  พวกโจรหันมาประกอบอาชีพสุจริต  คนโกงเขามาก็ได้ชดใช้ให้คืนไป  และผู้ปกครองบ้านเมืองได้ตรากฎหมายที่มีคุณประโยชน์เพื่อแก้ไขความผิดพลาดให้กลับสู่ความถูกต้อง

นักบุญอันตนสามารถดึงดูดผู้คนมากมายให้มาฟังคำเทศน์ของท่านไม่ว่าจะไปที่ไหนในอิตาลีก็ตาม  และโดยเฉพาะท่านประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวงที่เมืองปาดัว  ที่นี่คนเกือบทั่วทั้งเมืองจะมาชุมนุมกันเนืองแน่นเพื่อฟังท่าน และให้การต้อนรับท่านเหมือนเป็นนักบุญฟรังซิส(อัสซีซี)อีกองค์หนึ่ง

ภายหลังนักบุญฟรังซิสสิ้นชีพแล้ว  นักบุญอันตนได้ไปเป็นเจ้าคณะแขวงของแคว้นเอมิลิอา(Emilia) หรือ โรมาญา(Romagna) และในปี ค.ศ. 1226ได้รับเลือกเป็นทูตพิเศษของคณะไปเฝ้าพระสันตะปาปาเกรโกรี่ที่ 9ไม่นานหลังจากนั้น  ท่านพ้นจากหน้าที่นี้  แล้วกลับไปเทศน์สอนได้ใหม่  ท่านได้กลับไปที่เมืองปาดัว  และเทศน์สอนที่นั่นจนถึงแก่ความตาย  เมื่อวันที่ 13มิถุนายน ค.ศ. 1231เมื่ออายุ 36ปีเท่านั้น  อีกหนึ่งปีต่อมาได้รับการประกาศแต่งตั้งเป็นนักบุญ  และจำเนียรกาลต่อมาจึงได้รับการประกาศเป็นนักปราชญ์ของพระศาสนจักรในปี ค.ศ. 1946โดยพระสันตะปาปาปีโอที่ 12  ท่านเป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ของประเทศโปรตุเกส ของนักเดินทาง  ของหญิงที่ตั้งครรภ์และหญิงที่มีลูกยาก  ของคนยากคนจน (St. Antony's Bread) และพวกที่ทำของหายมักจะขอความช่วยเหลือจากท่านเป็นพิเศษ รวมทั้งพวกที่อยู่ในอันตรายในกรณีเรือจะอับปางด้วย

พระธาตุของนักบุญผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้  ซึ่งชื่อภาษากรีกของท่านมีความหมายว่า "ประเมินค่ามิได้" (= priceless) ก็กลายเป็นสิ่งที่หาค่ามิได้ของท่านจริงๆ เช่น ลิ้นของท่าน ที่เทศน์ให้ชาวเมืองปาดัวและเมืองลิสบอนให้กลับใจมาสัมผัสความรักจากพระเจ้า ทุกวันนี้ยังคงความสดและมีสีแดงอยู่ท่ามกลางความเปื่อยสลายไปของพระธาตุส่วนอื่นๆของท่าน และลิ้นของท่านนี้ยังคงถูกเก็บไว้บูชาในบาสิลิกาที่สร้างให้เป็นเกียรติแก่ท่านในปี ค.ศ.1263

(ถอดความโดย คุณพ่อ วิชา หิรัญญการ

จากหนังสือ Saint Companions For Each Day;เขียนโดย A.J.M. Mausolfe และ J.K. Mausolfe

และ The Book of Saints; Text: Victor Hoagland,C.P., Illustrations: George Angelini; The Regina Press, New York)