Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 17 guests and no members online

2020-07-26 22 กรกฎาคม ฉลองนักบุญมารีย์ ชาวมักดาลา

แทน คิดสักนิด...สะกิดใจ

22 กรกฎาคมฉลองนักบุญมารีย์ ชาวมักดาลา

(St Mary Magdalene, feast)

พระวรสารทั้งหมดต่างเห็นคล้องต้องกันถึงบทบาทสำคัญของนักบุญมารีย์ ชาวมักดาลา  ที่ไม่มีใครเหมือนในบรรดาผู้ติดตามพระเยซูเจ้าทั้งหลาย ชื่อ "มักดาลา" อาจมีที่มาจากสถานที่เกิดของท่าน คือมีเมืองชื่อ มักดาลา ตั้งอยู่ใกล้ทิเบเรียส บนชายฝั่งทะเลสาบกาลิลี ตามธรรมประเพณีโบราณของพระศาสนจักรลาตินเชื่อว่า มารีย์ ผู้เป็นคนบาป เป็นคนเดียวกับมารีย์ แห่งเบธานี  ซึ่งเป็นน้องสาวของมารธาและลาซารัส และเป็นคนเดียวกับ มารีย์  ชาวมักดาลา  มารีย์คนนี้ที่ถูกเรียกว่า "ชาวมักดาลา" เป็นผู้ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงขับไล่ผีเจ็ดตนออกไปจากนาง  คนบาปผู้นี้ได้ชโลมพระบาทของพระองค์ด้วยความรัก และตามพระวรสารของนักบุญยอห์น ที่เล่าว่าคือ มารีย์ แห่งเบธานี (ดังนั้นก็เป็นน้องสาวของมารธา) ผู้ซึ่ง "นั่งแทบพระบาทขององค์พระผู้เป็นเจ้า และคอยฟังพระวาจาของพระองค์" แต่อย่างไรก็ตาม พระศาสนจักรตะวันออก ให้ความเคารพนับถือมารีย์โดยแยกแยะเป็นสามบุคคลที่ต่างกัน นักพระคัมภีร์  และนักวิชาการต่างๆในปัจจุบันส่วนใหญ่ ก็เชื่อว่าเป็นสามบุคคลแตกต่างกัน

มารีย์ชาวมักดาลาซึ่งเป็นผู้ติดตามที่รักพระองค์อย่างเหลือล้นผู้นี้ ได้ยืนอยู่กับพระมารดาผู้เป็นที่รักของพระองค์แทบเชิงกางเขนของพระเยซูเจ้า ท่านยังเป็นพยานในการฝังพระองค์ในพระคูหา และเป็นคนแรกที่ได้เห็นทั้งพระคูหาที่ว่างเปล่า และได้เห็นพระอาจารย์เจ้าผู้ทรงกลับฟื้นคืนพระชนมชีพ (the risen "Rabboni") ในเช้าตรู่ของวันปัสกา โดยแท้จริงแล้ว  เป็นท่านเองที่ถูกส่งไปโดยพระผู้ทรงกลับฟื้นคืนพระชนมชีพให้นำข่าวดีไปแจ้งให้อัครสาวกคนอื่นๆทราบ ภารกิจนี้ทำให้ท่านได้รับขนานนามว่าเป็น "อัครสาวกของบรรดาอัครสาวก" (=Apostle to the Apostles) ในสมัยพระศาสนจักรแรกเริ่ม

ชาวคาทอลิกนับถือนักบุญมารีย์ ชาวมักดาลา ว่าเป็นแบบอย่างของชีวิตรำพึงภาวนา  และของการเป็นทุกข์กลับใจ ท่านอาจสิ้นชีพที่เมืองเอเฟซัส แต่ตำนานทางฝรั่งเศสพูดกันว่า มารีย์ มารธา และลาซารัส ได้มาถึงภาคใต้ของฝรั่งเศส และทำให้ผู้คนในละแวก Provence ได้กลับใจ

(ถอดความโดย คุณพ่อ วิชา หิรัญญการ จากหนังสือ Saint Companions For Each Day; เขียนโดย A.J.M. Mausolfe และ J.K. Mausolfe)