Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 23 guests and no members online

เสียงพระ...พระกระแสเรียก” ตอนแรก

“พระเจ้าทรงช่วยประชากรของพระองค์ให้รอดพ้น  และปลอบโยนเขาขณะนำเขากลับมา”(เทียบ ยรม 31:7,9)

ปิดเทอมที่ผ่านมา  แต่ละคนก็มีหนทางของตนเอง มีกิจรรมและสถานที่ของตนที่ตนเองวางนัดหมายเอาไว้  บ้างยังคงต้องทำงานต่อไป บ้างก็ยังสลวนกับการเรียนต่อไป บ้างจัดตารางเพื่อไปเที่ยวพักผ่อนส่วนตัว บ้างก็หานัดหมายกับกลุ่มเพื่อน  ก็ขึ้นอยู่กับความสนใจความพึงพอใจส่วนตนไม่สามารถจะไปกะเกณฑ์กันได้  ก็วันหยุดทั้งทีทุกคนต่างก็ปรารถนาได้พักผ่อนอย่างสุขใจและร่มเย็นกันทั้งนั้น

เมื่อวันเสาร์ 20 ตุลาคม ที่ผ่านมา สังฆมณฑลนครสวรรค์ สังฆมณฑลพี่น้องกับเรา  พวกเขามีความชื่นชมยินดีครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง  มีสังฆานุกรได้รับการบวชเป็นพระสงฆ์ใหม่สองท่าน  เป็นรุ่นน้องที่น่ารักมากสำหรับพ่อ   ยามที่พ่อถูกส่งไปช่วยงานที่สังฆมณฑลนครสวรรค์ เป็นต้นยามที่ช่วยงานที่อาสนวิหารนักบุญอันนา นครสวรรค์ในช่วง 3 ปีสุดท้ายก่อนที่จะหมดวาระการถูกส่งไปช่วยงาน และได้กลับมาที่อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯของเราอีกครั้งหนึ่ง  เรื่องราวพูดถึงคุณพ่อทั้งสอง จะถูกเอ่ยอ้างถึงอีกครั้งในตอนที่สองในสัปดาห์หน้าครับ

          “พระเจ้า ทรงช่วยประชากรของพระองค์ให้รอดพ้น  และปลอบโยนเขาขณะนำเขากลับมา” (เทียบ ยรม 31:7,9)

          สำหรับสัปดาห์นี้ พ่อตั้งไว้เป็นตอนแรก นั้นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับช่วงแรกของชีวิตการเตรียมเป็นพระสงฆ์ ณ บ้านเณรเล็ก  เมื่อถูกส่งมาช่วยงานที่สังฆมณฑลนครสวรรค์  ได้พบกับเรื่องราวและประสบการณ์ต่างๆได้รับมากมาย รวมทั้งสถานที่ที่ได้รับมอบหมายให้ไปช่วยงานด้วยเช่นเดียวกัน  ปีแรกที่ได้มาร่วมช่วยงานคือ  บ้านเณรเล็กจอห์น-ปอล นครสวรรค์ บ้านเณรเล็กประจำสังฆมณฑล  ณ เวลานั้น มีคุณพ่อสันติ ปิตินิจนิรันดร์ ทำหน้าที่เป็นคุณพ่ออธิการ สวนตัวพ่อเองเป็นคุณพ่อผู้ช่วยฯ 

          ปกติที่บ้านเณรเล็ก  เราก็ไม่ได้ฝึกอบรมอะไรที่เป็นพิเศษมากมาย เพราะสิ่งที่สำคัญคือ ฝึกชีวิตประจำวัน ในแต่ละวัน แต่ละเวลา ให้ทำให้ดีที่สุด ถึงกับมีคำพูดคำหนึ่งว่า “เสียงกริ่ง ก็คือเสียงของพระ  เมื่อได้ยินต้องหยุดสิ่งที่ทำทันที และไปทำสิ่งที่เป็นกิจกรรมต่อไป” (เสียงกริ่ง  คือ เสียงที่คอยเรียกสามเณรให้รู้และลงมือทำกิจกรรมต่างๆของสมาชิกทุกคนในบ้านเณร) ดังนั้นชีวิตในบ้านเณรเล็กจึงเป็นชีวิตที่ เยาวชนชายแต่ละคนจะฝึกฝนตนเองด้วย “ความอดทนยิ่งและสม่ำเสมอ”  อีกทั้งช่วงค่ำหลังจากร่วมสวดภาวนาค่ำกันแล้ว จะมีพระสงฆ์หรือสามเณรรุ่นพี่ที่เป็นครูเณร มายืนด้านหน้าและให้คำแนะนำ คำอบรมถึงชีวิตสามเณรที่ดี ชี้แนะเพื่อปรับแก้ไขในเรื่องบกพร่อง 

          สำหรับพ่อเอง ยามที่อยู่ที่บ้านเณรเล็ก จอห์น-ปอล นครสวรรค์ ก็มีโอกาสพูดอบรมบรรดาสามเณรเล็กอยู่เป็นประจำ  จำได้ว่าในการพูดอบรมครั้งแรกๆ พูดเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกเลยทีเดียว  ว่า “พ่อไม่ใช่คนของที่นี่ พ่อมีบ้านของพ่อ เมื่อผู้ใหญ่ส่งพ่อมาช่วยงานที่นี่ พ่อก็พยายามทำเต็มที่เท่าที่สามารถ  แต่เมื่อถึงวันหนึ่ง พ่อก็ต้องกลับบ้านของพ่อ  ส่วนพวกเรา พวกเราเป็นคนของที่นี่ ที่นี่เป็นบ้านของเธอ สังฆมณฑลนครสวรรค์เป็นบ้านของเธอ  ถ้าเธอไม่ยอมอดทนรับการฝึกฝน  เธอไม่รักบ้านของเธอก็ไม่รู้จะให้ใครมารักบ้านของเธอ บ้านของเราเองแล้ว...เพราะฉะนั้นจงมานะ จงอดทน และพยายามฝึกฝนตนเอง เพื่อพระศาสนจักร บ้านของเรานั่นเอง”  ทุกวันนี้หลักจากที่หมดหน้าที่ที่บ้านเณรเล็กแล้วยามเจอกับพวกเขาในเวลาต่างๆ ถามพวกเขาพวกเขายังจำได้เลย

          พระอาจารย์ ให้ข้าพเจ้าแลเห็นเถิด​​พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่าไปเถิด ความเชื่อของท่านได้ช่วยท่านให้รอดพ้นแล้วทันใดนั้น เขากลับแลเห็นและเดินทางติดตามพระองค์ไป  ( เทียบ มก 10:51-52)

          เรื่องราวของชีวิตของสามเณรเล็ก ก็เป็นเรื่องเป็นราว เตือนใจเราได้เช่นเดียวกัน นอกจากที่จะขอพี่น้องร่วมกันช่วยส่งเสริมกระแสเรียกในสังฆมณฑลของเราแล้ว  เราส่งเสริมได้หลายทางไม่ว่าจะเป็นทรัพย์ปัจจัยเพื่อช่วยในการดำเนินกิจการดูแลสามเณรแล้ว  สิ่งที่สำคัญกว่า กลับอยู่ที่เราช่วยกันภาวนา เช่น สวดสายประคำเพื่อพวกเขามีกระแสเรียกที่เข้มเข็ง  และที่สำคัญที่สุดคือตัวเรานั้นเอง ที่จะร่วมกันสร้างครอบครัวให้เป็นคนมีความเชื่อหมั่นสวดภาวนา ร่วมบูชามิสซาเป็นประจำ และอย่าลืมฝึกฝนลูกหลานของเราเองให้ร่วมชีวิตไปกับเราด้วย อีกทั้งฝึกฝนเขาให้รู้จักช่วยตัวเองได้ไม่ใช่มีชีวิตแต่ไข่ในหินเท่านั้น

          เรื่องราวชีวิตของสามเณรเล็ก ยังเป็นแนวทางชีวิตของเราด้วย  ในฐานะที่เราเป็นสมาชิกของวัดของตนเอง พระวิหารของพระที่เรามาร่วมกัน ร่วมกับพระเยซูเจ้า  มอบชีวิตของเราพร้อมกับพระองค์เป็นเครื่องบูชาแด่พระบิดาของเรา  วัดนี้เป็นบ้านของเรา หาเราไม่รักวัดไม่รักบ้านของเราแล้วใครละจะมารักบ้านของเราได้  จึงเป็นเสียงของพระนะครับที่เรียกเรา มาร่วมกับพี่น้องสัตบุรุษที่มาร่วมกันในบูชาขอบพระคุณพระเจ้า  เพราะนี่แหละคือ กระแสเรียกของเรา  นี่แหละคือเสียงเรียกที่พระเยซูเจ้าเรียกเราแต่ละคนเช่นเดียวกับที่เรียกบรรดาเยาวชนลูกหลานของเราครับ

          ทันใดนั้น เขากลับแลเห็นและเดินทางติดตามพระองค์ไป  ( เทียบ มก 10:51-52)

โดย...นกขุนทอง