Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 30 guests and no members online

2012-11-18 ไตรภาค “แสงสว่างแห่งดวงดาวเด่นเป็นนิตย์” ตอนหนึ่ง

ไตรภาค “แสงสว่างแห่งดวงดาวเด่นเป็นนิตย์” ตอนหนึ่ง

:ผู้สงบปากเงียบเพื่อรัก ผู้อดทนเพื่อรับใช้

บรรดาผู้ที่ช่วยคนจำนวนมากให้มีความชอบธรรม  จะส่องแสงเหมือนดวงดาวตลอดไป (ดนล 12:3)

หายไปหนึ่งสัปดาห์ด้วยนอนพักฟื้นจากการผ่าตัดในช่องปาก  ระบมแผลและทานอาหารยากสักเล็กน้อย  มาบัดนี้พอจะกลับมาประจำการเพื่อทักทายพูดคุยกับพี่น้องอีกครั้งหนึ่ง  พี่น้องคริสตชนเรารักกันให้อภัยกันนะครับ

ใจจริงปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเขียนเรื่องกระแสเรียกต่อจากที่ค้างไว้  หากเผอิญมีเรื่องนี้เข้ามาในจิตใจก่อน  ก็ขออภัยขอยกยอดเรื่องตอนต่อไปของกระแสเรียกออกไปก่อนนะครับ  ครั้งนี้ตั้งใจเสนอเป็นไตรภาคครับ

          วันหนึ่งขณะนอนพักฟื้น น้องๆเยาวชนนักศึกษาพยาบาลวิทยาลัยพยาบาลเซนต์หลุยส์กลุ่มหนึ่ง ได้มาเยี่ยมให้กำลังใจ  ขณะเดียวกันก็ได้ติดต่อขอให้ช่วยไปพูดอบรมในกิจกรรมค่ายสัมพันธ์ของเพื่อนๆนักศึกษาพยาบาลด้วยกัน  พ่อก็ตอบปากรับคำไปว่าจะไปช่วย  ในใจก็พลางนึกทบทวน “เราจะเอาเรื่องอะไรที่ใกล้ตัวเราและใกล้ตัวพวกเขาเช่นกัน ไปพูดให้ถึงใจพวกเขาดีหว่า???”

บรรดาผู้ที่ช่วยคนจำนวนมากให้มีความชอบธรรม  จะส่องแสงเหมือนดวงดาวตลอดไป (ดนล 12:3)

          เรื่องที่ใกล้ตัวเรา ณ เวลานี้ก็คงไม่พ้นเรื่อง “คนคนหนึ่งที่นอนป่วยอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล” เป็นแน่  “คนคนหนึ่งที่เคยเดินได้พูดดี  แต่เวลานี้กลับเดินไม่ค่อยได้ พูดก็ยังไม่ค่อยพร้อม” “คนคนหนึ่งที่เคยทำอะไรเองได้หมด มาบัดนี้ต้องออกปากขอความช่วยเหลือจากคนอื่นเขาไปหมด ทำเองแทบนับเรื่องได้”

          เรื่องที่ใกล้ตัวพวกเขา นิสิตนักศึกษาพยาบาลก็คงไม่พ้นไปจากเรื่อง “คนคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ ให้บริการ ดูแลเอาใจใส่อยู่เคียงข้าง อยู่ข้างเดียวกับ คนอีกคนหนึ่งที่เคยทำอะไรได้แต่ ณ บัดนี้เวลานี้ต้องขอให้เขาช่วยเหลือ” “คนคนหนึ่งที่ต้องการใครสักคนหนึ่งเป็นเพื่อนยืนเคียงข้าง และยืนข้างเดียวกัน”

บรรดาผู้ที่ช่วยคนจำนวนมากให้มีความชอบธรรม  จะส่องแสงเหมือนดวงดาวตลอดไป (ดนล 12:3)               ชีวิตของพี่น้องผู้ยืนอยู่เคียงข้างผู้ป่วย  ก็เป็นชีวิตเช่นเดียวกันกับเราพี่น้องที่รัก  ชีวิตของพวกเขาเป็นชีวิตของผู้มีจิตตารมณ์ “รักและรับใช้” ของพระเยซูเจ้า เฉกเช่นเดียวกันกับเรา ไม่แตกต่างกันเลยจริงๆครับ

          ท่ามกลางความมืดมิดที่ปลกคลุมทั้งสี่ห้องหัวใจของพี่น้องในครอบครัวของเรา พี่น้องในวัดของเรา พี่น้องในบ้านเมืองของเรา พี่น้องในโลกของเรา  พวกเขาแต่ละคน พวกเขาทุกคนต่างต้องการ “แสงสว่างดังดวงดาวเป็นนิตย์นิรันดร์” จากชีวิตของเราที่มีหัวใจดุจเดียวกับหัวใจของพระเยซูเจ้า มีดวงตาเปี่ยมด้วยความห่วงหาอาทรเฉกเช่นเดียวกับดวงตาของพระเยซูเจ้ายามมองพี่น้องที่เจ็บปวดและทนทุกข์  มีคำพูดอ่อนโยนพร้อมปลอบโยนหัวใจที่เจ็บปวดเจ็บช้ำไม่ต่างจากพระวาจาที่พรั่งพรูออกจากพระโอสถ์ของพระองค์

          ท่านก็เช่นเดียวกัน เมื่อเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ก็จงรู้เถิดว่าพระองค์ทรงใกล้เข้ามา อยู่ที่ประตูแล้ว(มก 13:29)

          เมื่อหัวใจของเราเป็นแสงอันอบอุ่นสำหรับหัวใจของพี่น้องผู้เจ็บและปวดนั้น หัวใจของเราก็ยิ่งอบอุ่นเพิ่มพูนอย่างอัศจรรย์ใจ  เมื่องดวงตาของเราเป็นแสงสว่างท่ามกลางความมืดมนใจจิตใจสำหรับดวงใจที่มืดมิดของพี่น้อง แสงสว่างในจิตใจเราก็ยิ่งเปล่งประกายพระพักตร์อันเปี่ยมรักของพระองค์มากยิ่งขึ้น  เมื่อเราออกปากปลอบโยนดวงใจอันบอบช้ำของพี่น้อง ช่างน่าประหลาด...บางจุดในดวงใจของเราที่บอบช้ำและซ่อนเร้น กลับได้รับการชโลมและฟื้นฟูให้เลือดช้ำและเจ็บปวดนั้นได้สว่างสดใสฟื้นฟูคืนมา

ซะงั้น  ยิ่งให้กลับยิ่งเพิ่มแทนลด  ยิ่งแบ่งยิ่งปันกับยิ่งเติมแทนหาย  ยิ่งอยู่เคียงข้างแทนที่จะสูญเสียเวลาและชีวิต กลับพบว่าเวลาที่หายไปกับให้ชีวิตที่เปี่ยมสุขยิ่งกว่า  ชีวิตและจิตตารมณ์ของบรรดาพยาบาล ที่คอยดูแลบริการ รักและรับใช้ จึงไม่ได้แตกต่างไปจากหัวใจเปี่ยมรักของพระเยซูคริสตเจ้าเลยแม้แต่น้อย  และก็เป็นชีวิตเป็นเป้าหมาย และจิตตารมณ์เดียวกันที่เราพี่น้องคริสตชน คนรักพระเยซูจะพยายามเดินทางในโลกนี้เพื่อ “รักและรับใช้” พี่น้องของเรา

          ท่านก็เช่นเดียวกัน เมื่อเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ก็จงรู้เถิดว่าพระองค์ทรงใกล้เข้ามา อยู่ที่ประตูแล้ว(มก 13:29)

จึงพูดได้ว่า ชีวิตบรรดาพยาบาล และเราทุกคนที่มีจิตตารมณ์ “รักและรับใช้” ที่พยายามอย่างยิ่งที่จะเป็น “ผู้สงบปากเงียบเพื่อรัก ผู้อดทนเพื่อรับใช้” ได้เป็น “แสงสว่างแห่งดวงดาวเด่นเป็นนิตย์”  และนี่แหละคือ “พระพรของพระ  และพระองค์ทรงประทับที่ประตูของหัวใจของเราแล้ว” ครับ

“ท่านคือดวงดาว ที่ส่องแสงสว่างแห่งดาวเด่นเป็นนิตย์นิรันดร์”

          ท่าน​ก็​เช่นเดียวกัน