Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 26 guests and no members online

2012-11-25 ไตรภาค “แสงสว่างแห่งดวงดาวเด่นเป็นนิตย์” ตอนสอง

ไตรภาค “แสงสว่างแห่งดวงดาวเด่นเป็นนิตย์” ตอนสอง

:มุมมืดของดวงดาว

แสงสว่างและอำนาจปกครองของพระองค์คงอยู่ตลอดไป(เทียบดนล 7:14)

หมดไปอีกหนึ่งปีแล้ว  หลายคนคงสงสัยครับ แต่สำหรับสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายของเทศกาลธรรมดา  สัปดาห์หน้าก็จะเริ่มเข้าสู่ช่วงของการเตรียมจิตใจเพื่อต้อนรับองค์พระผู้ไถ่ องค์พระกุมารเจ้า เข้าสู้ช่วงของเทศกาลเตรียมรับเด็จพระกุมาร และสมโภชพระคริสตสมภพต่อไป

สัปดาห์นี้นอกจากจะเป็นสัปดาห์สุดท้ายของปีพิธีกรรมแล้ว  พระศาสนจักรยังตั้งใจวางให้เราสมโภช ให้เราคิดถึงองค์พระเยซูเจ้า พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ของเราทุกคนเป็นต้นพี่น้องคริสตชน ลูกๆขององค์พระบิดา ด้วยให้เรานั้นเตือนใจกันและกันให้วิถีชีวิตที่มอบความรักความเมตตาให้แก่กันและกันขององค์พระเยซูคริสตเจ้า กษัตริย์แห่งชีวิตพระของเราทุกคน  จะเป็นแนวชีวิตแนวคิดอันดับแรกในชีวิตของเราแต่ละคนนั่นเอง  แสงสว่างของพระองค์นั้นเป็นแสงสว่างในชีวิตของเราเช่นเดียวกันหรือไม่???

แสงสว่างและอำนาจปกครองของพระองค์คงอยู่ตลอดไป(เทียบดนล 7:14)

สัปดาห์ก่อนเราคุยกันถึงเรื่อง “จิตตารมย์รักและรับใช้ ของพระเยซูเจ้า เหล่าพยาบาล และรวมถึงเราทุกคนด้วย” เราทุกคนมีคนที่เรารัก และรักเรา เราทุกคนมีพี่น้องรอบข้างทั้งใกล้และไกลที่อยู่ในความดูแลของเราไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม  และเราทุกคนก็เริ่มต้นชีวิตด้วยน้ำใจดีงามที่พร้อมจะมอบความรัก การดูแลให้แก่กันและกัน นั่นคือ “จิตตารมย์ รักและรับใช้ของพระเยซูเจ้า”  แต่เมื่อเวลาผ่านไป  ไม่แน่ใจว่าเราสังเกตกันบ้างหรือไม่  เราพบว่า “ฉันเหนื่อยจังเลย” เป็นคำพูดสั้นๆแต่ได้ใจความ และตามมาด้วย “ไม่ไหวแล้ว” แสดงถึงเราหมดแรง และจบลงที่ “ตัวใครตัวมันแล้วกัน...ดูแลตัวเองด้วย ลาก่อน” น่าเศร้าใจ

ความปรารถนาดีและเปี่ยมหวังของเราในยามต้น  กลับพบหลุมดำและท้อถอย  ดวงดาวที่ส่องแสงสว่างไสวในใจเรา  กลับพบมุมมืดแห่งดวงดาวเสียแล้ว  ลองทบทวน และถามตัวเราเองจริงไหมที่การมอบความสุขเพื่อลบทอนความทุกข์ของเพื่อนพี่น้องของเรา กลับมาลดทอนเวลาและความสุขส่วนตัว?  จริงไหมการแบ่งปันให้ผู้อื่น กลับมาตัดทอนทรัพย์สินทรัพย์ชีวิตจากชีวิตเรา?  จริงไหมที่เราต้องเจ็บปวดทนทุกข์ในชีวิตเพื่อแลกกับบาดแผลที่หายวันหายคืนในชีวิตของพี่น้องรอบกาย?  จริงไหมที่คนดีท้อถอยเพราะ “มุมมืดแห่งดวงดาว” ที่พรากชีวิตของเราจากจิตตารมย์ของพระเยซูกษัตริย์แห่งชีวิตเรา พรากดวงดาวที่เปี่ยมรักและพร้อมส่องแสงสว่างในหัวใจเราให้ได้พบกับ “มุมมืดแห่งดวงดาว”

          พระเยซูเจ้าทรงตอบว่า “ท่านพูดถูกแล้วว่า  เราเป็นกษัตริย์  เรามาในโลกเพื่อเป็นพยานให้

ความจริง  ผู้ใดอยู่ข้างความจริงก็ฟังเสียงของเรา” (ยน 18:37)

พระเยซูคริสต์เจ้าองค์กษัตริย์ของเรา พระองค์ทรงเป็นดวงดาวที่เปล่งแสงสว่างให้จนหมดชีวิตของพระองค์ พระองค์ก็ทรงพบกับวันที่เป็น “มุมมืดแห่งดวงดาว” เช่นกันกับเราทุกคน  แต่พระองค์ทรงเป็นพยานให้ความจริงต่อไปไม่ย่อท้อ ทรงเป็นพยานให้กับจิตตารมย์ “รักและรับใช้ รวมทั้งอภัยด้วย”  ก็ถือโอกาสนี้เชิญชวนเราแต่ละคนต่อสู้กับใจของเรา ยามที่ใจเราพบกับ “มุมมืดแห่งดวงดาว”ในชีวิตของเรา จงอย่าท้อถอย แต่จงเดินตามชีวิตขององค์พระเยซู กษัตริย์ของชาวเราด้วยครับ... แล้วพบกับตอนจบของไตรภาคในสัปดาห์หน้าครับ

           “เราเป็นกษัตริย์  ผู้ใดอยู่ข้างความจริงก็ฟังเสียงของเรา...ดวงดาวที่เปล่งแสงสว่างเป็นนิตย์”