Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 9 guests and no members online

2012-12-02 ไตรภาค “แสงสว่างแห่งดวงดาวเด่นเป็นนิตย์” ตอนจบ

ไตรภาค “แสงสว่างแห่งดวงดาวเด่นเป็นนิตย์” ตอนจบ

:แสงสว่างของคนสวย

          “พระองค์ทรงเป็นพระบิดา และข้าพเจ้าทุกคนเป็นผลงานจากฝีพระหัตถ์ของพระองค์ (อสย 64:8)

“ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง”  เป็นคำคมที่นิยมความงาม  แม้ว่าความงามรูปแบบนี้เป็นเพียงแค่ความงามภายนอก หาได้มีคุณค่าคุณธรรมสูงส่งอะไรมากมายนัก  แต่มนุษย์ก็สนอกสนใจที่จะมีไว้ประดับตน ประดับครัวเรือน ประดับนู้นประดับนี่ในชีวิต  หลายคนยอมสูญเสียสิ่งต่างๆมากมาย แม้กระทั่งไม่เหลือความสุขอันแท้จริงจากผู้คนรอบข้างที่จริงใจแม้แต่ผู้เดียวเขาก็ยอมที่จะสูญเสียเพื่อจะได้ “ขน มาตบแต่งประกอบงาม” และแล้วผู้คนที่หลงเดินทางเหล่านี้ก็พบกับความเจ็บปวดเมื่อมาพบอีกครั้งหนึ่งว่าตนเองกลับสูญเสียทุกสิ่งแม้แต่บุคคลทั้งที่ตนรัก และรักตน  “เจ็บปวด...ช่างน่าเจ็บปวด” ทั้งทั้งที่เราทุกคนเป็นผลงานจากฝีพระหัตถ์ของพระบิดา

“พระองค์ทรงเป็นพระบิดา...และข้าพเจ้าทุกคนเป็นผลงานจากฝีพระหัตถ์ของพระองค์ (อสย 64:8)

“คนสวย คือ... คนที่ลบเครื่องสำอางก็ยังสวย  ...อ้วนก็ยังสวย  ...ป่วยก็ยังสวย  ...สวยจากภายใน  ...สวยด้วยจิตใจ”  ต้องขอบคุณบรรดาผู้คนมากมายในโลกของโซเชียลเน็ตเวิร์ค  ที่นำรูปภาย เรื่องราว ข่าวคราว คำคม คติสอนใจให้กำลังใจ  นำของดีข่าวดีมาวางแบ่งปันให้กับพี่น้องทุกคนในหน้าอินเตอร์เน็ต  พ่อเองก็เริ่มที่จะสนใจเข้าไปดูสนุกๆในหน้าเฟสบุ๊คที่ทุกท่านต่างก็เริ่มรู้จัก หรือรู้จักกันดีอยู่แล้ว  ในหน้าต่างเหล่านี้มีทั้งของขวัญมอบสุข และขยะที่ทำร้ายกัน  ก็อยู่ที่เราแล้วหละว่าจะเลือกเก็บสิ่งใดไว้ และปล่อยสิ่งใดไป  เวลานี้พ่อชอบที่จะเลือกเก็บรูปภาพ คำคม ข้อความที่เป็นที่สนใจของผู้คนไว้เพื่อเป็นขุมทรัพย์ส่วนบุคคล และพร้อมที่จะแบ่งปันต่อไป 

ถ้อยคำสละสลวย คำคมน่าประทับใจนี้ กำลังสื่อกับเรา  เป็นต้นผู้ประสงค์จะสวย ปรารถนาจะงดงาม  ขอให้งดสิ่งประดับประดาภายนอก และหันมาสนใจความงามภายใน งดงามที่จิตใจเพื่อความผุดผ่องแท้จริง  ความงดงามเช่นนี้ทำให้เราได้เข้าใจว่า “ไม่ว่าเราจะมีสิ่งใดภายนอกที่ไม่เข้าตากรรมการ ไม่เป็นที่สนใจตามประสาโลก  สิ่งที่แท้จริงที่สร้างเราให้เรางดงามได้แท้จริงนั้น คือ ความงดงามที่จิตใจ มีหัวใจที่เปี่ยมด้วยความเห็นใจ ให้อภัย”

“จงระมัดระวัง ตื่นเฝ้าและอธิษฐานภาวนาเถิด” (มก 13:33)

หลายสัปดาห์ที่พ่อนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ด้วยพบกับอุบัติเหตุ  พ่อประทับใจกับอาชีพอาชีพหนึ่ง นั่นคือ “พยาบาล”  ประทับใจกิริยางาม ยิ้มเสมอกับทุกคน แม้ว่าผู้คนจะปฏิบัติไม่งามนักกับพวกเขาประทับใจกับความอดทนที่จะต้องอยู่ข้ามวันข้ามคืนเพื่อประคับประคองชีวิตของผู้เจ็บป่วย ทั้งทั้งที่พวกเขาก็ป่วยเป็น  ประทับใจกับน้ำใจดีที่เราสัมผัสได้ยามที่พวกเขาหมั่นดูแลเฝ้าเอาใจใส่เพื่อให้เราผู้ป่วยได้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ทั้งทั้งที่การกระทำอย่างนั้นเป็นเครื่องผูกมัดให้พวกเขาลำบากขึ้น สัมผัสได้ถึงจิตใจที่งดงาม และพร้อมแบ่งปัน  ทั้งๆที่จริงอยู่ที่เป็นอาชีพของพวกเขา พวกเขาได้รับค่าตอบแทน  แต่สิ่งที่พวกเขาสื่อมาถึงเราผู้ป่วยมันมีความงดงามที่หัวใจมากเกิน เกินกว่าค่าตอบแทนที่เขาได้รับ  แม้ว่าอาจมีบางท่านไม่ได้ทำตนให้เราสัมผัสได้ไปบ้างก็ตามแต่นั่นก็เป็นส่วนน้อยจริงๆ

พ่อถึงบอกว่าชีวิตเช่นนี้ ก็เปรียบเป็นชีวิตของพระเยซูเจ้าที่เปี่ยมไปด้วยรักเมตตา และอภัย  เป็นชีวิตเป็นจิตตารมย์ที่เราเราท่านท่านจำเป็นต้องนำมาใส่ นำมาประดับในหัวใจของเราทุกคน

“จงระมัดระวัง ตื่นเฝ้าและอธิษฐานภาวนาเถิด” (มก 13:33)

อย่างไรก็ตาม  หากเราไม่ระมัดระวัง ดังคำของพระอาจารย์เจ้าของเราที่ว่า “จงระมัดระวัง ตื่นเฝ้าและอธิษฐานภาวนาเถิด”  เราจะหลงทาง เราจะติดกับดักตนเอง  จากความตั้งใจดีของเรา จาก “แสงสว่างแห่งดาวเด่น”  เราจะพบกับ “มุมมืดของดวงดาว”  ด้วยเราจะมัวคิดแต่จะประดับตัวเองด้วยความต้องการส่วนตัวต่างๆนาๆ และก็จะลืมคิดถึงเพื่อนพี่น้อง  มีเวลามากมายสำหรับรักตนเองแต่ขาดเวลาครื้นเครงที่จะรักผู้อื่น  เราจะสนใจแต่สิ่งตอบแทนที่ตอนสนองกิเลสของตนและหมดความอดทนที่จะแบ่งปันและให้อภัย  เราจะหงุดหงิดง่ายกับทุกเรื่องจากทุกคนหมดความอดทนเพราะตามใจตนเอง...

พระอาจารย์เจ้า สอนเราให้ระมัดระวังตื่นเฝ้าเสมอ  พระองค์เตือนเราให้เรารักษาจิตตารมย์รักและรับใช้อยู่เสมอ  “ความรักก็อดทนเสมอ อดทนนาน และกระทำคุณให้”  พระองค์ย้ำให้เราภาวนา ให้เรา “กระทำกับเพื่อนพี่น้องของเราเหมือนกระทำต่อพระองค์เอง”  “เพราะพระบิดาทรงพอพระทัยความรักเมตตามากกว่าเครื่องบูชาล้ำค่าใดๆ”

“จงระมัดระวัง ตื่นเฝ้าและอธิษฐานภาวนาเถิด” (มก 13:33)

เชิญเถิดเชิญเรากลับมาสู่ความตั้งใจดีดังเดิม  กลับมาสู่ “แสงสว่างแห่งดาวเด่น”  กลับมาจากทางที่เรา หลง กลับมาจาก “มุมมืดของดวงดาว”  ที่จะคิดถึงแต่ตนเอง กลับมาเริ่มต้นมอบความรัก อดทน และดูแลคนใกล้ตัวมากขึ้น เพื่อจุดไฟให้เกิดแสงสว่างในจิตใจของเราอีกครั้งหนึ่ง  เพื่อจะเป็น “คนที่สวยที่ประดับตนเองด้วยจิตใจที่งดงาม” เราเริ่มต้นด้วยการภาวนาต่อพระ และเป็นมิตรต่อเพื่อนพี่น้องของเรา  เพื่อประดับให้โลกที่มืดมนนี้ยังคงมีแสงสว่างอันงดงามจากชีวิตของเราต่อไป...