Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 14 guests and no members online

2013-01-13 ก้าวแรก

ก้าวแรก.

                   “อย่ากลัวเลย เพราะเราอยู่กับท่าน  อย่ากังวลใจ เพราะเราเป็นพระเจ้าของท่าน เราจะทำให้ท่านมีกำลังเข้มแข็งและจะมาช่วยเหลือท่านด้วย” (อสย 40:10)

            “รู้ไหมฉันเป็นใคร รู้ไหมฉันเป็นคนของใคร รู้ไหมฉันอยู่ใต้การดูแลของใคร” มีหลายครั้งที่เราก็มักจะพูดคำเหล่านี้ หรือคำทำนองนี้เพื่อเอาตัวรอด รอดพ้นจากบุคคลหรือกลุ่มคนที่เข้ามาราวีเราทำร้ายเรา  หากมองในด้านลบเราก็ใช้ถ้อยคำเหล่านี้เพื่อจะโอ้อวดตัวตนของเราว่ายิ่งใหญ่กว่าผู้ที่เป็นคู่ต่อกรด้านหน้าเรา

            หลายต่อหลายครั้งยามที่เราเริ่มต้นทำสิ่งใดเป็นครั้งแรก เราไม่มั่นใจกังวลใจตลอด  ไม่แน่ใจว่าเราจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตที่รอเราอยู่ข้างหน้าได้มากน้อยอย่างไร  เราขาดประสบการณ์ เราขาดกำลังใจ เราขาดกำลังคนสนับสนุน เราขาดผู้ที่คอยให้คำปรึกษาแนะนำ เราอาจจะขาดไปจริงๆหรือมองว่าเราขาดก็เป็นไปได้  เด็กน้อยที่กำลังเริ่มจะฝึกเดินเตาะแตะเตาะแตะ พร้อมเสมอที่จะล้มลงมาได้และจะร้องไห้เพราะไม่คุ้นเคยกับความเจ็บปวดที่ได้รับอยู่ตรงหน้าตน  เด็กน้อยเมื่อกำลังจะต้องเริ่มต้นจากคุณพ่อคุณแม่ที่ตนคุ้นเคยได้รับความปลอดภัยมาเข้าสู่รั้วอนุบาลและต้องพบกับใครก็ไม่รู้ไม่คุ้นเคยที่คุณพ่อคุณแม่แนะนำและให้ยกมือไหว้สวัสดี และเรียกเขาว่า “คุณครู”  นักเรียนที่เพิ่งจะเรียนจบระดับมัธยมศึกษา และกำลังเดินเข้าไปสู่รั้วมหาวิทยาลัยเข้าไปให้รุ่นพี่ได้มอบกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่กัน  ผู้คนหนุ่มสาวที่กำลังก้าวเดินไปสู่ประตูสำนักงานที่ตนเริ่มต้นทำงานวันแรกในชีวิต  ทั้งหมดเหล่านี้ไม่มีใครมั่นใจและรู้ได้เลยว่ามีอะไรที่อีกด้านหนึ่งของประตูรอเราอยู่ จะดีจะร้ายอย่างไร ได้แต่จินตนาการไปต่างๆนาๆ

          “อย่ากลัวเลย เพราะเราอยู่กับท่าน  อย่ากังวลใจ เพราะเราเป็นพระเจ้าของท่าน

เราจะทำให้ท่านมีกำลังเข้มแข็งและจะมาช่วยเหลือท่านด้วย” (อสย 40:10)

            เวลาเรากลัวสิ่งใด เรื่องใด หรือหวาดเกรงใคร  ลองเรานึกได้ว่าเรามีใครคอยให้กำลังใจเรา เรามีใครที่เราเอ่ยอ้างถึงได้แล้วเราจะปลอดภัย เรามีใครที่เราวิ่งเข้าไปหาไปพบแล้วเราจะรอดจากภยันตราย วิกฤตที่ด้านหน้าเรา  เราพบว่าความมืดที่เคยปกคลุมเราอยู่จนเราแทบอยากจะหายตัวไปจากโลกนี้ทันทีนั้น... บัดนี้ลำแสง แสงสว่างได้เข้ามาทำให้จิตใจเราอบอุ่นและมีพลังใจที่จะขยับร่างกายเราให้เดินหน้าต่อไปโดยไม่หวาดหวั่นใดใดเลย

            ครั้งหนึ่ง นั่งรถขนส่งไปต่างจังหวัดแล้วลงผิดป้ายผิดสถานี  ลงไปแล้วไม่พบเจอใครหรือสิ่งใดเลยที่คุ้นตา บรรยากาศเริ่มเย็นลงและมืดครื้นลง คิดอย่างเดียวคืนนี้จะนอนที่ไหน จะเป็นอย่างไร มืดจริงๆแม้เวลานั้นเป็นเวลาเพียง ห้าโมงเย็นกว่า แต่ความรู้สึกไม่ต่างไปจาก สองหรือสามทุ่มไปแล้ว  แต่พอนึกได้ว่ากระเป๋ามีสตางค์ ในหัวมีเบอร์โทรศัพท์ที่บ้าน และเมื่อได้พูดคุยได้ยินเสียงของแม่ที่ปลอบและอธิบายทางและวิธีนั่งรถไปต่อ  ความรู้สึกต่างกันที่เดียว รู้สึกว่ายังมีเวลาอีกนานมากมากกว่าจะถึงเวลาที่มืดค่ำที่เราจะทำอะไรลำบากหรือทำไม่ได้

          “ท่านเป็นบุตรที่รักของเรา  เป็นที่โปรดปรานของเรา” (ลก 3:22)

            สัปดาห์นี้เรา “ฉลององค์พระเยซูเจ้าทรงเข้ารับพิธีล้าง” เรากำลังคิดถึงเหตุการณ์ที่พระองค์กำลังเริ่มต้นชีวิตที่แท้จริงตามที่พระองค์ได้รับมอบหมายจากพระบิดา  คำพูดที่พระองค์เคยพูดกับนักบุญยอแซฟ และแม่พระยามที่ท่านทั้งสองตามหาลูกชายที่หายไป และไปพบในพระวิหารกำลังพูดคุยแลกเปลี่ยนความเข้าใจในพระคัมภีร์กับบรรดาอาจารย์ต่างๆ “แม่ไม่รู้หรือ ลูกกำลังทำงานของพระบิดา”  ยามนี้พระองค์กำลังจะเริ่มต้นงานจริงๆเป็นครั้งแรก  จินตนาการได้ครั้งแรกของพระองค์ก็คงอดหวั่นใจ และต้องการพลังจากพระบิดาไม่แพ้กันกับครั้งแรกในเรื่องต่างๆในช่วงต่างๆในชีวิตเราเช่นกัน

            สิ่งที่สำคัญคือ  เพราะพระองค์เชื่อมั่นเสมอว่า พระองค์กำลังทำงานของพระบิดา  พระองค์เป็นบุตรของพระบิดา  และที่พระองค์ทำตามน้ำพระทัยของพระบิดานั้น ทำให้พระองค์ “เป็นบุตรสุดที่รักของพระบิดา และเป็นที่โปรดปรานของพระบิดา”  พระองค์จึงไม่กลัวเพราะมั่นใจว่าพระบิดาอยู่เคียงข้างพระองค์เสมอ และจะคอยหนุนนำให้มีพลังอยู่เสมอ ผ่านพ้นวิกฤตต่างๆได้อยู่เสมอ  เราจึงพบพระเยซูเจ้ามั่นใจ และสวดภาวนาขอพระบิดาทุกครั้งไป ไม่ว่าจะเป็นเทศน์สอนครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นการเลือกอัครสาวกครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นการขอทวีอาหารเลี้ยงประชาชน หรือจะเป็นขอพลังในช่วงวิกฤตชีวิตที่สวนเกศมนี  พระองค์เชื่อมั่นว่าทำตามน้ำพระทัยพระบิดา และพระบิดาทรงพอพระทัย  และพระบิดาจะอยู่เคียงข้างพระองค์เสมอ

          “ท่านเป็นบุตรที่รักของเรา  เป็นที่โปรดปรานของเรา” (ลก 3:22)

ใครก็ตามที่กำลังวิตกกังวลในชีวิต ในจุดที่ตนคิดว่าเป็นครั้งแรกของตนเอง  จงมั่นใจ จงยึดมั่นตามแบบพระเยซูพระอาจารย์เจ้าของเรา  “เราเป็นบุตรของพระบิดา” “เราทำตามน้ำพระทัย ทำให้พระอาณาจักรพระบิดาเกิดขึ้นจริงหรือไม่” “พระบิดาทรงรักเราและอยู่เคียงข้างเราเสมอ”

            “ก้าวแรกของเรา”  จะเป็นก้าวแรกที่มั่นคงแม้เราจะไม่มั่นใจมากนัก เพราะมันเป็นก้าวแรกจริงๆที่เราไม่รู้ว่าก้าวที่สองจะเดินบนกลีบกุหลาบหรือปากเหวกันแน่  จงมั่นใจว่า “ก้าวแรกของเรา” หากมีพระจิตเจ้าส่องสว่างนำทางและเราน้อยใจเดินตาม หากมีพระเยซูเจ้าทรงแนะนำและเดินนำแล้วเราก้าวตาม หากมีพระบิดาทรงเป็นพลังคุ้มครองและอยู่เคียงข้าง  ไม่ว่าจะดีร้ายอย่างไร...สุดท้าย “ก้าวแรกของเรา” จะเป็น “ก้าวแรกที่มั่นคงเสมอ”

          ...ท่านเป็นบุตรที่รักของเรา  อย่ากลัวเลย เพราะเราอยู่กับท่าน...