Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 15 guests and no members online

2013-01-27 ความรักของพระเจ้าไม่เปลี่ยนแปลง

"ความรักของพระเจ้าไม่เปลี่ยนแปลง

                   ความดีงามและชีวิตของคนดีมีธรรมไม่มีสิ่งใดผลักให้ห่างไกลพระองค์"

"ในวันนี้ ข้อความในพระคัมภีร์ที่ท่านและฉันได้ยินเป็นความจริง" (...ด้วยชีวิตและความดีงามในชีวิตของฉัน)  (เทียบ ลก 4:21)

          เด็กน้อยคนหนึ่ง  รู้สึกเหงาๆเพลินๆจึงก้มลงไปหยิบก้อนหินน้อยๆก้อนหนึ่ง แล้วปาลงไปในบ่อน้ำแห่งหนึ่ง  เด็กน้อยรู้สึกทึ่งกับภาพที่ได้เห็น... ก้อนหินก้อนน้อยๆก้อนนั้นกระแทกลงไปที่ผิวน้ำ...ยังไม่พอมันกระดอนขึ้นมาและกระโดดออกไปได้อย่างกับกบตัวน้อยๆ กระโดดได้อีกสองสามก้าวแล้วก็จมหายลงไปใต้ผิวน้ำอย่างเงียบสงบ ไม่ส่งสัญญาณใดใดขึ้นมาอีก  เด็กน้อยยังพบอีกว่า... ก้อนหินน้อยๆยังส่งแรงทำให้ผิวน้ำกระเพื่อมเป็นวงค่อยๆกว้างออกไปกว้างออกไป... ที่สุดวงน้ำนั้นออกไปกระทบขอบบ่อน้ำและก็หมดแรงลงไป  แล้วทุกอย่างก็กลับสู่ความสงบอีกครั้งหนึ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หากบอกกัน เราจะเชื่อกันไหมว่า... “คุณความดี ความดีงาม และชีวิตของคนดีมีธรรม มันส่งผลกระทบไปถึงเราทุกคน และส่งออกไปเป็นวงกว้าง  ใครต่อใครก็ได้รับผลกระทบจากความดีงามของพวกท่านเหล่านี้ ใครต่อใครก็สามารถสัมผัสกับความงดงามของหัวใจของเขาได้”

เมื่อสองสามวันที่ผ่านมามีพิธีปลงศพ อดีตครูหญิง วัย 69 ปี ท่านหนึ่ง “มารีอา ประนอม ตรีธารา หรือ ครูเตี้ย”  ที่หลายคนรู้จักกันดี  ยี่สิบกว่าปีมานี้ ท่านเก็บตัวทำงานของพระศาสนจักร  เก็บตัวเองอยู่อยู่ในห้องเล็กๆเพื่อทำงานบริการให้กับแผนกเล็กๆแผนกหนึ่งของพระศาสนจักร

            "ในวันนี้ ข้อความในพระคัมภีร์ที่ท่านและฉันได้ยินเป็นความจริง" (...ด้วยชีวิตและความดีงามในชีวิตของฉัน)  (เทียบ ลก 4:21)

ไม่มีอะไรจะมาบดบังกลิ่นหอมหวนของความดีงามในชีวิตในชีวิตของคนเราได้  แม้ว่าครูเตี้ย จะทำงานเล็กๆในห้องน้อยๆ แต่การจากไปของท่าน กระทบออกไปเป็นวงกว้าง ไม่น่าเชื่อแต่ก็ต้องยอมรับด้วยสุดใจ มีพระสงฆ์ไม่น้อย มีนักบวชและเป็นต้นญาติพี่น้อง ผู้คนมากมายรู้และสะเทือนใจจากการจากไปของท่าน  แม้แต่พนักงานทำความสะอาด แม้แต่แม่ค้าขายข้าวที่เป็นพี่น้องพุทธศาสนิกชน ก็ยังมาร่วมจิตร่วมใจในวันที่ท่านเดินทางสู่บ้านของพระบิดาตามที่ท่านปรารถนามาตลอดชีวิต

          "วันนี้เป็นวันศักดิ์สิทธิ์ถวายแด่พระ อย่าร้องไห้ แต่จงชื่นชมยินดี ทานเลี้ยง และแบ่งปันอาหารและความสุข 

           ให้ผู้ไม่มี...เพราะความยินดีจากองค์พระผู้เป็นเจ้า เป็นพละกำลังของท่านและเรา"               (เทียบ นหม 8:9-10)

ขอยกนำบทเทศน์เตือนใจของคุณพ่อ ชวลิต กิจเจริญ ในมิสซาปลงศพครั้งหนึ่งเมื่อเกือบสิบปีกว่ามาแล้ว (ไม่ทราบว่าคุณพ่อท่านจะจำได้ไหม แต่สำหรับพ่อ จำเรื่องราวน่าประทับใจนี้ได้ตลอดมา)  ท่านแนะนำในบทเทศน์ประมาณว่า ชีวิตคนเรา เราสั่งสมคุณธรรมความดีงามมากมาย ชีวิตของเราเปรียบดังดอกไม้ที่งดงาม แล้ววันหนึ่งพระเป็นเจ้าก็ได้เดินมาที่สวนดอกไม้แปลงนี้และพบเห็นดอกไม้งดงามดอกนี้ พระองค์ได้ตัดก้านและนำดอกไม้เดินกลับไปปักลงในแจกันในบ้านของพระองค์... แล้วเราจะไม่สุขใจรึ? เราจะไม่ชื่นชมยินดีหรือ? ที่บุคคลที่เรารักเราผูกพันนั้นท่านได้รับโอกาสจากพระบิดา นำชีวิตของท่านเดินทางจากโลกนี้ และไปประดับอยู่ในบ้านของพระองค์

          ชีวิตเล็กๆสงบๆในห้องน้อยๆ แต่ส่องแสงสว่างถึงคุณธรรมความดีงาม จิตใจที่งดงาม อีกทั้งความรักของพระบิดากระจายและกระทบออกไปเป็นวงกว้างของ “ครูเตี้ย” ได้ถูกพิสูจน์ ประดุจเนื้อทองบริสุทธิ์ในเบ้าหลอม ว่าท่านเป็นลูกที่น่ารักของพระบิดา  ถึงเวลาแล้วที่ท่านจะถูกนำไปประดับในบ้านของพระองค์ ถึงเวลาพักผ่อนอย่างสงบของท่านแล้ว...

          "วันนี้เป็นวันศักดิ์สิทธิ์ถวายแด่พระ อย่าร้องไห้ แต่จงชื่นชมยินดี ทานเลี้ยง และแบ่งปันอาหารและความสุข 

          ให้ผู้ไม่มี...เพราะความยินดีจากองค์พระผู้เป็นเจ้า เป็นพละกำลังของท่านและเรา"               (เทียบ นหม 8:9-10)

          ขอบพระคุณพระบิดาที่ได้เพาะปลูกชีวิตของท่านให้ท่านได้เติบโต และพวกเราได้พบและชื่นชมกับความงดงามของท่าน ขอบคุณที่พระองค์ทำให้เราเห็นอีกครั้งหนึ่งว่า “ความรักของพระเจ้าไม่เปลี่ยนแปลงและชีวิตของคนดีมีธรรมดึงให้เรากลับมาใกล้ชิดพระองค์เสมอ” หลับให้สบายเถิด “ครูเตี้ย...น้าเตี้ย” ของเรา

          "พระจิตทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า ตั้งข้าพเจ้าให้ออกไปมอบข่าวดี...

          มอบสันติสุขแก่คนยากจน เป็นแสงสว่างให้เพื่อนพี่น้อง

          และบอกพวกเขาว่าพระรักเรา...ด้วยความรักจากชีวิตของเรา"(เทียบ  ลก 4:18-19)