Get Adobe Flash player
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.007gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.011gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.012gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.005gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.003gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.009gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.008gk-is-87.jpglink
«
»
Loading…

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 32 guests and no members online

2014-03-30 พระองค์ทรงทำให้เรา... “ตาสว่าง”

 

พระองค์ทรงทำให้เรา... “ตาสว่าง

องค์พระเจ้าไม่ทรงมองอย่างมนุษย์มองมนุษย์มองแต่รูปร่างภายนอกแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงมองจิตใจ(1ซมอ16:7)

กับคำว่า“ท้อ”  มั่นใจว่าเราพบเจอกับตนเองกับชีวิตกับวิกฤตที่เกิดขึ้นในชีวิตเรากันทุกคน  มันหมดแรง... ไม่อยากจะลุกจะเดินจะคิดจะพูดอะไรกับใครอะไรทั้งนั้น  จะออกแรงก็เหน็ดเหนื่อยขืนลุกขึ้นทำอะไรก็น่าเบื่อไปหมด  ครั้นจะนั่งซึมๆอยู่เฉยๆก็นึกอยากจะลงโทษตัวเองแทบอยากให้ตัวเองหาย-ตายจากไปจากโลกจากความจริงของชีวิตเหลือเกิน  ทำอะไรไม่ถูกเข้าทำนอง“ซ้ายไม่ดีขาวไม่ได้”

เมื่อเรากำลังเผชิญกับคำว่า“ท้อ” มันมีแต่หมดหวังจิตใจล้า...อ่อนและอ่อนลง  ใจมุ่งแต่จะหยุดและถอยออกถอยหลัง  ยิ่งถอยก็ยิ่งอ่อนยิ่งอ่อนก็ยิ่งหมดแรงยิ่งหมดแรงก็ยิ่งสิ้น...สิ้นหวัง  มิน่าละคนโบร่ำโบราณจึงให้คำสองคำมาประติดต่อกันเป็น“ท้อ...ถอย”  ภาพที่เห็นคืนมันไม่อยากสู้และก็เริ่มสิ้นหวังจนสิ้นลมและสุดท้ายคือสิ้นใจ

จงแสวงหาสิ่งที่องค์พระผู้เป็นเจ้าพอพระทัย”      (อฟ5:10)

          “เรากำลังท้อ”  ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราจะต้องเจอพบเข้าสักครั้งสักวันหนึ่ง  แต่ถามจริงๆเถอะว่าที่เรากำลังท้อด้วยเหตุเจอทางตันในชีวิตนั้น... เรากำลังท้อเพราะ“เราเอามองไม่เห็นใครอยู่ข้างๆอยู่เคียงข้างเรา”  “เรากำลังเอาชีวิตทั้งชีวิตของเราไปพึ่ง...ไปพิงอิงอยู่กับใครที่ไม่ใช่พระองค์”  “เรากำลังแสวงหาสิ่งที่แปลก...ต่างไปจากที่พระเจ้าทรงพอพระทัยอีกทั้งลึกๆในจิตใจของเราก็บอกว่าเราเองก็ไม่พอใจเช่นกัน”  ลอกทบทวนดูก็มีไม่น้อยเลยที่ชีวิตของเรากำลังดำเนินเช่นนี้อยู่...

พระองค์ทรงถ่มพระเขฬะบนพื้นผสมกับดินป้ายตาคนตาบอด...เขาไปล้างตาแล้วกลับมามองเห็น... และเขาทูลว่า  ข้าพเจ้าเชื่อพระเจ้าข้าและกราบลงนมัสการพระองค์”      (ยน9:6-7,38)

          “ทุกครั้งที่เรากำลังท้อ” เราก็เป็นดังเช่นคนตาบอดจมอยู่ในความมืด...บอดจมอยู่กับความเจ็บปวดที่เคยได้รับได้ถูกทำร้ายจมอยู่กับปัญหาและทางตันในชีวิตจมอยู่กับความคิดที่มองว่าไม่มีใครเป็นมิตรแท้ที่พร้อมเคียงข้างอยู่ข้างเราอย่างจริงใจและจริงจัง

          ดังนั้น  “เมื่อเราพบว่าเรากำลังท้อ” จงอย่า“ถอดใจ” แต่จง“ถอดความรักตัวเอง”  เหมือนกับคนที่รู้สึกว่าตนเองขาดจึงไม่ยอมแบ่งปันหรือช่วยเหลืออะไรใครๆด้วยเกรงว่าที่เราขาดที่เรามีน้อยนั้นจะหมดไปและจะขาดใจตาย  ตรงกันข้ามพระองค์เรียกร้องให้เรา“ถอดความรักตัวเอง” ออก  และวางชีวิตของเราไว้ในอ้อมพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์และเปี่ยมพระเมตตาของพระองค์  เพื่อว่าเราจะได้สามารถกราบนมัสการพระองค์และพูดได้ว่า  “ข้าพเจ้าเชื่อพระเจ้าข้าและตาของเรา...ก็ได้รับการล้างจากพระองค์  และเราก็กลับคืนสู่... ตาสว่าง