Get Adobe Flash player
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.007gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.011gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.012gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.005gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.003gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.009gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.008gk-is-87.jpglink
«
»
Loading…

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 86 guests and no members online

2014-04-13 ความปวดร้าวของพระเอก...พระเอกของเราที่ชื่อ พระเยซู

 

ความปวดร้าวของพระเอก...พระเอกของเราที่ชื่อพระเยซู

เอลีเอลีลามาสะบัคทานีซึ่งแปลว่าข้าแต่พระเจ้าของข้าพเจ้าข้าแต่พระเจ้าของข้าพเจ้าทำไมพระองค์จึงทรงทอดทิ้งข้าพเจ้าเล่า(มธ27:46)

วันนี้... “วันอาทิตย์ใบลาน”  “อาทิตย์พระมหาทรมาน” ที่ชวนเราพี่น้องคริสตชนและผู้ที่รักในชีวิตของพระเยซูเจ้ามาร่วมกันรำพึงถึงความเจ็บปวดรวดร้าวในชีวิตของพระองค์  ห้าสัปดาห์ที่ผ่านมาเราแต่ละคนได้พยายามร่วมรำพึงกับพระทรมานของพระองค์อย่างเต็มที่เท่าที่สามารถบ้างก็ร่วมในการคิดถึงความเจ็บปวดของพระองค์ในช่วงของวจนพิธีกรรม“เดินรูปสิบสี่ภาค”  บ้างก็ร่วมในความเจ็บปวดของพระองค์ด้วยการนำตัวเราเองเข้าไปอยู่ในความเจ็บปวดใกล้เคียงกับของพระองค์ด้วยการพลีกรรมทรมานตนเช่นจำศีลอดอาหารหรืออดเนื้ออดกลั้นน้ำใจตนเอง

ความเจ็บปวดปวดร้าวของพระเยซูเจ้า  ที่เราหลายคนกำลังสนใจและพยายามร่วมกับความเจ็บปวดของพระองค์  ความปวดร้าวของพระองค์เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นความเจ็บปวดจากบาดแผลต่างๆทั้งที่ศีรษะอันเป็นผลจากมงกุฎหนามบาดแผลทั่วร่างกายอันเป็นผลมาจากการถูกเฆี่ยนตีถูกแทงและถูกตอกด้วยตะปู

ข้าพเจ้าหันหลังให้แก่ผู้โบยตี... ไม่ซ่อนหน้าแก่ผู้สบประมาทและถ่มน้ำลายรด  องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงช่วยข้าพเจ้าดังนั้นข้าพเจ้าจึงไม่ต้องละอายข้าพเจ้าทำหน้าของข้าพเจ้าให้ด้านเหมือนหินข้าพเจ้ารู้ว่าข้าพเจ้าจะไม่อับอาย(อสย50:6-7)

ยังมีอีกที่พระเอกของเราองค์พระเยซูเจ้านั้นพบกับความเจ็บปวดรวดร้าวในพระทัยของพระองค์  เมื่อปีลาตถามผู้คนที่รายล้อมว่าจะเห็นควรทำเช่นไรต่อพระเยซูเจ้า  พวกเขา(รวมทั้งพวกเราที่อยู่ในปัจจุบันด้วย...อันเป็นผลจากบาปที่เราเหินห่างจากพระองค์) ในที่นั้นต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า“ให้เขาถูกตรึงกางเขน”  การลงโทษเช่นนี้เป็นการลงโทษโจรผู้ร้ายที่ทำผิดร้ายแรงที่สุดเท่าที่จะมีวิธีลงโทษใดๆจะจัดการได้และสำหรับนักโทษที่น่ารังเกียจที่สุดในสังคม

คำพูดสั้นๆที่ว่า“ให้เขาถูกตรึงกางเขน”  หรือพูดอย่างตรงๆแบบสุนัขไม่รับประทานว่า“เอามันไปตรึงกางเขน”  นับเป็นการแสดงสิ่งที่อยู่ในใจของผู้คนออกมาแม้ว่าในพระคัมภีร์จะบอกว่าบรรดาหัวหน้าสมณะและผู้อาวุโสจะเสี้ยมสอนยุยงก็ตาม  การตอบเช่นนี้แสดงให้เห็นว่า  อัศจรรย์กิจการดีรวมถึงความรักความเมตตาที่พระองค์ทรงทำแบ่งปันและมอบให้กับพวกเขานั้นไม่สามารถละลายหรือทลายกำแพงในหัวใจที่แข็งกระด้างของพวกเขาได้เลยหรือ(รวมถึงหัวใจของเราเองด้วย) ความรักของพระองค์ไม่มีคุณค่าอะไรต่อพวกเขาเลยหรือ  นี่แหละที่พ่อมองว่าเป็นพระทรมานอันร้ายกาจที่พระองค์ทรงรับเสียเองเพื่อความรอดของเราทุกคน

แม้ว่าพรองค์ทรงมีธรรมขาติพระเจ้าแต่มิได้ทรงถือว่าศักดิ์ศรีนี้สำคัญนัก  แต่ทรงสละจนหมดสิ้นทรงรับสภาพดุจทาสเป็นมนุษย์ดุจเรา...ทรงถ่อมพระองค์จนถึงกับทรงยอมรับแม้ความตาย  เป็นความตายบนไม้กางเขน(ฟป2:6-8)

ตรงกันข้ามกับผู้คนส่วนหนึ่งที่เห็นคุณค่าของพระเมตตารักของพระองค์  โดยมี“บาร์ทิเมอัส” ชายตาบอดที่ติดตามพระองค์เป็นภาพสะท้อนแทน  เขาฝ่าฝูงชนที่ต่อต้านขัดขวางเขาและลุกขึ้นมาร้องเรียกหาพระองค์ว่า  ข้าแต่พระเยซูโอรสของกษัตริย์ดาวิดเจ้าข้าโปรดเมตตาข้าพเจ้าเถิด” (มก10:47)

เขาเห็นพระเยซูเจ้าเห็นคุณค่าความรักของพระองค์เห็นว่าพระองค์เป็นพระเอกสุดสำหรับชีวิตของเขา  แล้วเราแต่ละคนล่ะ... เราเห็นคุณค่าในพระทรมานของพระองค์เห็นคุณค่าในกิจการดีและความรักของพระองค์แค่ไหน  เราเรียกพระองค์และปฏิบัติชีวิตของเราตามพระองค์พระเอกที่ควรเป็นที่หนึ่งในชีวิตเราแล้วหรือยัง.