Get Adobe Flash player
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.007gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.011gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.012gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.005gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.003gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.009gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.008gk-is-87.jpglink
«
»
Loading…

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 6 guests and no members online

2015-10-11 "ปรีชาญาณของศิษย์พระคริสตเจ้า"

"ปรีชาญาณของศิษย์พระคริสตเจ้า"
ข้าพเจ้าอธิษฐานขอความรอบรู้ แล้วพระเจ้าก็ประทาน ข้าพเจ้าวอนขอ แล้วจิตแห่งปรีชาญาณก็มาหาข้าพเจ้า  ข้าพเจ้าประมาณค่าปรีชาญาณเหนือกว่าคทาและราชบัลลังก์ ข้าพเจ้าคิดว่าทรัพย์สมบัติไม่มีค่าใดเลยเมื่อเปรียบกับปรีชาญาณ.....  ข้าพเจ้ารักปรีชาญาณมากกว่าสุขภาพและความสวยงาม..... ทรัพย์สมบัติล้ำค่าอยู่ในมือของปรีชาญาณ (เทียบ  ปชญ 7:7-11)
พระสงฆ์ท่านหนึ่ง  แบ่งปันประสบการณ์ปรีชาญาณจากบทเรียนที่ได้จากการขี่จักรยาน  ท่านแบ่งปันเรื่องวงล้อของจานล้อที่หมุนเป็นแกนให้กับวงล้อแต่ละวงนั้นจำเป็นต้องได้ "แรงส่งที่ผลักให้ไปข้างหน้า"  จักรยานของเราจึงขับเคลื่อนไปข้างหน้าต่อไปได้  ยิ่งหากเป็นทางชันแล้วยิ่งต้องใส่แรงมากขึ้นตามไป  จะย่ามใจพยายามเร่งสปีดให้เรา ก็ทำไม่ได้เพราะอาจจะเร่งได้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่เราจะหมดพลังเสียก่อน  คำแนะนำคือค่อยๆปั่นไปแล้วจะได้ระยะทาง
พลังที่ก่อให้เกิด "แรงส่งที่ผลักให้ไปข้างหน้า" สำหรับเราพี่น้องคริสตชน คือ พระเยซู คริสตเจ้า  ไม่มีอะไรอีกแล้วที่จะเป็นต้นกำเนิดพลังงานที่แท้จริงของเรา  และยิ่งกว่านั้นคุณพ่อยังบอกอีกว่า แม่พระเป็นดังหมวกกันกระแทกสำหรับชีวิตสงฆ์ของท่านในวันที่มีอันตราย และแน่นอนเป็นเครื่องป้องกันชีวิตคริสตชนของเราด้วย... และนี่คือปรีชาญาณของเราคริสตชน  เป็นขุมทรัพย์ขุมพลังงานของเรา
"..... พระอาจารย์ผู้ทรงความดี ข้าพเจ้าต้องทำอะไรเพื่อจะได้ชีวิตนิรันดร? .....พระเยซูเจ้าทอดพระเนตรเขาด้วยพระทัยเอ็นดู ตรัสกับเขาว่า ท่านยังขาดสิ่งหนึ่ง จงไปขายทุกสิ่งที่มี มอบเงินให้คนยากจน และท่านจะมีขุมทรัพย์ในสวรรค์ แล้วจงติดตามเรามาเถิด" (เทียบ มก 10:17-30)
เวลาเราถามพระเยซูเจ้า...พระอาจารย์ เพื่อร้องขอคำแนะนำเพื่อจะได้ชีวิตนิรันดร  เรากำลังขอพระปรีชาญาณจากพระองค์  เรากำลังขอการนำทิศทาง แสงสว่างส่องให้เห็นทางจากองค์พระจิตเจ้า  ขอพระองค์มอบพระจิตของพระองค์ให้กับเรา
ปรีชาญาณของพระองค์ มิใช่สิ่งใดอื่น  มันคือ "การมีพระองค์ในใจในชีวิตในการปฏิบัติ และเชื่อฟังเสียงของพระจิตเจ้านำทางเสมอ"  ดำเนินชีวิตตามปกติให้ดี และพร้อมที่จะวางความต้องการของตัวเอง ตัดสละน้ำใจตน ฟังเสียงพระจิตเจ้า และติดตามเสียงเรียกของพระองค์.
"..... พระอาจารย์ผู้ทรงความดี ข้าพเจ้าต้องทำอะไรเพื่อจะได้ชีวิตนิรันดร? .....พระเยซูเจ้าทอดพระเนตรเขาด้วยพระทัยเอ็นดู ตรัสกับเขาว่า ท่านยังขาดสิ่งหนึ่ง จงไปขายทุกสิ่งที่มี มอบเงินให้คนยากจน และท่านจะมีขุมทรัพย์ในสวรรค์ แล้วจงติดตามเรามาเถิด" (เทียบ มก 10:17-30)