Get Adobe Flash player
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.007gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.011gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.012gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.005gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.003gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.009gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.008gk-is-87.jpglink
«
»
Loading…

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 82 guests and no members online

2016-06-05 ข้อคิดวันอาทิตย์ที่สิบ เทศกาลธรรมดา ปี C

ข้อคิดวันอาทิตย์ที่สิบ เทศกาลธรรมดา ปี C

ข้อคิด...เรื่องเกี่ยวกับงานศพย่อมเป็นเรื่องเศร้า...แต่ภาพงานศพซึ่งพระเยซูเจ้าและบรรดาศิษย์ของพระองค์ได้พบที่เมืองนาอินเป็นเรื่องเศร้าเป็นพิเศษ เพราะเกี่ยวข้องกับงานศพของเด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเป็นบุตรชายคนเดียวของหญิงหม้าย การสูญเสียบุตรเป็นการแบกกางเขนที่หนักที่สุดอันหนึ่งงของผู้เป็นพ่อแม่

          มีกล่าวไว้ว่า “เมื่อคนชราตายพวกเขานำอดีตส่วนหนึ่งของพวกเราไป แต่เมื่อคนหนุ่มสาวตายพวกเขานำเอาอนาคตส่วนหนึ่งของพวกเราไป”...ความรู้สึกของการสูญเสียนั้นจะยิ่งใหญ่มากขึ้น ถ้าผู้ที่จากไปนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตของผู้ที่โศกเศร้าอาลัยอาวรณ์ และบางครั้งอาจสูญเสียแม้กระทั่งชีวิตของพวกเขาเอง

          พระคัมภีร์บอกเราถึงความเจ็บปวดของกษัตริย์ดาวิด เมื่อพระโอรสของพระองค์ที่ยังเด็กอยู่ ป่วยหนัก (2 ซมอ 12 :16-25)...พระองค์ทรงต้องการเอาชนะความเจ็บปวดนี้ด้วยการอธิษฐานอ้อนวอนต่อพระเจ้าเพื่อพระโอรสของพระองค์...พระองค์ได้ทรงจำศีลอดอาหารอย่างเข้มงวด ทรงบรรทมลงบนพื้นตลอดทั้งคืน นุ่งห่มด้วยกระสอบ บรรดาข้าราชบริพารในราชสำนัก ต่างยืนล้อมรอบพระองค์ พยายามให้พระองค์ลุกขึ้นจากพื้น แต่พระองค์ทรงปฏิเสธ พวกเขาจึงรู้สึกหวาดกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากว่าพระโอรสผู้นี้ สิ้นใจ...หลังจากนั้นเจ็ดวัน พระโอรสก็ได้สิ้นใจ

          บรรดาประชาชนยิ่งมีความกลัวมากขึ้น เพราะกษัตริย์อาจจะทรงกระทำบางสิ่งที่อาจจะเป็นอันตรายกับชีวิตของพระองค์ พวกเขากล่าวว่า “แม้เมื่อเด็กนั้นยังมีชีวิตอยู่ เราชี้แจงเหตุผลกับกษัตริย์ แต่พระองค์ไม่ทรงรับฟังเรา” เมื่อกษัตริย์ดาวิดได้ยินพวกเขากระซิบกระซาบกัน พระองค์ทรงทราบว่าพระโอรสของพระองค์นั้นสิ้นใจแล้ว จึงตรัสถามว่า “เด็กนั้นสิ้นใจแล้วหรือ” พวกเขาตอบว่า “สิ้นใจแล้วพระเจ้าข้า”

          ประชาชนต่างสงสัยว่า “เวลานี้กษัตริย์จะทรงทำอย่างไร” พวกเขาเฝ้ามองจากไกลๆ แต่กษัตริย์ทำให้พวกเขาประหลาดใจ...พระองค์ทรงลุกขึ้นจากพื้น อาบน้ำ ชโลมพระองค์ และเปลี่ยนฉลองพระองค์ แล้วทรงเสด็จไปยังสักการะสถาน ทรงหมอบกราบต่อหน้าพระเจ้า ระหว่างทางที่ทรงเสด็จกลับพระราชวัง พระองค์ทรงบอกให้จัดอาหารมาให้พระองค์เสวย

          บรรดาข้าราชบริภารต่างประหลาดใจในพฤติกรรมของพระองค์ ถึงกล่าวว่า “ทำไมพระองค์จึงทรงปฏิบัติเช่นนี้ เมื่อพระโอรสของพระองค์ยังมีชีวิตอยู่ พระองค์ทรงจำศีลอดอาหารและทรงกรรแสง แต่บัดนี้พระโอรสสิ้นใจไปแล้ว พระองค์ทรงลุกขึ้นและเสวยพระกระยาหาร” กษัตริย์ดาวิดตรัสตอบว่า “เมื่อโอรสของเรายังมีชีวิตอยู่ เราจะกระทำทุกอย่างเพื่อรักษาชีวิตของเขาไว้ แต่บัดนี้ เขาจากไปแล้ว เขากลับมาหาเราไม่ได้อีกแล้ว แต่เราไปหาเขาได้”

          ดังนั้น กษัตริย์ดาวิดทรงเป็นแบบอย่างของการยอมรับในการเรียกร้องขอชีวิต ในการเผชิญหน้ากับการสูญเสียที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เรามิได้ลืมผู้ตายและเรามีโอกาสระลึกถึงพวกเขา แต่ชีวิตของเราแต่ละคน มีค่าอย่างยิ่ง เพราะเป็นของประทานจากพระเจ้า ดังนั้น เราจึงยังต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อตัวเราเองและเพื่อคนอื่น...เรามีความเศร้าโศกเพราะชีวิตหนึ่งจากไป แต่การใช้ชีวิตอยู่แต่ในความโศกเศร้า จะเป็นการสูญเสียไปทั้งสองชีวิต

          เพราะเมื่อความตายกำลังจะมาถึงตัวเรา เราอาจจะมีความรู้สึกนึกคิดว่าพระเจ้ามิได้ทรงอยู่ใกล้เรา แต่ก็อาจเกิดในสิ่งที่ตรงข้ามกันได้...เพราะ แท้ที่จริงแล้ว ความตายกลับจะนำเราให้ใกล้ชิดกับพระเจ้ามากยิ่งขึ้น...ทำไมหรือ?...เพราะเราตระหนักดีว่า ความตายของมนุษย์เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของความเป็นมนุษย์...พระเจ้าเท่านั้นที่ทรงถือกุญแจแห่งความตายของเราแต่ละคนไว้ ดังนั้น ให้เรามอบตัวของเราไว้ในความรักและพระเมตตาของพระองค์ เช่นเดียวกับที่พระเจ้าทรงเสด็จมาเยี่ยมประชาชนที่เมืองนาอินในพระบุคคลของพระเยซูเจ้า...พระองค์จะทรงเสด็จมาเยี่ยมเยืยนเราเมื่อเวลาใกล้จะตายด้วยพระพรแห่งการปลอบโยนด้วยความหวังและคำมั่นสัญญาแห่งความบรมสุขนิรันดรในพระอาณาจักรของพระองค์

          ความตายมิใช่เป็นการสูญเสีย แต่เป็นการเปลี่ยนจากที่พำนักอาศัยที่ไม่เที่ยงแท้ถาวร ให้เป็นที่พำนักอาศัยที่จะคงอยู่ตลอดไปอย่างนิรันดร์...ความตายไม่ได้อยู่ไกลจากตัวเรา ความตายกำลังเดินทางแห่งชีวิตพร้อมๆกับเรา ด้วยความหวังอย่างมั่นใจว่าเราจะไปพบกับผู้ที่เป็นที่รักของเราอีกในพระอาณาจักรของพระเจ้า

สวัสดี...พ่อวีรศักดิ์