Get Adobe Flash player
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.007gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.011gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.012gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.005gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.003gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.009gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.008gk-is-87.jpglink
«
»
Loading…

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 34 guests and no members online

2017-10-01 ข้อคิดวันอาทิตย์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา ปี A

ข้อคิดวันอาทิตย์ที่26เทศกาลธรรมดาปีA

มธ21: 28-32...คนเก็บภาษีและหญิงโสเภณีจะเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้าก่อนท่าน...เพราะยอห์นได้มาพบท่านชี้หนทางแห่งความชอบธรรมท่านก็ไม่เชื่อยอห์นส่วนคนเก็บภาษีและหญิงโสเภณีเชื่อ

เรามีเสรีภาพที่จะบอกว่าเอาหรือไม่เอากับพระเจ้าแต่นี่ย่อมหมายความว่าเราจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของเรา...หลายๆครั้งเรามักจะใช้เสรีภาพที่พระเจ้าได้ทรงประทานให้นั้นอย่างไม่ดีหรืออย่างผิดๆแต่ว่าพระเจ้ายังทรงพระทัยดีมีเมตตากรุณาต่อเราอยู่เสมอพระองค์ทรงเรียกเราให้เป็นทุกข์กลับใจกลับมาหาพระองค์

ข้อคิด... อุปมาเรื่องบุตรสองคนจากพระวรสารในวันนี้มุ่งเป้าไปที่พระสงฆ์ผู้ใหญ่ของชนชาวอิสราแอลจุดมุ่งหมายของอุปมาเรื่องนี้ก็เพื่อเป็นการปกป้องพระเยซูเจ้าจากการที่พระองค์ทรงเชื้อเชิญคนบาปและคนที่ถูกสังคมทอดทิ้งให้เข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้าอันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องในทางศาสนาในสายตาของพวกผู้นำทางศาสนาของชนชาวยิวแน่นอนอุปมาเรื่องนี้ได้ก่อให้เกิดความขุ่นเคืองให้กับพวกเขาเป็นอย่างมากเพราะเป็นการตำหนิพวกเขาโดยตรง

บุตรคนแรกเป็นตัวแทนของบรรดาคนบาปซึ่งก็คงไม่แตกต่างอะไรกันมากนักเพราะทีแรกชอบทำอะไรตามใจตนเองแต่ว่าแล้วนั้นก็ได้เป็นทุกข์กลับใจและกลับมาหาพระเจ้าจนที่สุดก็ได้สวรรค์เป็นรางวัลแห่งชีวิต...ส่วนบุตรคนที่สองนั้นเป็นตัวแทนของบรรดาพระสงฆ์ผู้ใหญ่ของชนชาวยิวซึ่งก็คล้ายๆกับบุตรคนที่สองที่ได้สัญญาว่าจะทำงานเพื่อพระเจ้าแต่ที่สุดก็มิได้ทำดังที่ว่านั้นจึงในที่สุดก็ได้ทำให้ตัวเองไม่ได้เข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า

เราจึงแลเห็นว่าการกลับใจเป็นเงื่อนไขที่สำคัญเพื่อจะเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้าซึ่งบทอ่านแรกก็ได้กล่าวถึงอยู่แล้ว

อุปมาเรื่องบุตรสองคนที่เล่าในพระวรสารของนักบุญมัทธิวในวันนี้นั้นได้แสดงให้เห็นถึงศาสนิกชนในสมัยของท่านและรวมทั้งในสมัยของเรานี้ด้วยที่พวกหนึ่งเอาแต่พูดและไม่ทำแต่ก็ยังมีอีกพวกหนึ่งที่ฟังแล้วและก็เอาไปทำ

หนึ่งในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เรามนุษย์สามารถให้กับคนอื่นได้ก็คือคำพูดเป็นเรื่องไม่ยากที่เราจะให้คนอื่นเฉพาะคำพูดของเราเท่านั้นเพราะไม่ต้องเสียหรือสิ้นเปลืองอะไรทั้งสิ้นแต่ว่าราคาค่างวดหรือคุณค่าของคำพูดนั้นจะตามมาก็ต่อเมื่อเราให้เกียรติกับคำพูดที่เราได้พูดออกไป

บางคนเป็นคนที่ชอบพูดมากพลางสัญญาโน่นสัญญานี่แต่ก็เชื่อถืออะไรมากไม่ได้เพราะเป็นคนไม่จริงจังคำพูดของเขาจึงไม่มีค่างวดหรือคุณค่าอะไรมากมายนักคำมั่นสัญญาของเขาเปรียบเหมือนเกลือเมื่อถูกน้ำก็จะละลายหายไปสิ้นการที่จะคบกับคนพรรค์นี้สามารถก่อให้เกิดความเจ็บปวดได้เราทุกคนคงเคยมีประสบการณ์แห่งความเจ็บปวดกับคนที่ไม่รักษาคำมั่นสัญญา

แต่ก็มีอีกหลายๆคนที่ไม่ชอบพูดมากมักจะคิดก่อนแล้วจึงจะพูดและไม่ชอบให้คำมั่นสัญญาง่ายๆเมื่อเขาให้คำมั่นสัญญาเราก็สามารถมั่นใจได้ว่าเขาจะถือตามสัญญาไว้นั้นและเราก็คงจะชอบคนเช่นนี้มากกว่า

เมื่อผู้เป็นบิดาในอุปมาเรื่องเล่าของพระเยซูเจ้าได้ขอร้องบุตรทั้งสองของตนให้เข้าไปทำงานในสวนองุ่นบุตรคนที่สองก็รีบรับปากว่าครับในทันทีเขาพูดอย่างสง่างามอันเป็นท่าทีว่าจะไปแน่ๆแต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ถือตามคำพูดของตนคือไม่ได้เข้าไปทำงานในสวนองุ่นของบิดา

ส่วนบุตรคนแรกกลับบอกกับบิดาของตนว่าไม่ไปแต่ว่าที่สุดก็ได้เปลี่ยนใจและได้เข้าไปทำงานในสวนองุ่นของบิดา

เรื่องราวของบุตรทั้งสองคนนี้ก็มีอะไรหลายๆอย่างที่ให้คำสอนแก่เราเราเรียกตัวเราเองว่าคริสตชนแต่คนต่างศาสนามักจะกล่าวโทษเราว่าพวกคริสตังค์ก็ไม่เห็นว่าจะเป็นคนดีกว่าเราเลยหรือว่าเราก็ยังเป็นคนประเภทหน้าไหว้หลังหลอกอยู่คือเป็นคนพูดอย่างทำอีกอย่างเพราะชีวิตจริงของเราไม่สอดคล้องและไม่ได้เป็นประจักษ์พยานให้กับความเชื่อที่เราได้ยืนยันด้วยปากของเรา...บาปนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นทำอะไรที่ผิดบาปที่ใหญ่ที่สุดประการหนึ่งของเราก็คือการไม่ทำดีซึ่งก็คือการไม่ทำดีอะไรเลย

จากบุตรคนแรกเราก็ได้เรียนรู้ว่าบ่อยๆการพูดว่าไม่ในตอนแรกแต่ต่อมาก็เปลี่ยนใจซึ่งโดยปรกติแล้วคนทั่วๆไปมักจะถือว่าการเปลี่ยนใจนั้นเป็นความอ่อนแออย่างหนึ่งแต่ก็อาจจะไม่ใช่อย่างนั้นเสมอไปเหมือนกับในกรณีของบุตรคนแรกนี้เราต้องอย่าลืมว่าการเปลี่ยนใจนั้นจริงๆแล้วต้องการความสุภาพในอันที่จะยอมรับความผิดของตนและความกล้าหาญในอันที่จะกลับมาทำในสิ่งที่ถูกต้อง         แม้ว่าบุตรคนแรกเพราะสุดท้ายได้นบนอบเชื่อฟังบิดาของตนก็ยังต้องถือว่าดีกว่าบุตรคนที่สองที่บอกว่าครับพ่อแต่แล้วก็ไม่ได้ไปอย่างไรก็ตามบุตรที่เป็นอุดมคตินั้นก็คือบุตรที่พร้อมและอย่างทันทีทันใดที่พยายามทำให้สำเร็จซึ่งความปรารถนาหรือความต้องการของผู้เป็นบิดาและนี่แหละที่เป็นตัวอย่างของบุตรที่เราทุกคนควรจะต้องเอามาเป็นแบบอย่างดังที่นักบุญเปาโลที่บอกกับเราในวันนี้ว่าพระเยซูเจ้าทรงสละพระองค์จนหมดสิ้น...ทรงถ่อมพระองค์จนถึงกับทรงยอมรับแม้ความตายเป็นความตายบนไม้กางเขนเพราะเหตุนี้พระเจ้าจึงทรงเทิดทูนพระองค์ขึ้นสูงส่ง

อุปมาเรื่องบุตรสองคนนี้สอนเราว่า“คำมั่นสัญญาต่างๆไม่สามารถนำมาทดแทนการกระทำได้และคำพูดสวยๆงามๆนั้นก็ไม่สามารถทดแทนการทำความดีได้เช่นกัน

ความซื่อสัตย์เรียกร้องความไม่เห็นแก่ตัวและจิตตารมณ์แห่งความเสียสละและตั้งแต่บนโลกเรานี้แล้วที่ความซื่อสัตย์จะนำรางวัลอันยิ่งใหญ่มาให้ในเรื่องของความเจริญก้าวหน้าความสงบนิ่งและความชื่นชมยินดีทั้งสำหรับส่วนตัวและหมู่คณะ

ส่วนความไม่ซื่อสัตย์ก็จะไม่มีรางวัลอย่างที่ว่านี้ให้เพราะก่อนที่จะจบวันเราย่อมจะไม่มีความสุขอย่างแน่นอนเมื่อเราพูดอะไรออกไปแล้วแต่ไม่ได้ถือตาม...ตรงข้ามกับเวลาที่เราพูดอะไรออกไปแล้วและได้ถือตามสิ่งที่ได้พูดออกไปเราก็จะเป็นสุข

มีนักบุญที่ยิ่งใหญ่หลายๆท่านในประวัติศาสตร์ของพระศาสนจักรที่เป็นคนบาปซึ่งเริ่มต้นชีวิตของตนด้วยการบอกกับพระเจ้าว่าไม่แต่ว่าต่อมาก็ได้เปลี่ยนใจกลับมาบอกกับพระเจ้าว่าครับเช่นในกรณีของนักบุญเปาโลนักบุญออกัสตินและนักบุญอีกหลายๆท่าน