Get Adobe Flash player
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.007gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.011gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.012gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.005gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.003gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.009gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.008gk-is-87.jpglink
«
»
Loading…

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 48 guests and no members online

2017-05-21 ข้อคิดอาทิตย์ที่ 6 เทศกาลปัสกา ปี A

ข้อคิดอาทิตย์ที่ 6 เทศกาลปัสกา ปี A

ยน 14: 15-21ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา...เราจะไม่ทิ้งท่านทั้งหลายให้เป็นกำพร้า เราจะกลับมาหาท่านในไม่ช้า...พระบิดาจะประทานพระจิตแห่งความจริงให้อยู่กับท่านตลอดไป

พระเยซูเจ้าได้ทรงตรัสกับพวกเราด้วยพระวาจาที่พระองค์ได้ทรงตรัสกับบรรดาศิษย์ของพระองค์ว่าถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านจะปฏิบัติบทบัญญัติของเราเราคงจะไม่สามารถเรียกตัวเราเองว่าเป็นศิษย์ของพระเยซูถ้าเรามิได้ฟังพระวาจาของพระองค์และไม่ได้พยายามที่จะเจริญชีวิตพระวาจานั้น

ข้อคิด...การรู้จักระงับอารมณ์ความรู้สึกต่อการจากไปของคนรักหรือของเพื่อนสนิทมิใช่เป็นเรื่องง่ายเลย และการจากไปในแต่ละครั้ง ก็มีขีดขั้นของความเจ็บปวดที่ไม่เท่าเสมอกัน...การจากไปที่สร้างความเจ็บปวดให้มากที่สุด ก็คือเมื่อคนที่เรารักจะต้องจากเราไปอย่างไม่มีวันกลับมา...และอะไรที่ทำให้การจากไปชนิดนี้แตกต่างไปจากการจากไปชนิดอื่นๆ นั่นก็คือ...โชคชะตาสุดท้ายหรือชีวิตหลังความตายของเขาจะเป็นอย่างไร...

หลายๆครั้ง พระเยซูเจ้าได้ทรงตรัสถึงการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ให้กับบรรดาศิษย์ของพระองค์แบบมีนัยยะว่าจะหมายถึงอะไรกันแน่...เป็นค่ำคืนก่อนที่พระเยซูเจ้าจะทรงสิ้นพระชนม์ ขณะที่พระองค์กำลังรับประทานอาหารค่ำมื้อสุดท้ายกับพวกเขา พระองค์ได้ทรงบอกกับพวกเขาอย่างเปิดเผยถึงการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ แต่ว่าในรูปแบบของ การจากไปหรือการกลับไปหาพระบิดา

การจากไปมีหลายรูปแบบ...เช่นการจากไปแบบเป็นการทอดทิ้งกันไปเลย...เช่นเด็กทารกที่เพิ่งเกิดมาดูโลก ถูกแม่ผู้ให้กำเนิดทิ้งไปเลย หรือพ่อแม่ปู่ย่าตายายซึ่งลูกหลานเอาไปฝากตามบ้านคนชราตามที่เราได้ยินได้เห็นเป็นข่าวอยู่บ่อยๆ การถูกทอดทิ้งแบบถาวรเป็นอะไรที่เจ็บปวดมากที่สุดซึ่งสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้...ในพระวรสารไม่ได้พูดถึงการจากไปแบบนี้ เพราะพระเยซูเจ้ามิได้ทอดทิ้งสานุศิษย์ของพระองค์แบบเป็นการทอดทิ้งกันไปเลย

...หรือการจากไปที่เกิดขึ้นเพราะความจำเป็นเพื่อความดีของผู้ที่จากไป เช่นคนๆหนึ่งที่กำลังจากไปเพื่อจะกลับไปบ้านไปพบกับผู้ที่เป็นที่รักหรือจากไปเพื่ออนาคตที่ดีกว่า และแน่นอน นี่เป็นจริงสำหรับในกรณีของพระเยซูเจ้า พระองค์ทรงจากไป ก็เพื่อความดีของพระองค์เอง เพราะพระองค์กำลังกลับไปหาพระบิดา ซึ่งก็เป็นการกลับไปบ้านแท้ของพระองค์เอง พระองค์กลับไปเพื่อไปรับเกียรติมงคล

...ที่สุด ก็มีการจากไปเพื่อความดีและเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ถูกจากไป...นี่ก็เป็นจริงอย่างยิ่งสำหรับเรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้นกับบรรดาศิษย์ของพระเยซูเจ้า...เพราะการจากไปของพระองค์จะเป็นความดีและประโยชน์สำหรับพวกเขาด้วย เพราะว่าพระองค์จะไปเตรียมที่ในบ้านของพระบิดาเจ้าหรือในเมืองสวรรค์ให้พวกเขาและจะส่งพระจิตเจ้ามายังพวกเขาด้วย การจากไปของพระองค์มิใช่เป็นการทอดทิ้งพวกเขาอย่างที่พวกเขากำลังคิดกันอยู่ พระองค์ได้ทรงสัญญากับพวกเขาเอาไว้ว่า เราจะไม่ทิ้งท่านทั้งหลายให้เป็นกำพร้า เราจะกลับมาหาท่าน (ยน 14: 18)

นอกนั้น ยังเป็นความบันเทาใจอันยิ่งใหญ่สำหรับบรรดาศิษย์ของพระเยซูเจ้าในชั่วโมงที่เจ็บปวดนี้ เพราะพระองค์ได้บอกว่าพระองค์จะกลับมาหาพวกเขาอีกและจะอยู่กับพวกเขาจนถึงวันสิ้นโลก

พระเยซูเจ้ามิได้ทรงทอดทิ้งบรรดาศิษย์ของพระองค์ให้เป็นกำพร้า เพราะโดยอาศัยความเชื่อ พวกเขาสามารถ เห็น พระองค์ในเพื่อนพี่น้อง และด้วยการนอบน้อมเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระองค์ พวกเขาจะถูกดึงดูดให้เข้ามามีส่วนร่วมสมาคมในความรักกับพระองค์และกับพระบิดาเจ้าในองค์พระจิต

เช่นเดียวกัน พระเยซูเจ้าก็มิได้ทรงทอดทิ้งให้พวกเราเป็นกำพร้า เราสามารถเข้าหาพระองค์และขอความช่วยเหลือจากองค์พระจิตเจ้าได้เช่นเดียวกับบรรดาศิษย์ของพระเยซูเจ้าในยุคแรกๆเช่นกัน การสถิตอยู่หรือการปรากฏองค์ของพระเยซูเจ้า มิใช่เป็นความทรงจำที่เลื่อนลอยถึงบุคคลคนหนึ่งที่มีชีวิตในอดีต แต่ว่าเป็นการสถิตอยู่จริงๆขององงค์พระเยซูเจ้าซึ่งสามารถเป็นชีวิตและทำการเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเราได้อีกด้วย

แน่นอนไม่มีที่ไหนและเวลาใดที่เราจะรู้สึกว่าเราอยู่ใกล้ชิดกับองค์พระเยซูเจ้า มากเท่ากับเวลาที่เราเข้าไปรับพระองค์ในศีลมหาสนิทในพิธีบูชาขอบพระคุณ เพราะเมื่อเรารับพระองค์ในศีลมหาสนิท ก็จะทำให้เราได้มีส่วนในชีวิตพระของพระองค์...เราบำรุงเลี้ยงจิตวิญญาณของเราด้วยความรักของพระองค์ อาหารแห่งศีลมหาสนิทนี้นั้น ประทานให้กับเราซึ่งพละกำลังที่จะปฏิบัติพระวาจาของพระองค์และเจริญชีวิตดังเช่นศิษย์ที่แท้จริงของพระองค์

สวัสดี...พ่อวีรศักดิ์