Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 42 guests and no members online

2017-02-05 ข้อคิดอาทิตย์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา ปี A

ข้อคิดอาทิตย์ที่ 5เทศกาลธรรมดาปี A

มธ5: 13-16...ท่านทั้งหลายเป็นเกลือดองแผ่นดินและเป็นแสงสว่างส่องโลก...เพื่อคนทั้งหลายจะได้เห็นกิจการดีของท่านและสรรเสริญพระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์

เนื่องจากว่าเราเป็นศิษย์ของพระคริสต์เราจึงได้รับการเชื้อเชิญให้เป็นเกลือดองแผ่นดินและเป็นแสงสว่างส่องโลก”…นี่เป็นงานมหัศจรรย์ที่พระองค์ทรงมอบให้กับศิษย์ของพระองค์แต่ก็เป็นงานที่ยากมากๆและเพื่อที่จะทำงานชิ้นนี้ให้สำเร็จเราต้องการพละกำลังจากพระองค์ดังนั้นทุกๆวันให้เราได้ทูลขอจากพระองค์ซึ่งพละกำลังและความช่วยเหลือต่างๆที่เราต้องการเพื่อจะสามารถบรรลุถึงเป้าหมายอย่างที่พระองค์ได้ทรงหวังจากศิษย์ของพระองค์

ข้อคิด…นักบุญมัทธิวได้นำเสนอว่าพระเยซูเจ้าทรงเป็นแสงสว่างที่ส่องลงมายังโลกที่มืดมนในพระวรสารของวันอาทิตย์ที่สามเทศกาลธรรมดา…มาในวันอาทิตย์นี้พระภารกิจในการส่องสว่างและในการนำมนุษยชาติที่กำลังสับสนวุ่นวายในด้านศีลธรรมก็ได้รับการแบ่งปันให้กับบรรดาศิษย์ของพระองค์

          ในโลกสมัยโบราณเกลือเป็นสิ่งจำเป็นที่มีความสำคัญมากที่สุดสิ่งหนึ่งสำหรับชีวิตของเรามนุษย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเก็บรักษาและทำให้อาหารมีรสชาติเช่นเดียวกันสำหรับความจำเป็นและความสำคัญในชีวิตประจำวันในเรื่องของแสงสว่างก็เป็นสิ่งที่ประจักษ์แจ้งสำหรับพวกเราทุกๆคนดังนั้นภาพของเกลือและแสงสว่างที่พระเยซูเจ้าได้ทรงยกตัวอย่างก็ถูกนำเอาไปเปรียบเทียบกับการทำดีที่ศิษย์ของพระองค์ควรจะต้องมีบทบาทอย่างสำคัญต่อโลกในชีวิตประจำวันของพวกเขาดังนั้นเมื่อบรรดาศิษย์ของพระองค์จะไม่ยอมเป็นประจักษ์พยานให้กับพระองค์พวกเขาก็จะกลายเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ไร้คุณค่าเหมือนกับเกลือที่สูญเสียความความเค็มของมันหรือเหมือนกับตะเกียงที่ไม่ยอมส่องสว่าง

คนที่ได้รับการประกาศว่าเป็นผู้มีบุญหรือเป็นผู้มีความสุขนั้นมิใช่มีบุญหรือมีความสุขเฉพาะสำหรับตัวเองแต่ว่าความมีบุญและความสุขนี้เขาจะต้องแบ่งปันใหักับคนอื่นๆด้วยเพราะการที่พระเยซูเจ้าบอกให้เราเป็นเกลือดองแผ่นดินและเป็นแสงสว่างส่องโลกนั้นก่อนอื่นหมดพระองค์ต้องการจะบอกกับผู้ที่เชื่อในพระองค์และกับบรรดาศิษย์ของพระองค์เป็นอันดับแรกโดยให้พวกเขาเป็นผู้ยากจนผู้อ่อนโยนผู้ที่หิวกระหายความยุติธรรมผู้มีใจบริสุทธิ์ฯลฯซึ่งโดยอาศัยมหาบุญลาภที่พระองค์เทศน์สอนและบอกให้พวกเขาปฏิบัตินั้นพวกเขาก็จะสามารถเป็นเกลือดองความดีให้กับคนอื่นและสามารถเป็นแสงสว่างคอยส่องหนทางเดินแห่งชีวิตให้กับเพื่อนพี่น้องซึ่งกำลังเดินหน้ามุ่งไปสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า

          ที่จริงในพระวรสารของวันนี้นักบุญมัทธิวได้แนะนำพระเยซูเจ้าให้กับพวกเราแล้วว่าพระองค์ทรงเป็นแสงสว่างที่สองสว่างโลกอันมึดมนและภาระหน้าที่ประการนี้พระองค์ก็ได้ทรงถ่ายทอดมาให้กับบรรดาศิษย์ของพระองค์ด้วย

          วันหนึ่งมีชายแปลกหน้าคนหนึ่งมาเยี่ยมบ้านสำหรับคนยากไร้และผู้ใกล้จะตายของคุณแม่เทเรซาที่เมืองกัลกัตตาเขาได้มาถึงที่บ้านของคุณแม่เทเรซาขณะที่พวกซิสเตอร์กำลังนำชายผู้เคราะห์ร้ายคนหนึ่งที่ไกล้จะตายจากข้างถนนเข้ามารับการรักษาพยาบาลพวกซิสเตอร์ได้พาชายคนนี้ที่ถูกทิ้งไว้ข้างถนนขึ้นมาจากท่อน้ำร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลและเปื้อนฝุ่นไปทั้งตัวโดยที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังมีคนกำลังจ้องมองดูพวกเธอทำงานอยู่แขกผู้มาเยี่ยมเฝ้ามองดูซิสเตอร์คนหนึ่งที่กำลังเอาใจใส่ดูแลชายที่กำลังจะตายนั้นเขาได้สังเกตแลเห็นว่าซิสเตอร์กำลังพยาบาลคนไข้ของเธออย่างใจจดใจจ่อและทนุถนอมและล้างแผลให้ชายผู้เคราะห์ร้ายนั้นด้วยอาการท่าทางที่ยิ้มแย้มแจ่มใสอันทำให้เขารู้สึกว่าซิสเตอร์ได้เอาใจใส่ดูแลคนเคราะห์ร้ายที่กำลังจะตายนั้นในทุกๆรายละเอียดเลยทีเดียว

          หลังจากที่ได้เฝ้าดูพวกซิสเตอร์ซึ่งทำงานอย่างใจจดใจจ่อแล้วแขกผู้มาเยี่ยมก็ได้หันไปพูดกับคุณแม่เทเรซาว่าเมื่อผมมาที่นี่ในวันนี้ผมเป็นคนที่ไม่เชื่อในพระเจ้าและหัวใจของผมก็เต็มไปด้วยความเกลียดชังนักการศาสนาแต่ว่าขณะนี้ที่ผมกำลังจะจากที่นี่ไปผมกลับเป็นคนที่เชื่อศรัทธาในพระเจ้าผมได้แลเห็นความรักของพระเจ้าที่ถูกแสดงออกมาในการกระทำของคนของพระองค์โดยผ่านทางมือของซิสเตอร์คนนั้นผ่านทางความอ่อนโยนทนุถนอมผ่านทางท่าทางที่เปี่ยมด้วยความรักที่ซิสเตอร์คนนั้นแสดงออกให้กับชายผู้เคราะห์ร้ายที่กำลังจะสิ้นใจที่น่าสงสารคนนั้นผมได้แลเห็นความรักของพระเจ้าลงมายังตัวชายที่น่าสงสารคนนั้นโดยผ่านทางซิสเตอร์ของคุณแม่และเวลานี้ทำให้ผมได้เชื่อศรัทธาในพระเจ้าแล้ว

          แน่นอนนี่เป็นตัวอย่างของสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงมีอยู่ในดวงพระหฤทัยที่อ่อนโยนและสุภาพของพระองค์เมื่อพระองค์ทรงบอกเราว่าพระองค์ทรงต้องการให้แสงสว่างของเราส่องแสงแสงสว่างที่พระองค์ทรงกล่าวถึงนั้นก็คือแสงสว่างแห่งการกระทำที่ดีๆของเราแต่ละคนนั่นเอง  อันเป็นความดีที่เปี่ยมด้วยความรัก...การทำความดีของเราไม่จำเป็นจะต้องเป็นอะไรที่เรียกร้องความสนใจของคนอื่นขอเพียงแต่ให้เป็นอะไรที่ดีๆธรรมดาๆสำหรับคนอื่นก็สามารถเป็นแสงสว่างที่พระเยซูเจ้าทรงต้องการให้ฉายแสงออกมาจากศิษย์ของพระองค์และทำให้คนอื่นเมื่อแลเห็นแล้วจะได้สรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้า

 

สวัสดี....พ่อวีรศักดิ์