Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 9 guests and no members online

2018-01-14 อาทิตย์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา ปี B

อาทิตย์ที่ 2เทศกาลธรรมดาปีB

ยน1: 35-42...เมื่อศิษย์ทั้งสองคนเห็นที่ประทับของพระเยซูเจ้าก็พักอยู่กับพระองค์ในวันนั้น...

ในพระวรสารของวันนี้เราจะได้ยินได้ฟังพระเยซูเจ้าทรงเรียกศิษย์สองคนแรกของพระองค์ว่ามาดูซิ”...ศิษย์ทั้งสองก็ได้ตอบรับคำเชิญของพระองค์และได้พบกับพระองค์ซึ่งได้ช่วยให้ชีวิตของเขาได้เปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง...ทุกๆครั้งเวลาที่เรามาร่วมเฉลิมฉลองพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณเราก็มีโอกาสพบปะกับพระองค์...ให้เราได้เตรียมตัวเตรียมจิตใจของเราให้พร้อมสำหรับการพบปะนี้เพื่อการเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

ข้อคิด...แม้ว่าปีพิธีกรรมปีนี้ในวันอาทิตย์จะใช้พระวรสารของนักบุญมาระโกแต่เพื่อเป็นการเคารพต่อธรรมประเพณีอันเก่าแก่ของพระศาสนจักรที่ได้นำเสนอการเผยแสดงให้กับผู้คนที่แตกต่างกันออกไปขององค์พระเยซูเจ้าจึงในวันอาทิตย์ที่สองเทศกาลธรรมดานี้ได้เลือกเอาพระวรสารของนักบุญยอห์นซึ่งแสดงให้เห็นถึงการรับรู้ที่ค่อยเป็นค่อยไปต่อองค์พระเยซูเจ้าว่าพระองค์เป็นใครโดยผ่านทางการเป็นประจักษ์พยานของท่านยอห์นบัปติสต์และการยืนยันถึงความเชื่อศรัทธาที่สานุศิษย์รุ่นแรกๆมีต่อพระองค์...จากพระวรสารของวันนี้เราจะเห็นว่าท่านยอห์นบัปติสต์ได้เรียกพระเยซูเจ้าว่านี่คือลูกแกะของพระเจ้าและนักบุญอันดรูว์เรียกพระองค์ว่าพระเมสสิยาห์

เนื้อหาที่สำคัญของบทอ่านในวันอาทิตย์นี้ก็คือการเรียกและการตอบสนอง...ในบทอ่านแรก(1 ซมอ3: 3-10. 19) เราเห็นกระแสเรียกของท่านซามูเอลซึ่งได้มีบทบาทสำคัญในการสร้างชาติอิสราเอลการที่พระเจ้าทรงเรียกท่านนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของยุคเวลาใหม่เพราะผ่านทางท่านชนชาวอิสราเอลจะได้มีกษัตริย์พระองค์แรก...กระแสเรียกของท่านซามูเอลนี้จะเป็นรูปแบบของการเรียกอัครสาวกรุ่นแรกๆของพระเยซูเจ้าด้วยคืออันดรูว์ยอห์นและเปโตรและการเรียกนักบุญเปโตรนั้นจะต้องถือว่าเป็นจุดเด่นของการเรียกและการเลือกอัครสาวกขององค์พระเยซูเจ้าเพราะบทบาทที่สำคัญที่ท่านได้รับจากพระองค์ในคณะอัครสาวก

ในกระแสแห่งชีวิตของเราแต่ละคนเราก็มีการพบปะกับผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็มิใช่เป็นการพบปะที่มีความสำคัญมากมายนักเพราะในที่สุดเราก็มักจะลืมมันไป

เราอาจจะพบปะกับคนบางคนทุกๆวันแต่เราก็ไม่เคยได้ใกล้ชิดกับเขาเหล่านั้นเรารู้จักเขาแต่เพียงผิวเผินเราสามารถพูดคุยกับใครบางคนเป็นชั่วโมงๆหรือเป็นเดือนๆปีๆโดยที่ไม่รู้สึกว่าเราได้เผยความเป็นตัวตนที่แท้จริงของเราให้กับเขาคนนั้น...เราสามารถมีชีวิตอยู่ในหมู่คณะหรือในสังคมเดียวเป็นปีๆโดยที่ไม่รู้จักคนอื่นๆที่อยู่ในสังคมเดียวกันนั้นหรือพูดคุยกับพวกเขาอย่างเป็นเรื่องเป็นราวต่างๆของชีวิตอย่างลึกซึ้งพูดง่ายๆก็คือเราไม่ได้ให้อะไรที่เป็นแก่นสารและอย่างเป็นประโยชน์แก่กันและกันเลย...และนี่แหละที่เป็นความน่าเสียดายของชีวิต

แต่ก็ยังมีการพบปะกันอีกบางครั้งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดเพราะช่วยทำให้ชีวิตของเรามั่งคั่งร่ำรวยขึ้นและทำให้ชีวิตได้รับการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีอย่างมากอีกด้วยและนี่แหละที่เป็นการพบปะกันที่นำความชื่นชมยินดีมาให้ทั้งเป็นรางวัลแห่งชีวิตอีกด้วย

หลายๆครั้งการพบปะกันอย่างมีความหมายและมีคุณค่าก็อาจจะเกิดขึ้นอย่างบังเอิญก็เป็นไปได้โดยไม่ต้องไปใช้เวลาอย่างมากมายบ่อยๆการพบปะกันเป็นครั้งแรกก็จะเป็นสิ่งที่ลืมยากเพราะอาจจะทำให้เรารักใครหรือเกลียดใครขึ้นมาได้เพราะความประทับใจหรือไม่ประทับใจที่เราได้รับจากเขาซึ่งอาจจะทำให้เราสามารถจำทุกรายละเอียดได้ของการพบปะครั้งแรกนั้นเช่นในกรณีของนักบุญยอห์นอัครสาวก

สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนี้จะช่วยเราให้ได้เข้าใจถึงความสำคัญของการพบปะครั้งแรกระหว่างพระเยซูเจ้ากับบุคคลสามคนซึ่งต่อมาภายหลังได้กลายเป็นอัครสาวกในหัวแถวของพระองค์คือเปโตรอันดรูว์และยอห์นเพราะอีกหลายๆปีต่อมาเมื่อยอห์นได้เขียนพระวรสารท่านสามารถจำเวลาของวันที่ท่านได้พบปะกับพระเยซูเจ้าว่าเป็นกี่โมงกี่ยาม...คือเป็นเวลาบ่ายสี่โมง

การพบปะกับพระเยซูเจ้าเพียงครั้งเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้ท่านทั้งสามรู้สึกติดอกติดใจในองค์พระเยซูเจ้าเพราะพระองค์ได้ให้เวลาแก่พวกเขามากตามที่พวกเขาต้องการพวกเขารู้สึกว่าพระเยซูเจ้าเป็นผู้ที่อบอุ่นเป็นเพื่อนมีอัธยาศัยดีพวกเขารู้ดีว่าพวกเขาได้พบกับบุคคลสำคัญและทำให้ได้มาซึ่งมิตรภาพอันหาได้ยาก

พระเยซูเจ้าได้ผ่านไปผ่านมาในชีวิตของพวกเราแต่ละคนพระองค์พร้อมอยู่เสมอสำหรับคนที่กำลังมองหาพระองค์อย่างจริงใจพระองค์มิได้ไปบังคับใครให้มารู้จักพระองค์สำหรับคนที่สนใจอยากจะรู้จักพระองค์มากขึ้นพระองค์ก็ทรงเชื้อเชิญอย่างที่พระองค์ทรงบอกกับยอห์นและอันดรูว์ว่า...มาดูซิ

แน่นอนมิใช่เป็นการพบปะกันครั้งเดียวแล้วก็เลิกรากันไปแต่นี่หมายถึงความสัมพันธ์หรือความผูกพันธ์กับองค์พระเยซูเจ้าที่จะค่อยๆเจริญเติบโตและพัฒนาไปทุกๆวัน...

สวัสดี..พ่อวีรศักดิ์