Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 17 guests and no members online

2018-07-01 ข้อคิดสมโภชนักบุญเปโตรและเปาโล อัครสาวก

ข้อคิดสมโภชนักบุญเปโตรและเปาโลอัครสาวก

          มธ16: 13-19ท่าน(นักบุญเปโตร)คือศิลาและบนศิลานี้เราจะตั้งพระศาสนจักรของเราประตูนรกไม่มีวันชนะพระศาสนจักรได้เราจะมอบกุญแจอาณาจักรสวรรค์ให้ทุกสิ่งที่ท่านจะผูกบนแผ่นดินนี้จะผูกไว้ในสวรรค์ด้วยทุกสิ่งที่ท่านจะแก้บนแผ่นดินนี้ก็จะแก้ในสวรรค์ด้วย...

...สำหรับข้าพเจ้า(นักบุญเปาโล)นั้นชีวิตของข้าพเจ้ากำลังจะถูกถวายเป็นเครื่องบูชาอยู่แล้วถึงเวลาแล้วที่ข้าพเจ้าจะต้องจากไปข้าพเจ้าต่อสู้มาอย่างดีแล้วข้าพเจ้าวิ่งมาถึงเส้นชัยแล้วข้าพเจ้ารักษาความเชื่อไว้แล้วยังเหลืออยู่ก็เพียงมงกุฎแห่งความชอบธรรมซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงพิพากษาอย่างเที่ยงธรรมจะประทานให้ข้าพเจ้าในวันนั้น

ข้อคิด...การสมโภชนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโลอัครสาวกในวันนี้เป็นการสมโภชที่เก่าแก่ที่สุดวันหนึ่งของพระศาสนจักรและที่จริงเป็นการสมโภชที่มีมาก่อนการสมโภชพระเยซูเจ้าทรงบังเกิดหรือวันคริสต์มาสเสียอีกตั้งแต่ศตวรรษที่สี่แล้วที่ในวันสมโภชนี้มีการถวายพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณสามมิสซาด้วยกันคือที่มหาวิหารนักบุญเปโตรในนครรัฐวาติกันมิสซาหนึ่งที่มหาวิหารนักบุญเปาโลนอกกำแพงเมืองอีกมิสซาหนึ่งและมิสซาที่สามที่คาตากอมบ์นักบุญเซบาสเตียนซึ่งเชื่อว่าศพของท่านนักบุญอัครธรรมทูตผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองท่านนี้คงจะถูกซ่อนไว้ณที่นี้เป็นระยะเวลาหนึ่ง

นักบุญเปโตรเป็นชาวประมงแห่งเบทไซดา(ลก5: 3; ยน1: 44) แต่ว่าต่อมาได้ย้ายมาตั้งหลักแหล่งที่เมืองคาร์เปอร์นาอุม(มก1: 21.29) นักบุญอันเดรน้องชายของท่านได้เป็นคนแนะนำให้ท่านติดตามพระเยซูเจ้า(ยน1: 42) และอาจเป็นนักบุญยอห์นแบปติสต์ที่ได้เป็นผู้ตระเตรียมจิตใจของท่านสำหรับการพบปะครั้งสำคัญของท่านกับองค์พระเยซูเจ้า

พระเยซูเจ้าได้ทรงเปลี่ยนชื่อท่านจากชื่อเดิม“ซีมอน” มาเป็นชื่อใหม่ว่า“เปโตร”(มธ16: 17-19; ยน21: 15-17) เพื่อให้ท่านทำหน้าที่เป็นศิลาฐานรากของพระศาสนจักรที่พระองค์จะทรงสถาปนาขึ้นในตัวบุคคลของท่านเอง

นักบุญเปโตรเป็นพยานบุคคลแรกๆที่ได้แลเห็นพระคูหาว่างเปล่าของพระอาจารย์(ยน20: 6) และได้รับการประจักษ์มาให้เห็นขององค์พระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ(ลก23: 34)

หลังจากที่พระเยซูเจ้าได้เสด็จขึ้นสวรรค์แล้วท่านก็ทำหน้าที่เป็นผู้นำบรรดาคริสตชน(กจ1: 15; 15: 7) และได้เป็นคนกล่าวสรุปข่าวดีของพระเยซูเจ้า(กจ2: 14-41) และท่านเองเป็นคนแรกที่ได้แลเห็นความจำเป็นที่จะต้องเปิดพระศาสนจักรของพระเยซูเจ้าไปสู่พวกคนต่างชาติ(กจ10-11) ภารกิจด้านวิญญาณที่ท่านได้รับมอบหมายมิใช่ว่าจะช่วยให้ท่านหมดจากสภาพของความเป็นคนธรรมดาๆหรือจากข้อบกพร่องต่างๆทางอารมณ์ก็หาไม่(ยน13: 6; 18:10; มธ14: 29-31) นักบุญเปาโลเองก็มิได้ลังเลใจแต่อย่างใดที่จะพูดจาต่อว่าท่านเวลาที่พบกันที่เมืองอันติโอ๊ค(กจ15; กท2: 11-14) เพื่อโน้มน้าวเชิญชวนท่านว่าไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามแบบของพวกยิวสำหรับคนต่างศาสนาที่กลับใจ  ในเรื่องนี้รู้สึกว่านักบุญเปโตรยังตัดสินใจช้าและยังถือว่ากลุ่มคริสตชนที่เป็นคนต่างศาสนาก็ยังด้อยกว่าหรือเป็นรองกลุ่มคริสตชนที่เป็นชาวยิว(กจ6: 1-2) ต่อเมื่อนักบุญเปโตรได้มาที่กรุงโรมแล้วเมื่อนั้นแหละท่านจึงจะได้กลายเป็นอัครธรรมทูตของทุกๆคนและได้ทำหน้าที่ของท่านอย่างครบถ้วนคือเป็นศิลาหัวมุมของพระศาสนจักรของพระเยซูเจ้าโดยรวมชาวยิวและคนต่างศาสนาให้เข้ามาอยู่ภายในพระกายทิพย์เดียวกันขององค์พระเยซูเจ้าและท่านได้ประทับตราภารกิจหน้าที่นี้ด้วยการหลั่งโลหิตของท่านและตายตามแบบพระอาจารย์เจ้าของท่าน

นักบุญเปโตรได้ตายเป็นมรณสักขีประมาณปี64 ด้วยการถูกตรึงกางเขนเอาหัวลง

นักบุญเปาโลหลังจากที่ได้กลับใจในระหว่างทางที่มุ่งไปสู่กรุงดามัสกัสแล้วก็ได้เดินทางไปในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเป็นจำนวนสามครั้งด้วยกันที่ถือว่าเป็นครั้งสำคัญการเดินทางครั้งแรกของท่านนั้นมีนักบุญบาร์นาบัสร่วมเดินทางไปด้วย(กจ13-14) โดยออกเดินทางจากเมืองอันติโอ๊คหยุดพักที่เกาะไซปรัสแล้วก็เดินทางผ่านประเทศตุรกีในปัจจุบัน

หลังจากการประชุมของบรรดาอัครธรรมทูตที่กรุงเยรูซาเลมแล้วท่านก็ได้เริ่มการเดินทางครั้งที่สองซึ่งการเดินทางในครั้งนี้ได้รับการขอร้องจากบรรดาอัครธรรมทูตทั้งสิบสองอย่างเป็นทางการ(กจ15: 36-18: 22) ท่านได้เดินทางผ่านดินแดนตุรกีได้ประกาศพระวรสารในแคว้นฟรีเจียและกาลาเทียที่ซึ่งท่านได้ล้มเจ็บลง(กท4: 13) จากนั้นก็ได้เดินทางเข้าสู่ยุโรปพร้อมกับนักบุญลูกาและได้ตั้งกลุ่มคริสตชนขึ้นที่แคว้นฟิลิปปี(ประเทศกรีก) ที่แคว้นนี้ท่านได้ถูกจับขังคุกเป็นระยะเวลาหนึ่งแต่หลังจากนั้นเมื่อได้รับการปล่อยตัวแล้วท่านก็เริ่มประกาศพระวรสารใหม่อีกครั้งหนึ่งที่กรุงเอเธนส์(ประเทศกรีก) แต่ว่าภารกิจของท่านต้องหยุดชะงักลงต่อหน้าบรรดานักปรัชญาชาวกรีกแต่ที่เมืองโครินธ์ท่านได้ตั้งกลุ่มคริสตชนขึ้นซึ่งภายหลังได้ทำให้ท่านต้องหนักใจมากกว่าที่อื่นๆจากนั้นก็กลับเข้าสู่เมืองอันติโอ๊ค

สำหรับการเดินทางครั้งที่สามนั้น(กจ18: 23-21, 17) ท่านได้เดินทางไปเยี่ยมกลุ่มคริสตชนต่างๆที่ท่านได้ตั้งขึ้น(ประเทศตุรกี) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคริสตชนที่เมืองเอเฟซัสจากนั้นก็มุ่งสู่ประเทศกรีกไปเยี่ยมกลุ่มคริสตชนที่เมืองโครินธ์แล้วข้ามไปเมืองมิเลตุสพลางได้แจ้งให้บรรดาสมณทั้งหลายได้ทราบถึงการทดลองต่างๆที่ท่านกำลังจะได้รับและก็เป็นเช่นนั้นจริงๆคือหลังจากที่ท่านได้กลับมาที่กรุงเยรูซาเลมได้ไม่นานท่านก็ถูกพวกชาวยิวจับและถูกขังคุก(กจ21) แต่เนื่องจากว่าท่านถือสิทธิเป็นพลเมืองโรมันจึงได้อุทธรณ์ไปที่กรุงโรม

และดังนี้ก็เป็นการเริ่มต้นการเดินทางสู่กรุงโรมของท่านแต่ว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆไม่มีอิสรภาพเพราะถูกควบคุมตัวไว้(กจ21-26) ท่านได้ไปถึงกรุงโรมในราวปี60 หรือ61 และได้ถูกจองจำอยู่ในคุกจนถึงปี63แม้ว่าอยู่ในคุกท่านก็ได้รับความสะดวกสบายหลายประการและสามารถติดต่อกับบรรดาคริสตชนที่กรุงโรมได้ท่านได้เขียนจดหมายจากคุกและต่อมาในปีเดียวกันนั้นเองท่านก็ได้รับอิสรภาพ

อาจจะเป็นไปได้ที่ในช่วงเวลานี้ท่านได้เดินทางเป็นครั้งสุดท้ายไปประเทศสเปน(รม15: 24-28) หรืออาจจะเดินทางไปเยี่ยมกลุ่มคริสตชนที่ทิโมธีและติตัสศิษย์รักปกครองอยู่นักบุญเปาโลเองได้เขียนจดหมายถึงท่านทั้งสองนี้โดยบอกเป็นนัยๆว่าวาระสุดท้ายของท่านกำลังใกล้เข้ามาแล้วและท่านได้ถูกจับขังคุกอีกครั้ง

นักบุญเปาโลได้เป็นมรณสักขีประมาณปี67 ด้วยการถูกตัดศีรษะ

นักบุญเปโตรและนักบุญเปาโลอัครสาวก...เป็นชื่อสองชื่อที่ผูกพันอยู่กับพระศาสนจักรตลอดไปในธรรมประเพณีที่ท่านทั้งสองได้มอบให้แก่เราคริสตชนทุกๆคน

สวัสดี...พ่อวีรศักดิ์