Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 97 guests and no members online

2018-07-22 ข้อคิดอาทิตย์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา ปี B

ข้อคิดอาทิตย์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา ปี B

มก6: 30-34...ท่านทั้งหลายจงมาพักผ่อนกับเราตามลำพังในที่สงัดระยะหนึ่งเถิด...เมื่อเสด็จขึ้นจากเรือทรงแลเห็นประชาชนมากมายก็ทรงสงสารเพราะเขาเหล่านั้นเป็นดังฝูงแกะไม่มีคนเลี้ยง...

ในทุกๆหน้าของพระวรสารเป็นการแสดงให้เห็นว่าพระเยซูเจ้าทรงใส่ใจประชาชนและพระองค์ก็ทรงใส่ใจพวกเราด้วยเช่นกันพระองค์ทรงบันดาลให้เราเป็นประชากรเดียวคือประชากรของพระเจ้าเป็นสมาคมแห่งศิษย์ของพระองค์ดังนั้นให้เราเข้ามาหาพระองค์ด้วยจิตวิญญาณแห่งความเชื่อมั่นและความรัก...

ข้อคิด...ในบทอ่านที่หนึ่ง(ยรม23: 1-6) ท่านประกาศกเยเรมีย์ได้กล่าวโทษบรรดาผู้นำทางศาสนาของชนชาวยิวในสมัยนั้นว่าได้ละเว้นการทำหน้าที่ของตนที่มีต่อประชากรของพระเจ้าพวกเขาต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายและหายนะที่ได้เกิดขึ้นกับประชาชนแต่พระเจ้าจะไม่ทรงปล่อยให้ประชากรของพระองค์ต้องจมอยู่ในความตระหนกตกใจกลัวตลอดไปพระเจ้าเองจะทรงสวมบทบาทแห่งความเป็นผู้นำและจะมอบหมายฝูงแกะของพระองค์ให้กับผู้เลี้ยงแกะที่ดีและซื่อสัตย์คอยเลี้ยงดูต่อไป

เรื่องราวดังกล่าวข้างต้นจะได้รับการสานต่อเป็นอย่างดีจากพระวรสารคำมั่นสัญญาของท่านประกาศกเยเรมีย์ได้รับการกระทำให้สำเร็จลงในองค์พระเยซูเจ้าและเราได้แลเห็นพระเยซูเจ้า”พระผู้เลี้ยงแกะที่ดี”กำลังปฏิบัติการอยู่คือ

ประการแรก...เราได้แลเห็นความใส่ใจของพระองค์ที่มีต่ออัครสาวกทั้งสิบสองซึ่งเพิ่งกลับมาจากงานช่วยพระเยซูเจ้าประกาศข่าวดีและต้องการที่จะหยุดพักให้หายเหนื่อย

ประการที่สอง...เราแลเห็นความใส่ใจของพระองค์ต่อประชาชนโดยทั่วๆไปซึ่งได้ฟังพระองค์เทศน์สอนเป็นเวลานาน...ช่างมีความแตกต่างกันอย่างมากระหว่างพระองค์กับบรรดาผู้นำทางศาสนาของชนชาวยิวในสมัยนั้นจึงไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใดว่าทำไมประชาชนจึงได้ไปหาพระองค์เพราะในองค์พระเยซูเจ้าเราได้แลเห็นความรักเมตตาสงสารของพระเจ้ากำลังปฏิบัติการอยู่

หลายๆครั้งในชีวิตประจำวันของเราเรามักจะถูกขัดจังหวะจากคนที่มาหาเราหรือจากสิ่งจุกๆจิกๆรอบตัวเราซึ่งเป็นเรื่องที่กวนใจเราอย่างยิ่ง...วิธีที่จะทำให้เราไม่รู้สึกหงุดหงิดกับเรื่องพรรค์นี้ก็คือการเปลี่ยนวิธีคิดและเปลี่ยนความรู้สึกนั้นเสียคือเราจะต้องคิดเสียใหม่ว่าเรื่องจุกๆจิกๆเหล่านั้นก็เป็นหน้าที่เป็นงานประจำวันอย่างหนี่งของเราด้วยซึ่งเราจะต้องทำด้วยใจยินดีและดังนี้เราก็จะมีชีวิตที่สงบและนิ่งและเป็นสุขมากขึ้น

ความไม่เห็นแก่ตัวมิใช่เป็นเรื่องง่ายๆที่เราจะสามารถบริหารจัดการกับมันได้อย่างราบรื่น...แต่เราสามารถฝึกฝนให้กับตัวเราเองได้โดยพยายามหลอมความรู้สึกขัดใจให้เข้ากับเรื่องจุกๆจิกๆให้ได้แต่ถ้าเป็นเรื่องจุกๆจิกๆที่ขัดใจเราจริงๆในกรณีนี้เราจะต้องลืมตัวเราเองโดยยอมสลัดทิ้งซึ่งความไม่สบอารมณ์เสียและนี่แหละที่จะเป็นความเสียสละที่แท้จริง

พฤติกรรมแห่งความรู้จักเข้าใจคนอื่นมิได้ถูกตัดสินจากความสำคัญของพฤติกรรมนั้นๆแต่อยู่ที่การรู้จักเอาชนะการถูกขัดจังหวะจากคนอื่นอันเป็นการทดสอบอย่างดีสำหรับเราเมื่อเราต้องยอมสละแผนการณ์หรือความตั้งใจของเราเพื่อที่จะช่วยคนอื่น

เป็นความบันเทาใจสำหรับเราที่รู้ว่าพระเยซูเจ้าเองก็ได้ทรงบริหารจัดการกับการถูกขัดจังหวะบ่อยๆในชีวิตของพระองค์ด้วยการช่วยเหลือผู้อื่นเช่นในระหว่างงานมงคลสมรสที่เมืองคานาการรักษาคนที่ป่วยเป็นโรคต่างๆการเฝ้าคอยหญิงซามารีตันที่บ่อน้ำยากอบฯลฯ

แต่สำหรับพระวรสารในวันนี้พระเยซูเจ้ากลับไม่ได้คิดถึงตัวพระองค์เองแต่กลับคิดถึงบรรดาศิษย์ของพระองค์ซึ่งเพิ่งกลับมาจากภารกิจที่พวกเขาถูกส่งออกไปให้ทำพระองค์ทรงแลเห็นว่าพวกเขาต้องการการพักผ่อนพระองค์จึงได้ตัดสินใจที่จะพาพวกเขาไปหาที่สงบๆ

อย่างไรก็ตามภารกิจต่างๆก็ไม่ได้สำเร็จตามที่ได้วางแผนเอาไว้ประชาชนได้ติดตามพวกเขาไป...พระเยซูเจ้าได้มีปฏิกิริยาต่อเรื่องนี้อย่างไรบ้าง?...แทนที่จะรู้สึกรำคาญพระองค์กลับต้อนรับพวกเขา...นี่เป็นการบอกเราว่าพระองค์ทรงเป็นคนชนิดใดพระองค์ทรงรู้สึกสงสารพวกเขาพระองค์แลเห็นว่าพวกเขาไม่มีผู้นำโดยปรกติแล้วบรรดาผู้ใหญ่หรือครูอาจารย์มักจะไม่สู้มีเวลาให้กับคนทั่วๆไปแต่พระเยซูเจ้าได้มีเวลาให้กับทุกคนและนี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมประชาชนจึงได้หลั่งไหลไปหาพระองค์

การใส่ใจผู้อื่นมิใช่เป็นอะไรทีจะทำกันได้ง่ายๆบางคนใส่ใจคนอื่นได้ถ้าเขามีอารมณ์แต่ต้องไม่ทำให้แผนการของเขาเสียหายแต่การใส่ใจแบบที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำนั้นพระองค์ทรงใส่ใจแม้เมื่อแผนการของพระองค์จะต้องถูกยกเลิกไป...นี่แหละที่จะเป็นการทดสอบอย่างแท้จริง...ผู้ที่เป็นบิดามารดาจะต้องพบกับเหตุการณ์อย่างนี้อยู่ตลอดเวลา...เช่นในแต่ละคืนผู้ที่เป็นพ่อแม่จะต้องตื่นขึ้นมาดูลูกเล็กๆของตนไม่รู้กี่ครั้ง?

พวกเราทุกคนต่างก็สามารถที่จะใส่ใจคนอื่นได้การที่ต้องใส่ใจคนอื่นๆเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่แต่ว่าโลกของเราส่วนใหญ่แล้วก็เต็มไปด้วยการเมินเฉยการไม่แยแสต่อความต้องการของผู้อื่นมีผู้คนจำนวนมากบนโลกใบนี้ของเราที่เหมือนกับฝูงแกะที่ไม่มีผู้เลี้ยงดูเมื่อเราใส่ใจผู้อื่นเราก็กำลังเจริญชีวิตพระวรสารกำลังเจริญชีวิตของพระเยซูเจ้าเอง

          สิ่งดีๆสามารถออกมาจากการถูกขัดจังหวะเพราะจะช่วยเรามิให้กลายเป็นผู้ที่ยุ่งอยู่กับตัวเองแต่อย่างเดียวช่วยเราให้ออกจากความเห็นแก่ตัวอันเป็นชนิดหนึ่งของการขังตัวเองในคุกแต่ว่าจะเป็นการปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระ

สวัสดี...พ่อวีรศักดิ์