Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 39 guests and no members online

2018-09-02 ข้อคิดอาทิตย์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา ปี B

ข้อคิดอาทิตย์ที่22 เทศกาลธรรมดาปีB

มก7: 1-8. 14-15. 21-23...ท่านทั้งหลายละเลยบทบัญญัติของพระเจ้ากลับไปถือขนบธรรมเนียมของมนุษย์...สิ่งที่ออกมาจากภายในของมนุษย์นั้นแหละทำให้เขามีมลทิน... จากภายในคือจากใจมนุษย์นั้นเป็นที่มาของความคิดชั่วร้าย...

เหตุผลประการแรกที่ทำไมเราจึงมาร่วมชุมนุมกันอยู่ที่นี้ก็เพื่อกราบไหว้นมัสการพระเจ้า...และพระเยซูจ้าได้ทรงพูดถึงชาวฟาริสีว่าคนพวกนี้ให้เกียรติเราด้วยปากแต่ว่าหัวใจของพวกเขาอยู่ห่างไกลจากเรา...ดังนั้นการกราบไหว้นมัสการของพวกเขาจึงเป็นอะไรที่ว่างเปล่าไม่มีคุณค่า...ดังนั้นเราควรจะต้องกราบไหว้นมัสการพระเจ้าอย่างสมพระเกียรติด้วยจิตวิญญาณและในความจริงอันจะเป็นการช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราด้วย...

ข้อคิด...ด้วยการยกตัวอย่างประเพณีบางอย่างของชนชาวยิวเช่นการล้างมือก่อนมื้ออาหารการล้างถ้วยชามและภาชนะอื่นๆพระเยซูเจ้าได้ถือโอกาสนี้สอนความจริงอีกประการหนึ่งที่สูงส่งกว่าคือเรื่องของความใสสะอาดภายในของจิตวิญญาณซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าและในสังคมมนุษย์แน่นอนความสะอาดทางด้านภายนอกก็มีความสำคัญเช่นกันแต่ว่าสิ่งที่สำคัญมากกว่าคือความใสสะอาดความบริสุทธิ์ของจิตวิญญาณอันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสวดมนต์ภาวนาและการกราบไหว้นมัสการพระเจ้าและการอยู่ร่วมกันของมนุษยชาติ

โดยทั่วๆไปตามที่เรารับรู้ในสังคมมนุษย์...ในการให้การศึกษาอบรมเรามักจะให้ความสำคัญแก่หัวสมองมากกว่าหัวใจเพราะเราอยากให้ตัวเราและลูกๆหลานๆของเราเป็นเด็กฉลาดมากกว่าเป็นเด็กดีและโลกของธุรกิจและการเมืองก็ให้รางวัลความฉลาดมากกว่าความดีแต่ถึงกระนั้นเวลาที่เราคุยกันเราก็รับรู้ว่าเรื่องของหัวใจต้องมาก่อนอย่างอื่น

เรามักจะตัดสินผู้อื่นโดยใช้“หัวใจ” และสิ่งที่เรามักจะต่อว่าคนอื่นก็คือกล่าวตำหนิเขาว่า“เป็นคนไม่มีหัวใจ” หรือเป็นคนใจเย็นชาหรือ“เป็นคนใจแข็ง” แต่ว่าในทางกลับกันสิ่งดีๆที่เรามักจะเอ๋ยถึงคนอื่นก็คือ“เขาเป็นคนมีหัวใจ” หรือ“เขาเป็นคนมีหัวใจที่อบอุ่นและเป็นกันเอง” หรือ“เขาเป็นคนมีใจอ่อนโยน” ฯลฯ     

เราตัดสินลำดับขั้นของการอุทิศตนให้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งของคนใดคนหนึ่งก็ในเรื่องของ“หัวใจ” เช่นเรามักจะพูดว่า“ใจของเขาไม่ได้อยู่ที่งาน” หรือ“เขาให้ใจเพียงครึ่งเดียว” ซึ่งในกรณีนี้พอเขาทำงานไปเขาอาจจะเลิกล้มได้เสียกลางคันหรือแม้เขาอาจจะทำงานนั้นต่อแต่เขาก็มิได้ทุ่มเทให้กับงานนั้นๆอย่างเต็มที่และอย่างดีที่สุดซึ่งตรงข้ามกับคนที่“ทุ่มเทจนหมดหัวใจให้กับงานนั้นๆ” ดังนั้นเขามิใช่เพียงแต่ทำงานนั้นๆให้เสร็จเท่านั้นแต่ยังทุ่มเทให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเองมีให้กับงานนั้นๆอีกด้วย

ที่จริงเราสามารถยกตัวอย่างได้มากมายเกี่ยวกับเรื่องของหัวใจอย่างไรก็ตามให้เราสรุปเรื่องของหัวใจด้วยตัวอย่างสองตัวอย่างจากพระวรสาร

ตัวอย่างแรกซึ่งพูดถึงเรื่องของการกราบไหว้นมัสการสิ่งที่น่าตำหนิมากที่สุดเมื่อพูดถึงการกราบไหว้นมัสการของศาสนิกชนไม่ว่าจะเป็นของศาสนาใดก็ตามก็คือการที่“หัวใจ” หรือ“ใจของผู้กราบไหว้นมัสการมิได้อยู่ในพฤติกรรมนั้นๆในกรณีอย่างนี้ก็จะเป็นพิธีกรรมด้วยปากหรือลิ้นเท่านั้นซึ่งเหมือนกับพฤติกรรมของชาวฟาริสีซึ่งสรรเสริญพระเจ้าแต่ปากตรงข้ามพิธีกรรมที่ดีที่สุดก็คือเป็นพิธีกรรมที่ออกมาจากหัวใจนั่นเอง

ตัวอย่างที่สองซึ่งเกี่ยวข้องกับความดีและความไม่ดี...หัวใจที่ชั่วร้ายและไม่ใสสะอาดเป็นรูปแบบที่เลวร้ายแบบสุดๆ...ส่วนหัวใจที่ซื่อใสสะอาดบริสุทธิ์ก็เป็นรูปแบบที่ดีที่สุดของความดี

พระเยซูเจ้าได้ให้ค่านิยมอย่างมากๆเกี่ยวกับเรื่องของ“หัวใจ” และเราสามารถเห็นได้ว่า“ทำไม?”...เพราะ“หัวใจเป็นแหล่งที่มาของความคิดคำพูดและพฤติกรรมต่างๆถ้าหาก“หัวใจ” สะอาดอะไรต่างๆที่ออกมาจาก“หัวใจ” ก็จะใสสะอาดไปด้วยเหมือนกับน้ำที่ไหลมาจากต้นธารที่ใสสะอาด...แต่ว่าชาวฟาริสีได้ให้ความสนใจในเรื่องของภายนอกมากกว่าเรื่องของภายในเช่นพวกเขารู้สึกวุ่นวายกับการล้างมือมากกว่าการชำระหัวใจให้สะอาดเราต้องอย่างลืมว่าภายนอกสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่อยู่ภายใน

เราจึงต้องแสวงหาความใสสะอาดของ“หัวใจ” เพราะ“หัวใจ” ที่เปี่ยมด้วยความรักก็จะเป็น“หัวใจ” ที่บริสุทธิ์และเป็นหัวใจที่มี“สุขภาพดี

สวัสดี...พ่อวีรศักดิ์