Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 16 guests and no members online

2019-03-17 ข้อคิดอาทิตย์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต ปี C

ข้อคิดอาทิตย์ที่2 เทศกาลมหาพรตปี C

ลก9: 28-36พระเยซูเจ้าทรงนำเปโตรยอห์นและยากอบขึ้นไปบนภูเขาเพื่ออธิษฐานภาวนาขณะที่ทรงอธิษฐานภาวนาอยู่นั้นลักษณะของพระพักตร์พระองค์เปลี่ยนไปและฉลองพระองค์มีสีขาวเจิดจ้า...

บนภูเขาทาบอร์นักบุญเปโตรยากอบและยอห์นได้มีโอกาสแลเห็นพระเกียรติมงคลซึ่งได้ถูกบังซ่อนไว้ในองค์พระเยซูเจ้า...เช่นเดียวกันโดยอาศัยความเชื่อเราก็ได้ชื่นชมพระเกียรติมงคลของพระเยซูเจ้าพระผู้ได้ทรงกลับคืนพระชนมชีพพระองค์ผู้ยังดำรงชีพอยู่ในพระศาสนจักรและในเราแต่ละคน

บาปของเราแต่ละคนได้ทำให้ชีวิตของเราเสียโฉมและทำให้ภาพลักษณ์แห่งความเป็นบุตรของพระเจ้าในตัวเราเปื้อนหมองมีมลทิน...ขอให้เราได้เป็นทุกข์กลับใจและขอพระองค์โปรดคืนศักดิ์ศรีนี้ให้ด้วย

ข้อคิด...บทอ่านที่หนึ่งจากหนังสือปฐมกาล(ปฐก15: 5-12. 17-18) กล่าวถึงพระสัญญาของพระเจ้าที่ได้ทรงกระทำกับท่านอับราฮัมว่าท่านจะมีลูกหลานจำนวนมหาศาลซึ่งจะได้ครอบครองแผ่นดินของชาวคานาอันอันเนื่องมาจากความซื่อสัตย์ต่อพระเจ้าของท่าน

พระสัญญาหรือพันธสัญญาที่พระเจ้าได้ทรงกระทำกับท่านอับราฮัมนี้จะเป็นการนำไปสู่พันธสัญญาที่ภูเขาซีนัยและจะบรรลุถึงจุดสุดยอดที่เขากัลวารีโอณที่ซึ่งพระเยซูเจ้าจะได้ทรงประทับตราพันธสัญญานี้ด้วยพระโลหิตและด้วยการสิ้นพระชนม์ของพระองค์เอง

เรื่องราวการทรงสำเดงพระองค์อย่างรุ่งโรจน์ของพระเยซูเจ้าบนภูเขา...เพราะบนภูเขาสามารถให้ทัศนียภาพที่กว้างไกลกว่าและจากบนภูเขาเราสามารถมองเห็นรายละเอียดของสิ่งต่างๆที่อยู่ข้างล่างได้มากขึ้นนอกจากนั้นยังจะช่วยยกจิตใจของเราขึ้นสู่เบื้องบนได้ดีขึ้นอีกด้วยทำให้เราอยู่ต่อหน้าความยิ่งใหญ่และความสวยงามของธรรมชาติและบนภูเขาสูงทำให้เรารู้สึกว่าตัวเราอยู่ใกล้ชิดพระเจ้ามากขึ้นหรือทำให้รู้สึกว่าเรากำลังอยู่เฉพาะพระพักตร์พระองค์ด้วยซ้ำไป

บนภูเขาทาบอร์วันนั้นท้องฟ้าแจ่มใสพระเยซูเจ้าขึ้นไปสวดภาวนาทันใดพระพักตร์ของพระองค์ก็เปล่งรัศมีดุจดวงอาทิตย์ฉลองพระองค์กลับมีสีขาวดุจหิมะโมเสสผู้ประทานธรรมบัญญัติผู้ยิ่งใหญ่มายืนอยู่ข้างหนึ่งของพระองค์ส่วนอีกข้างหนึ่งเป็นท่านเอลียาห์ประกาษกผู้ยิ่งใหญ่...ครั้นแล้วก็มีเมฆสว่างจ้าก้อนหนึ่งปกคลุมอัครสาวกทั้งสามไว้อันเป็นสัญลักษณ์ของการประทับอยู่ของพระเจ้าและมีเสียงหนึ่งอันเป็นเสียงของพระบิดาดังออกมาจากเมฆนั้นเป็นพระวาจาที่น่ารักมากว่า“ท่านผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเราจงฟังท่านเถิดนักบุญเปโตรถึงกับกราบทูลพระเยซูเจ้าว่า“พระเจ้าข้าที่นี่สบายน่าอยู่จริงๆถ้าพระองค์มีพระประสงค์ข้าพเจ้าจะสร้างเพิงขึ้นสามหลังหลังหนึ่งสำหรับพระองค์หลังหนึ่งสำหรับโมเสสและอีกหลังหนึ่งสำหรับเอลียาห์

นักบุญเปโตรต้องการค้างอยู่บนภูเขานั้นเลยและท่านต้องการสร้างกระโจมที่พักอยู่ที่นั่นเลยโดยจะทำให้เป็นที่พำนักอาศัยซึ่งท่านคงจะคิดว่าเป็นที่ปลอดจากภัยอันตรายและปัญหาทุกข์ร้อนทั้งหลายแต่ว่าจุดประสงค์ของประสบการณ์ที่ว่านี้มิใช่เพื่อให้หนีจากภัยอันตรายและปัญหาทุกข์ร้อนต่างๆของชีวิตแต่ต้องการเสริมสร้างและเพิ่มพลังเข้มแข็งให้กับพระเยซูเจ้าและบรรดาศิษย์เพื่อให้พวกเขาเมื่อกลับลงไปจากบนภูเขาแล้วจะได้สามารถเผชิญหน้ากับความวุ่นวายปัญหาและภัยอันตรายต่างๆ

แน่นอนพวกเขาคงจะต้องการพลังเข้มแข็งอีกมากมายเพราะวันนั้นจะมาถึงและจะมีภูเขาอีกลูกหนึ่งต่างหากวันนั้นท้องฟ้าจะมืดมัวพระพักตร์ของพระเยซูเจ้าจะโชกไปด้วยเหงื่อและเลือดฉลองพระองค์ก็จะดูไม่ได้เอาเสียเลยและบรรดาศิษย์จะหนีจากพระองค์ไปจะมีเฉพาะโจรสองคนที่อยู่เป็นเพื่อนพระองค์คือถูกตรึงกางเขนพร้อมกับพระองค์จะไม่มีเสียงจากสวรรค์จะมีแต่เสียงของผู้สบประมาทเยาะเย้ยพระองค์ที่เดินผ่านไปผ่านมาพวกศิษย์ก็จะหนีกระจัดกระจายกันไปเพราะไม่ต้องการมีส่วนร่วมอะไรทั้งสิ้นกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับพระอาจารย์ของพวกเขา

น่าจะมีอยู่สิ่งหนึ่งที่มีเหมือนๆกันที่ภูเขาทั้งสองลูกคือพระเยซูเจ้าทรงอธิษฐานภาวนาต่อพระบิดาเจ้าจึงเป็นที่ประจักษ์แจ้งวาสิ่งที่พยุงพระองค์ให้เข้มแข็งอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นวันที่สดใสหรือมืดมิดก็คือการอธิษฐานภาวนาการมีความสัมพันธ์พิเศษกับพระบิดาเจ้า

เชื่อเหลือเกินว่าหลายๆคนในพวกเราคงจะมีประสบการณ์แห่งภูเขาทาบอร์ภูเขาแห่งความชื่นชมยินดีแต่คิดว่าพวกเราส่วนใหญ่คงจะคุ้นเคยกับภูเขากัลวารีโอมากกว่า...สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับเราแต่ละคนคือเราจะต้องประสบพบกับภูเขาทั้งสองลูก...บนภูเขาทาบอร์เราได้ลิ้มรสความสวยงามแห่งสวรรค์เราได้รับกำลังใจเรามีความสุขใจจนเรากล้าพูดว่า“อยู่ที่นี่ดีจริงๆ”...ส่วนที่ภูเขากัลวารีโอเราอาจจะต้องจมอยู่ในความทุกข์โศกความเจ็บปวดทั้งกายและใจแต่ว่าที่ภูเขากัลวารีโออาศัยพระหรรษทานของพระเจ้าเราสามารถเรียนรู้ที่จะกราบทูลพระบิดาเจ้าว่า“ขอให้น้ำพระทัยของพระองค์จงเป็นไป”

เหตุการณ์แห่งการทรงสำแดงพระองค์อย่างรุ่งโรจน์ขององค์พระเยซูเจ้าที่มีเล่าอยู่ในพระวรสาร(ลก9: 28-36) นั้นเป็นการสร้างความมั่นใจและให้ความบันเทาใจกับองค์พระเยซูเจ้าบนหนทางที่พระองค์กำลังจะทรงดำเนินไปบนรอยเท้าของบรรดาประกาศกเช่นโมเสสและเอลียาห์...แต่บรรดาอัครสาวกและพวกเราคริสตชนก็ไดรับประโยชน์ด้วยเพราะจะเป็นการเตรียมจิตใจของพวกท่านและของพวกเราสำหรับการมีส่วนร่วมทนทุกข์ทรมานและในการสิ้นพระชนม์ของพระองค์เพื่อจะได้กลับคืนชีพกับพระองค์

สวัสดี...พ่อวีรศักดิ์