Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 13 guests and no members online

2020-06-28 ข้อคิดอาทิตย์ที่ 13 เทศกาลธรรมดา ปี A

ข้อคิดอาทิตย์ที่13เทศกาลธรรมดา ปี A

มธ10: 37-42...เราอยู่ในบ้านของพระเจ้าพระเจ้าทรงเป็นเจ้าบ้านส่วนเราเป็นแขกให้เราได้มีความรู้สึกว่าเราได้รับการต้อนรับและให้เราทำตัวเหมือนกับอยู่ที่บ้านและในเมื่อพระเจ้าทรงยอมรับเราก็ขอให้เราได้ยอมรับซึ่งกันและกันด้วย...

พระเยซูเจ้าทรงเตือนสอนสานุศิษย์ของพระองค์ให้พร้อมที่จะรู้จักเสียสละสิ่งอันเป็นที่รักของตนในชีวิตเพื่อพระเจ้าและเพื่อเพื่อนพี่น้อง

ข้อคิดใครก็ตามที่ไม่ยอมแบกกางเขนของตนและติดตามพระเยซูเจ้าไปก็ไม่สมควรเป็นศิษย์ของพระองค์...และเราแต่ละคนต่างก็มีกางเขนที่จะต้องแบกซึ่งก็หนักพอสมควรและเราพร้อมที่จะแบกมันหรือเปล่า?

        พระเยซูเจ้าได้ทรงแบกกางเขนของพระองค์เช่นเดียวกันสิ่งที่เราต้องทำก็คือแบกกางเขนของเราแต่ละคนกางเขนของเรามิใช่ทำด้วยไม้แต่ทำด้วยหน้าที่การงานปัญหาความวิตกกังวลความป่วยไข้ความขัดแย้งกับคนที่อยู่ด้วยกันกับเราในบ้านซึ่งไม่เหมือนกันและในที่ทำงานฯลฯอาจจะไม่รู้จบสิ้นและกางเขนนี้อาจจะไม่ใหญ่โตอะไรมากมายนักส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นกางเขนอันเล็กๆแต่ว่าเยอะแยะเต็มไปหมด

        กางเขนที่เราแต่ละคนต้องแบกนั้นคนอื่นอาจจะมองไม่เห็นและอาจจะไม่ใช่สิ่งปรากฏภายนอกแต่ว่ามันอาจจะเกิดขึ้นภายในตัวเราเองเช่นความกดดันความทุกข์เศร้าโศกฯลฯ

        กางเขนที่เจ็บปวดที่สุดก็คือกางเขนที่เราไม่สามารถเลือกได้เช่นกางเขนที่เราต้องใช้ชีวิตอยู่กับคนที่อยู่ยากแน่นอนเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าถ้าหากว่าเราสามารถเลือกแบกกางเขนอันใดก็ได้

        การติดตามพระเยซูคริสตเจ้าเรียกร้องการรู้จักตายต่อตัวเองขบวนการของการรู้จักยอมตายเช่นนี้เริ่มต้นจากศีลล้างบาปซึ่งนักบุญเปาโลได้กล่าวเปรียบเทียบว่าเป็นเหมือนการตาย...“ในศีลล้างบาปเราได้ถูกฝังพร้อมกับพระคริสตเจ้า” คือเวลาที่เรารับศีลล้างบาปเราก็ยอมปล่อยให้ชีวิตเก่าแห่งบาปของเราผ่านพ้นไปเพื่อให้เราได้กลายเป็นสิ่งสร้างใหม่ซึ่งสามารถใช้ชีวิตในอิสรภาพแห่งบรรดาบุตรของพระเจ้าแน่นอนนี่เป็นขบวนการที่ต้องใช้เวลาโดยอาศัยพระหรรษทานของพระเยซูคริสตเจ้า

        แต่ว่าเป้าหมายของการตายเช่นนี้ก็คือการกลับฟื้นคืนชีพ...การตายจากคนเก่าที่เต็มไปด้วยความบาปจะมีผลลัพธ์ด้วยการเกิดใหม่ของตัวตนด้วยการมีรูปแบบขององค์พระคริสตเจ้าเป็นแบบอย่างและเมื่อตัวตนของเราสามารถอุทิศให้กับองค์พระเยซูเจ้าและผู้อื่นแล้วเราก็จะพบความครบครันบริบูรณ์ที่แท้จริงแห่งชีวิตในตัวตนของเรา

        พระเยซูเจ้ามิได้เลือกเดินในหนทางแห่งชีวิตที่สะดวกสบายหรือพยายามหลีกเลี่ยงชีวิตที่ลำบาก...พระองค์ทรงเลือกหนทางแห่งชีวิตที่เสียสละและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดอันเป็นหนทางชีวิตแห่งความรัก...ชีวิตแห่งความรักที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดซึ่งจะก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่อุดมสมบูรณ์

        เรามนุษย์มิได้รับการช่วยเหลือให้รอดพ้นจากความเจ็บปวดขององค์พระคริสต์แต่จากความรักของพระองค์ต่างหากและโดยผ่านทางการทนทุกข์ทรมานซึ่งบันดาลให้พระองค์ได้บรรลุถึงเกียรติมงคลถ้าหากเราทนทุกข์ทรมานทนความเจ็บปวดบนโลกใบนี้พร้อมกับพระองค์เราก็จะได้รับการสวมมงกุฎแห่งชัยชนะพร้อมกับพระองค์ในอาณาจักรสวรรค์

        หนทางชีวิตแห่งการทนทุกข์และความเจ็บปวดเป็นหนทางที่แคบและลำบากแต่ก็เป็นความบรรเทาใจอันใหญ่หลวงสำหรับพวกเราที่ได้รับรู้ว่าองค์พระคริสตเจ้าพระผู้บริสุทธิ์ปราศจากบาปได้ทรงล่วงหน้าเราไปก่อนและได้ไปถึงเป้าหมายแล้วเป้าหมายที่ฉายแสงเจิดจ้าคอยส่องสว่างให้เราได้เดินไปจนสามารถบรรลุถึงการกลับคืนชีพที่สุกใสรุ่งเรือง

พระเจ้าข้า

โปรดให้เราปลอดภัยจากความวุ่นวายใดๆตลอดไป

ขณะที่หวังจะได้รับความสุข

 และรอรับเสด็จพระเยซูคริสตเจ้า

พระผู้กอบกู้ข้าพเจ้าทั้งหลาย

สวัสดี...พ่อวีรศักดิ์