Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 8 guests and no members online

2020-11-22 ข้อคิดวันสมโภชพระเยซูเจ้า กษัตริย์แห่งสากลจักรวาล

ข้อคิดวันสมโภชพระเยซูเจ้ากษัตริย์แห่งสากลจักรวาล

(อาทิตย์ที่สามสิบสี่เทศกาลธรรมดาปีA)

มธ25: 31-46...บุตรแห่งมนุษย์จะประทับเหนือพระบัลลังค์อันรุ่งโรจน์...พระองค์จะทรงแยกบรรดาประชาชาติออกเป็นสองพวก...และจะตรัสกับผู้ที่อยู่เบื้องขวาว่าเชิญมาเถิดท่านทั้งหลายที่ได้รับพระพรจากพระบิดาของเรา”...

ในวันนี้พระศาสนจักรทำการสมโภชพระเยซูคริสตเจ้ากษัตริย์แห่งสากลจักรวาล...เมื่อเราคิดถึงกษัตริย์เราก็มักจะคิดถึงบุคคลซึ่งปกครองดูแลประชาชนและมีอำนาจเหนือพวกเขา...แต่ว่าพระคริสตเจ้ามิได้เป็นเช่นนั้นพระองค์มิได้เสด็จมาในโลกเพื่อที่จะมีอำนาจเหนือพวกเขาแต่เพื่อจะรับใช้มากกว่าดังนั้นเพื่อจะเป็นการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีของเราที่มีต่อพระองค์ในโอกาสสมโภชนี้ก็คือให้เรารับใช้พระเจ้าและเพื่อนมนุษย์ด้วยกันตามแบบฉบับของพระองค์

ข้อคิด...ในภาพของการพิพากษาสุดท้ายในพระวรสารของนักบุญมัทธิวในอาทิตย์สุดท้ายของเทศกาลธรรมดาที่พระศาสนจักรนำเสนอให้นั้นเป็นการสมโภชพระเยซูเจ้ากษัตริย์แห่งสากลจักรวาลซึ่งควรจะต้องเป็นภาพของกษัตริย์และตุลาการที่แสดงความอ่อนโยนตามที่ท่านประกาศกเอเสเคียลในบทอ่านที่หนึ่งได้บรรยายให้เราได้แลเห็นในบทบาทของคนเลี้ยงแกะที่ดีซึ่งในขณะที่กำลังเฝ้าดูแลแกะทุกๆตัวในฝูงก็ได้แสดงความเอาใจใส่เป็นพิเศษต่อแกะที่อ่อนแอและไม่สบายนี่เป็นภาพลักษณ์ที่องค์พระคริสตเจ้ามักจะใช้พรรณนาพระบุคคลและภารกิจของพระองค์เอง...เป็นภาพของการรับใช้พี่น้องผู้ต่ำต้อย”  

คำพูดที่น่าจดจำของคุณแม่เทเรซาซึ่งได้กล่าวว่าโรคภัยที่เลวร้ายที่สุดบนโลกใบนี้ในทุกวันนี้ก็คือความรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นที่ต้องการของสังคมและความชั่วร้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือการขาดความรักสิ่งที่คนยากจนน่าสงสารต้องการมากกว่าอาหารเสื้อผ้าและที่พักพิงอาศัยก็คือให้ตัวเองเป็นบุคคลที่สังคมยอมรับดังนั้นพระวาจาของพระคริสตเจ้าจึงเป็นพระวาจาที่บรรดาคริสตชนควรจะต้องจดจำไว้และนำเอาไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน       

ไม่น่าแปลกใจที่ในการพิพากสุดท้ายที่พระเยซูเจ้าจะบอกเราว่า...กษัตริย์จะตรัสแก่ผู้ที่อยู่เบื้องซ้ายว่า

จงไปให้พ้น...เพราะว่าเราหิวมิใช่หิวอาหารแต่ว่าหิวการยิ้มต้อนรับแต่เจ้ากลับทำเป็นเมินเฉย...เราหิวคำพูดที่ให้กำลังใจแต่เจ้ากลับด่าว่าเรา

...เรากระหายมิใช่กระหายน้ำดื่มแต่ว่ากระหายคำพูดที่แสดงให้เห็นถึงการยอมรับแต่เจ้ากลับพูดจาถากถางค่อนแคะเรา...เรากระหายเครื่องหมายแห่งมิตรภาพแต่เจ้ากลับทำเป็นไม่รู้จักเรา

...เราเป็นคนแปลกหน้าและเจ้าก็ปฏิเสธที่จะยอมทำอะไรให้เรา...เราเป็นเด็กและเจ้าก็ห้ามลูกของเจ้าไม่ให้มาเล่นกับเราเพราะเสื้อผ้าของเราสกปรก

...เราเปลือยเปล่ามิใช่เพราะเราไม่มีเสื้อผ้าใส่แต่เป็นเพราะว่าเจ้าไม่เห็นว่าตัวเรามีคุณค่าและเจ้าก็ไม่ยอมหาอะไรมาปกปิดให้เราเพื่อให้เราได้มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์มากขึ้น

...เราป่วยไม่สบายมิใช่ป่วยทางร่างกายแต่เราไม่มีความมั่นใจและเป็นห่วงโน้นห่วงนี่แต่เจ้าก็ไม่เคยสังเกตและให้ความสนใจ...เรามีบาดแผลจากความผิดพลาดและความผิดหวังเจ้าก็ไม่ได้ให้กำลังใจเราและช่วยลดความผิดพลาดและความผิดหวังนั้น

...เราถูกจำคุกมิใช่เพราะต้องอยู่หลังลูกกรงเหล็กแต่เราถูกจำคุกเพราะเป็นโรคประสาทแต่เจ้าได้แสดงความรังเกียจต่อเรา...เราถูกจำคุกเพราะถูกโดดเดี่ยวแต่เจ้าก็ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน...เราถูกจำคุกเพราะทำผิดและเจ้าสามารถปลดปล่อยให้เราเป็นอิสระโดยยอมยกโทษให้เราแต่เจ้าก็ไม่แยแสทำเป็นเฉยๆ

...เราไม่มีบ้านอยู่มิใช่เพราะต้องการที่อยู่อาศัยแต่เพราะต้องการความรักความอบอุ่นจากเพื่อนบ้านแต่เจ้ากลับปิดประตูหัวใจของเจ้าและปล่อยให้เราต้องทนอยู่ในความหนาวเหน็บ...เราไม่มีบ้านอยู่เพราะขาดความเห็นอกเห็นใจและความเข้าใจกันจากเพื่อนบ้านแต่เจ้ากลับไม่มีความสนใจในตัวเรา...”

แล้วนั้นกษัตริย์จะตรัสกับผู้ที่อยู่เบื้องขวาว่า

...ดีมากผู้รับใช้ที่ดีและซี่อสัตย์...เชิญมาเถิดท่านทั้งหลายที่ได้รับพระพรจากพระบิดาของเรา...

...เพราะว่าเราหิวอยากจะได้รอยยิ้มท่านก็ยิ้มให้เรา...เราหิวคำพูดที่ให้กำลังใจท่านก็ได้ชมเรา...เราหิวที่จะได้การรู้คุณท่านก็ได้กล่าวขอบคุณเรา

...เรากระหายที่จะได้ยินคำพูดที่ยอมรับรู้ท่านก็ได้สังเกตเห็นและเห็นใจเรา...เรากระหายอยากได้เครื่องหมายแห่งมิตรภาพท่านก็ได้จดหมายมาหาเรา

...เราเป็นแขกแปลกหน้าท่านก็ได้ต้อนรับเรา...เมื่อเรามาจากชุมชนที่ไม่ดีท่านก็หางานให้เราทำ...เมื่อเราด้อยกว่าท่านทางสังคมท่านก็ให้กำลังใจเรา

...เราเปลือยเปล่าเพราะต้องการการยอมรับท่านก็สวมใส่ค่านิยมให้กับเรา...เมื่อเราขาดความมั่นใจในตัวเองท่านก็เอาเสื้อผ้าแห่งความมั่นใจมาสวมใส่ให้

...เราเจ็บป่วยด้วยความสงสัยและด้วยความหวั่นวิตกท่านก็ได้ลดภาระของเราด้วยท่าทีที่เป็นมิตร...เมื่อเรามีบาดแผลแห่งความผิดผลาดและความผิดหวังท่านก็ได้รักษาเราด้วยท่าทีที่ให้กำลังใจ...และเมื่อเรารู้สึกหมดอาลัยตายอยากท่านก็ได้ให้ความหวังเราด้วยท่าทีที่อดทน

...เราอยู่ในคุกเพราะถูกโดดเดี่ยวท่านก็ได้ปลดปล่อยเราด้วยความเป็นมิตร...เมื่อเราถูกจำคุกเพราะรู้สึกผิดท่านก็ได้ช่วยแก้โซ่ตรวนแห่งความผิดด้วยการยกโทษให้

...เมื่อเราไม่มีบ้านอยู่เพราะต้องการความอ่อนโยนและความรักท่านก็ได้สวมกอดเรา...เราไม่มีบ้านอยู่เพราะต้องการความเข้าใจซึ่งกันและกันท่านก็ยอมฟังเรา...เราไม่มีบ้านอยู่เพราะต้องการความรักและการยอมรับท่านก็ยอมรับเราให้เข้าไปอยู่ในหัวใจของท่าน

...ยังมีสิ่งอื่นๆอีกมากมายที่เราสามารถทำได้ให้กับเพื่อนพี่น้องของเราเพียงแต่ว่าขอให้เราได้มีจิตสำนึกและเพิ่มความใส่ใจต่อความต้องการของเพื่อนพี่น้องของเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่กับเราที่บ้านและที่ทำงาน...เราสามารถให้เวลา...ให้พลังกายใจ...ให้ความรัก...ให้คำพูดที่ดีๆฯลฯแก่พวกเขา

...เราต้องไม่ลืมว่าสิ่งที่พระเยซูเจ้าพระตุลาการสูงสุดจะทรงเอาการพวกเราในวันพิพากษาก็คือเรื่องของ... “ความรัก

สวัสดี...พ่อวีรศักดิ์