Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 14 guests and no members online

2012-12-16 จงชื่นชมยินดีเถิด

จงชื่นชมยินดีเถิด

                   เราเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ของเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า เราเรียกสัปดาห์ที่ 3 ของเทศกาลเตรียมรับเสด็จว่าเป็น “วันอาทิตย์แห่งความชื่นชมยินดี” ชื่อเรียกเป็นภาษาลาตินคือ “Gaudete Sunday” และในภาษาอังกฤษคือ “Joy Sunday”

          และเหตุที่จะต้องชื่นชมยินดีก็เพราะ “พระเจ้าเสด็จเข้ามาใกล้แล้ว”

          พื้นฐานของ Gaudete Sunday          หรือ Joy Sunday หรือ วันอาทิตย์แห่งความชื่นชมยินดีก็มาจาก บทอ่านที่ 2 ของวันนี้ คือ จดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวฟิลิปปี บทที่ 4 ข้อ 4 ถึง 7 “พี่น้อง จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลาเถิด...จงชื่นชมยินดีเถิด...องค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมาใกล้แล้ว...”

          และในวัดบางแห่งที่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมดั้งเดิม อาภรณ์ของพระสงฆ์ที่ใช้ถวายมิสซาในวันนี้ก็จะใช้ “สีกุหลาบ”(ชมพู) แทนสีม่วง ซึ่งการใช้สีชมพูในวันนี้ ก็ไม่ได้เป็นกฎเกณฑ์บังคับว่าต้องใช้ แต่ถ้ามีอาภรณ์ถวายมิสซาของพระสงฆ์ (กาซูลา) ที่เป็นสีกุหลาบ (ชมพู) ก็สามารถนำเอาออกมาใช้ได้ก็จะดูแปลกตาสำหรับวันนี้

ถ้าจะสังเกตวัดที่มี เทียน 4 เล่มจุดอยู่บริเวณพระแท่น ในช่วงเทศกาลเตรียมรับเสด็จเล่มที่ 3 จะเป็นสีกุหลาบ หรือ สีชมพู นอกนั้นอีก 3 เล่ม ก็จะเป็นสีม่วง

วันฉลองรำลึกถึงการบังเกิดของพระเยซูเจ้าใกล้เข้ามาแล้ว “เราต้องชื่นชมยินดี”

นอกจากเราจะต้องชื่นชมยินดีในการเสด็จมาของพระเยซูเจ้าแล้ว เราก็จะต้องทำให้ผู้อื่นชื่นชมยินดีไปด้วย พระวรสารลูกาในวันนี้ ได้นำคำแนะนำในการทำให้ผู้อื่นชื่นชมยินดีใส่ไว้ในคำเทศน์สอนของยอห์นผู้ทำพิธีล้าง

ใครที่มีเสื้อสองตัว จงแบ่งตัวหนึ่งให้แก่คนที่ไม่มี

ใครที่มีอาหารก็จงแบ่งให้แก่คนที่ไม่มีรับประทาน

คนเก็บภาษีก็อย่าเก็บภาษีเกินพิกัด

ผู้เป็นทหาร หรือ ข้าราชการ ก็อย่าขู่กรรโชกผู้อื่น

สรุปแล้วคำตักเตือนของยอห์น เน้นให้แต่ละคน “ทำหน้าที่ที่ตัวเองรับผิดชอบ อย่างเต็มกำลังความสามารถ อย่างตรงไปรงมา และอย่าใช้ตำแหน่งหน้าที่ที่ตัวเองมีอยู่นั้นเพื่อเป็นช่องทาง แสวงหาผลประโยชน์ให้แก่ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นทางตรง หรือ ทางอ้อม อย่าใช้ตำแหน่งหน้าที่ที่ตนมีเพื่อแสดงอำนาจบาดใหญ่ กดขี่ ข่มเหงผู้อื่น”

ชีวิตจะต้องตรงไปตรงมา ไม่คดในข้องอในกระดูก

นอกนั้นจะต้องมี “ความเมตตา” เป็นที่ตั้ง “เมตตา” แปลว่า ความรัก หมายถึงความหวังดี ความปรารถนาดีต่อผู้อื่น เป็นความรู้สึกที่เป็นมิตร ความมีไมตรีต่อกัน

“เมตตา” ยังหมายถึง ภาวะของจิตที่ปราศจากความโกรธ ไม่มีความอาฆาตมาดร้าย มีแต่ความหวังดี มีไมตรีจิต หวังความสุขความเจริญแก่ผู้อื่นเป็นที่ตั้ง

“เมตตา” เป็นคุณธรรมสำคัญสำหรับผู้นำ หรือ ผู้ที่เป็นผู้ใหญ่ และ ผู้ปฏิบัติความเมตตา จะเป็นที่เคารพรักใคร่ของบุคคลทั่วไป ผู้ปฏิบัติความเมตตา จะมีใจเป็นสุข ส่งผลให้ เป็นผู้มีสีหน้าแช่มชื่นเบิกบาน และยังได้รับประโยชน์อื่นๆอีก เช่น นอนหลับสบาย ไม่ฝันร้าย ไปไหนมาไหนก็ปลอดภัยไม่ต้องมีบอดี้การ์ด

เพราะฉะนั้น เทศกาลเตรียมรับเสด็จ และแม้แต่นอกเทศกาลใดๆ ไม่ว่า ขอให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ และมีชีวิตที่มีเมตตาอยู่เสมอ

สวัสดี...พ่อสานิจ