Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 24 guests and no members online

2013-01-27 อาแมน อาแมน

“อาเมน อาเมน”

                   “พระจิตของพระเจ้าทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า เพราะฉะนั้นพระองค์ทรงเจิมข้าพเจ้าไว้ ทรงส่งข้าพเจ้าให้ไปประกาศข่าวดีแก่คนยากจน ให้ประกาศอิสรภาพแก่บรรดาเชลย ช่วยให้คนตาบอดกลับมองเห็นได้อีก ช่วยให้ผู้ที่ถูกกดขี่ได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระ และให้ประกาศปีแห่งความโปรดปรานของพระเจ้า”

          ข้อความทั้งหมดคือ พันธกิจของพระผู้ไถ่ที่พระองค์จะต้องปฏิบัติตลอดเวลา 3 ปี ซึ่งได้แก่

  1. ประกาศข่าวดีแก่คนยากจน
  2. ประกาศอิสรภาพแก่เชลย
  3. ให้คนตาบอดกลับมองเห็นได้อีก
  4. ให้ผู้ที่ถูกกดขี่ได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระ
  5. และให้ประกาศปีแห่งความโปรดปรานของพระเจ้า

          “ข่าวดี” คือ พระวรสาร พระวาจา คำสอน ของพระเยซูเจ้า พระองค์ทรงใช้ เวลาประกาศข่าวดีนี้ ตลอด3 ปี และข่าวดีถูกบันทึก ตีความ และส่งต่อมาจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง จนถึงคนรุ่นปัจจุบัน นับจนถึงวันนี้ได้ 2013 ปี

          “คนยากจน” ไม่ได้หมายถึงคนขัดสนทางเงินทอง หรือ ทรัพย์สมบัติ แต่หมายถึง คนไม่ประสีประสาทางจิตวิญญาณ คนที่ไม่รู้วิธีดำเนินชีวิตที่ถูกต้องเที่ยงตรงตามพระประสงค์ของพระเจ้า บุคคลเหล่านี้ คือ คนยากจนทางจิตวิญญาณและถ้าบุคคลเหล่านี้จะยอม “เชื่อฟัง” และ “ปฏิบัติตาม” ข่าวดี คำสอน ของพระเยซูเจ้า เขาก็เริ่มต้นร่ำรวย ทางจิตวิญญาณ แต่ถ้าผู้นั้นแม้มีเงินเป็นพันล้าน หมื่นล้าน แต่จิตวิญญาณยังโง่ ดำเนินชีวิตอย่างไม่ถูกต้อง ขัดต่อพระประสงค์ของพระเจ้าทำตามใจตัวเอง เศรษฐีเหล่านั้นก็ถือว่าเป็นคนยากจน

          “อิสรภาพ” หมายถึง อิสรภาพทางจิตวิญญาณส่วน “เชลย” ก็คือ ผู้ที่เป็นทาสของปีศาจ และตัณหาความชั่ว ความเลว ต่างๆที่ปีศาจนำมาล่อ และเขาก็ติดกับ การเป็นอิสระจากการเป็นทาสของปีศาจ จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ บรรดาเชลย ทางจิตวิญญาณเหล่านั้น เริ่มต้น “เชื่อฟัง” และ”ปฏิบัติตาม ข่าวดีของพระเยซูเจ้า

“คนตาบอดกลับมองเห็นได้อีก” ผู้ที่เป็นทาสของปีศาจ และติดกับ อยู่กับสิ่งล่อต่างๆของปีศาจ ไม่ว่าจะเป็น การติดกับ อยู่กับทรัพย์สินเงินทอง เกียรติยศชื่อเสียง ความสุขทางกามารมณ์นอกลู่นอกทาง รวมทั้งชอบทำตามใจตัวเอง ทั้งหลายทั้งปวง ทำให้ผู้นั้น กลายเป็น “คนตาบอดทางจิตวิญญาณ” การกลับมองเห็นได้อีก ก็คือ ผู้นั้น จะต้องยอม “เชื่อฟัง “และ “ปฏิบัติตาม” ข่าวดี และคำสอนของพระเยซูเจ้า แต่เพียงอย่างเดียว

สุดท้าย “ผู้ถูกกดขี่ได้รับการปลดปล่อย ให้เป็นอิสระ” การกดขี่ที่พูดถึงเป็นการถูกกดขี่ทางจิตวิญญาณเช่นกัน จากการเป็นคนยากจนทางจิตวิญญาณจากการเป็นเชลยทางจิตวิญญาณจากการเป็นคนตาบอดทางจิตวิญญาณ จิตวิญญาณของบุคคลที่อยู่ในสภาพทั้ง 3 จะอยู่ใน “ความไม่สงบสุข” จิตวิญญาณที่ขาดความสงบสุข ขาดสันติ คือจิตวิญญาณที่ถูกกดขี่บีบคั้น บุคคลเหล่านี้พยายามจะ “แสวงหาความสงบสุขทางจิตวิญญาณ “ด้วยวิธีการต่างๆ แต่ก็ไม่พบ เพราะพวกเขาแสวงหาอย่างไม่ถูกวิธี ผู้ถูกกดขี่ทางจิตวิญญาณเหล่านนั้น จะเป็นอิสระ ก็ต่อเมื่อ พวกเขารู้จัก “เชื่อฟัง” และ “ปฏิบัติตาม” ข่าวดี พระวาจา และ คำสอนของพระเยซูเจ้า เท่านั้น

และสุดท้ายของสุดท้าย...หน้าที่ของพระเยซูเจ้า คือการชักชวน ตักเตือน แนะนำ รวมทั้ง ท้าทาย ให้ทุกคนยอมที่จะ “เชื่อฟัง” และ “ปฏิบัติ” ตามคำสั่งสอน และพระวาจาของพระองค์ เพราะนั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นของปีแห่งความโปรดปรานของพระเจ้า

ประชาชนชาวยิว ในบทอ่านของ เนหะมีย์ได้รับฟังการประกาศ “พระธรรมคำสอน” ของพระยาห์เวห์ ที่ อาลักษณ์ เอสรา ได้อ่านให้พวกเขาฟัง พวกเขาต่าง “รู้สึกซาบซึ้ง” ในพระวาจา ในพระธรรมที่พวกเขาได้รับฟัง และตอบรับพร้อมๆกันว่า “อาเมน อาเมน” คำ “อาเมน” เป็นคำภาษาฮีบรู ซึ่งแปลว่า ความมั่นคงแน่นแฟ้น ความน่าไว้วางใจ สัจจะ ต่อมาคำนี้ ถูกนำมาใช้ เพื่อเป็นการแสดงความยินยอม เห็นชอบ สนับสนุน สิ่งที่ได้ยิน เป็นการยอมรับว่า สิ่งที่ได้ยินได้ฟังนั้น ดี ถูกต้อง และพร้อมจะปฏิบัติตาม

พวกเราได้รับฟังพระวาจา คำสอน ข่าวดี ของพระเยซูเจ้า มานับครั้งไม่ถ้วน และตอบรับ “อาเมน อาเมน” มาจนนับครั้งไม่ถ้วนเช่นเดียวกัน แต่เราได้ “เชื่อฟัง” และ “ลงมือปฏิบัติตาม” อย่างจริงจังในชีวิตของเราหรือยัง?  หรือว่าตอบตอบว่า “อาเมน” แต่ในชีวิตจริงกลับปฏิบัติตรงกันข้าม ถ้าเช่นนั้น เราก็ยังคงเป็น คนยากจน เป็นเชลย เป็นคนตาบอด และถูกกดขี่ต่อไป จนถึงวันตาย และปีแห่งความโปรดปรานของพระเจ้าก็จะยังไม่เริ่มต้น