Get Adobe Flash player
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.007gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.011gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.012gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.005gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.003gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.009gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.008gk-is-87.jpglink
«
»
Loading…

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 182 guests and no members online

2013-06-09 พระฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าทำงานในคนที่ยอมดำเนินชีวิตเสมือนตาย

พระฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าทำงานในคนที่ยอมดำเนินชีวิตเสมือนตาย

 

                    หนังสือพงศ์กษัตริย์ในบทอ่านที่ 1 พูดถึงประกาศกเอลียาห์ปลุกเด็กที่ตายแล้วให้ฟื้นคืนชีวิต ส่วนในพระวรสารนักบุญลูกา พระเยซูเจ้าสั่งให้หนุ่มชาวเมืองนาอิน ที่ตายแล้วฟื้นจากความตาย

          ทั้ง 2 เรื่อง แสดงถึงพระฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าเหนือสิ่งสร้างทั้งหลาย ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต และเราได้อ่านเรื่องเหล่านี้ในพระวรสารในการทำอัศจรรย์ต่างๆของพระเยซูเจ้า พระฤทธิ์อำนาจเหนือสิ่งสร้างเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับพระเยซูเจ้า พระองค์มีฤทธิ์เหนือสิ่งเหล่านั้น เพราะพระองค์ทรงสร้างมันมา

แต่มีเพียงสิ่งสร้างเดียว ที่พระองค์ไม่ใช้ฤทธิ์อำนาจของพระองค์ บังคับขู่เข็ญ นั่นคือ มนุษย์ พระองค์ได้ทรงสร้างมนุษย์มาเช่นเดียวกับสิ่งสร้างอื่นๆ แต่พระองค์ได้ให้สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งแก่สิ่งสร้างพิเศษนี้ คือ อิสรภาพ พระองค์ให้มนุษย์มีอิสระในการเลือกสิ่งต่างๆได้ด้วยตัวเอง พระองค์ทรงให้อิสรภาพแก่มนุษย์ในการเลือกดีชั่ว และให้สามารถเลือกที่จะทำดี หรือ ทำชั่ว และเมื่อพระองค์ทรงให้อิสรภาพแก่มนุษย์แล้ว พระองค์ทรงเคารพการเลือกของพวกเขา เพียงแต่ทรงให้คำแนะนำต่างๆที่เป็นประโยชน์เพื่อให้มนุษย์รู้จักดำเนินชีวิต ในเบื้องต้นทรงให้มนุษย์มีจิตนำที่เรียกว่า มโนธรรม ต่อมาก็ทรงส่งพระบุตรมาให้เป็นผู้สอนด้วยตัวของพระองค์เอง

การปลุกคนตายให้ฟื้นคืนชีพในพระวรสารวันนี้บอกสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งแก่เราคือ พระฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าทำงานในคนที่ตายแล้ว

และอีกสิ่งหนึ่งที่พระวรสารวันนี้บอกแก่เราก็คือ พระฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าทำงานเช่นเดียวกันในคนที่ดำเนินชีวิตเสมือนตาย

ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าออกฤทธิ์ในคนที่ตาย และฤทธิ์อำนาจเดียวกันก็จะออกฤทธิ์ในคนที่ดำเนินชีวิตเสมือนตายไปแล้ว

อะไรคือการดำเนินชีวิตเสมือนตายไปแล้ว?

ขอยกความสั้นๆจากหนังสือ “อยากจะเปลี่ยนชีวิต...ต้องเปลี่ยนวิธีคิด” ซึ่งเขียนโดย พระไพศาล วิสาโล หรือ พระพยอม กับผู้เขียนร่วมอีกท่านหนึ่งคือ คุณรินใจ ข้อความอยู่ใน หน้า 24 ของหนังสือ เป็นบทเรียบเรียงสั้นๆโดย คุณรินใจ ผู้เขียนเขียนไว้ภายใต้หัวข้อ ปล่อยวางทุกสิ่ง

“โรคร้ายไม่น่ากลัวเท่ากับความกลัวตาย แต่ถ้าเราพร้อมที่จะตาย หรือนึกว่าตายแล้ว ปล่อยวางทุกสิ่งเหมือนคนตาย ไม่ว่าชีวิต ลูกหลาน หรือ ทรัพย์สินเงินทอง ความทุรนทุรายก็จะลดลงไปมาก”

ผู้ดำเนินชีวิตเสมือนตายก็คือผู้ที่รู้จักปล่อยวางทุกสิ่ง ไม่ยึดไม่เกาะกับสิ่งเหล่านั้น ค่อยๆปล่อยวางทีละเล็กทีละน้อยๆ จนกระทั่งตัวเองว่างเปล่า และเป็นอิสระจากทุกสิ่ง เหมือนกับที่ท่านพุทธทาสสอนไว้ว่า ฝึกตายก่อนตาย

คนประเภทที่กล่าวไว้ข้างบนนี้แหละที่พระฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าจะสามารถออกฤทธิ์ในตัวของคนประเภทนี้ได้ ชีวิตที่ว่างเปล่าคือ ชีวิตที่ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าสามารถออกฤทธิ์ทำงานได้ ชีวิตประเภทนี้แหละ เป็นชีวิตที่สามารถถูกเปลี่ยนให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์ แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับความยินยอมของมนุษย์ด้วย

ดังนั้น ปฐมคำสอนของพระเยซูเจ้าจึงเริ่มต้นด้วยประโยคที่ว่า

“ผู้มีใจยากจน ย่อมเป็นสุข เพราะอาณาจักรสวรรค์เป็นของเขา” (มัทธิว 5:3) อันนี้เป็นคำแนะนำที่เราเรียกว่า “คำแนะนำแห่งพระวรสาร” (Evangelical Counsel)

บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวกาลาเทีย วันนี้ ได้เล่าถึงประสบการณ์ การไม่ยอมตายของนักบุญเปาโล ในเบื้องต้น และต่อมาเมื่อท่านยอมตาย ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

ท่านบอกว่า “พระเจ้าทรงเลือกท่านไว้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์” เพื่อให้ท่านทำงานใหญ่ แต่ท่าน ณ จุดหนึ่งได้ดำเนินชีวิตในความหลงผิด ด้วยการ

1)         ยึดถือประเพณีของชาวยิว (หลงยึดแบบหัวปักหัวปำชนิด หลับหูหลับตายึด)

2)         เบียดเบียนพระศาสนจักร และ

3)         พยายามทำลายล้างพระศาสนจักร

ทั้ง 1,2,3 คือสภาวะของการไม่ปล่อยวาง ไม่ยอมตาย ผลคือ พระเป็นเจ้าจึงทรงต้องตักเตือนท่านแรงๆ ตามเหตุการณ์ที่เราได้รับทราบจากหนังสือกิจการอัครสาวก

เปาโลเริ่มปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นของตัวเอง (ทำตัวเสมือนตาย) หันหน้าเข้าหาพระเยซูเจ้า และพร้อมยอมเชื่อฟังคำสอนของอัครสาวก ทำตัวเหมือนตายแล้ว ให้พระเจ้าจัดการกับชีวิตของท่าน

และ ณ จุดนี้เองที่พระฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าก็เริ่มทำงานในตัวของเปาโล และพระฤทธิ์อำนาจนั้นได้เปลี่ยนแปลงเปาโลให้กลายเป็นอัครสาวกผู้ยิ่งใหญ่ และยิ่งใหญ่แทบจะเหนือกว่าอัครสาวกองค์อื่นๆ