Get Adobe Flash player
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.007gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.011gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.012gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.005gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.003gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.009gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.008gk-is-87.jpglink
«
»
Loading…

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 61 guests and no members online

2014-06-29 สมัชชา 2015 : กระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่พระศาสนจักรไทย

สมัชชา 2015 : กระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่พระศาสนจักรไทย

            “ประตูนรกจะไม่มีวันชนะพระศาสนจักรได้” อ่านพระวาจาประโยคนี้แล้ว ทำให้นึกย้อนหลังไปเมื่อ วันจันทร์ที่ 30 เมษายน 2013 ที่บ้านนักบุญมาร์ธา ที่ประทับของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ในมิสซาที่พระองค์ถวายในวันนั้น พระองค์ได้ตรัสบางอย่างกับผู้ร่วมมิสซา ซึ่งดูเหมือนจะสอดคล้องกับพระวาจาของพระเยซูเจ้าในมิสซาวันนี้ พระองค์ตรัสว่า “พระศาสนจักรที่มีจิตตารมณ์ทางโลก จะเป็นพระศาสนจักรที่อ่อนแอ และจะไม่สามารถประกาศข่าวดีแห่งพระวรสารได้” ในภาคภาษาอังกฤษก็คือ “A worldly Church is a weak Church” และ “A worldly Church cannot transmit the Gospel”

พระวาจาของพระเยซูเจ้า และ คำเตือนของสมเด็จพระสันตะปาปา เป็นสิ่งที่เราจะต้องนำมาคิดพิจารณาทบทวนในโอกาสวันสมโภชนักบุญเปโตรและเปาโลในวันนี้

ประตูนรกจะไม่มีวันชนะพระศาสนจักรได้ก็จริง แต่ประตูนรกก็สามารถทำให้พระศาสนจักร “เดี้ยง” หรือ “หมดสภาพ” ไปได้ถ้าพระศาสนจักรนั้นมีจิตตารมณ์ หรือ มีความนิยมโน้มน้าวไปทางโลกตามพระดำรัสของพระสันตะปาปาฟรังซิส

ความห่วงใยของพระสันตะปาปาฟรังซิส สะท้อนสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงห่วงกังวลเป็นอย่างยิ่ง และความกังวลนี้ปรากฏในพระวาจาที่ทรงตรัส ระหว่างอาหารค่ำมือสุดท้ายก่อนจะสิ้นพระชนม์

“ข้าพเจ้าไม่อยู่ในโลกอีกต่อไป แต่เขายังอยู่ในโลก........ ข้าพเจ้าไม่ได้วอนขอพระองค์ให้ยกเขาออกจากโลก แต่วอนขอให้ทรงรักษาเขาให้พ้นจากมารร้าย” (ยอห์น 17:11+15)

นี่คือความห่วงใยอันยิ่งใหญ่ของพระเยซูเจ้า และก็เป็นความห่วงใยของผู้แทนของพระองค์ในปัจจุบัน

พระศาสนจักรที่มีจิตตารมณ์หรือมีความนิยมไปในทางโลก กำลังเป็นพระศาสนจักรที่กำลังถูกมารร้ายครอบงำ และมารร้ายก็พยายามทำให้พระศาสนจักร “หมดสมรรถภาพ” ในการประกาศข่าวดีของพระเยซูเจ้า

คำสอนของพระศาสนจักรได้กล่าวเตือนเราแต่ละคนให้ระวังในเรื่อง “การหลอกลวง” ของปีศาจ เพื่อให้เราหลงติดกับของมัน คำสอนนั้นอยู่ในข้อที่ 391 ถึง 395 พระศาสนจักรเรียกปีศาจโดยใช้คำของพระเยซูเจ้าเองว่า “ปีศาจเป็นบิดาแห่งการมุสา” (ยอห์น 8:44) มันฉลาดในการชักนำ ชี้แนะ และหลอกลวงด้วยวิธีการต่างๆอย่างแยบยล ในอดีตมันเคยพยายามล่อลวงพระเยซูเจ้ามาแล้ว และมันยังคงล่อลวง “พระกายทิพย์ของพระเยซูเจ้า” ในปัจจุบัน มันหลอกล่อ “...ด้วยถ้อยคำมุสา ซึ่งชักนำมนุษย์มิให้เชื่อฟังพระเจ้า” (ข้อ 394)

และดูเหมือนว่ามันค่อนข้างจะทำงานได้ “สัมฤทธิ์ผล” พอสมควรที่เดียว

เอกสารเพื่อการไตร่ตรองเตรียมการประชุมสมัชชาใหญ่ ค.ศ. 2015 ในบทที่ 1 จั่วหัวด้วยข้อความน่าคิด ดังนำมาลงไว้ให้อ่าน ณ ที่นี้

บทที่ 1

สิ่งท้าทายต่อความเชื่อในบริบทสังคมไทย

“พระวจนาตถ์ประทับอยู่ในโลกและโลกถูกสร้างโดยอาศัยพระองค์

แต่โลกไม่รู้จักพระองค์พระองค์เสด็จมาสู่บ้านเมืองของพระองค์

แต่ประชากรของพระองค์ไม่ยอมรับพระองค์”(ยอห์น 1:10,11)

 

ข้อความสำคัญคือ ประโยคสุดท้าย “แต่ประชากรของพระองค์ไม่ยอมรับพระองค์” การไม่ยอมรับพระเยซูเจ้าก็คือ “การไม่เชื่อฟังพระเยซูเจ้า” รวมทั้ง “การไม่เชื่อฟังผู้แทนของพระองค์” ก็ตรงกับข้อความสุดท้ายของคำสอนพระศาสนจักรข้อที่ 394 “ปีศาจชักนำคริสตชนชาวไทยไม่ให้เชื่อฟังพระเยซู”

พระศาสนจักรไทยจะอ่อนแอก็ด้วยเรื่องนี้ และก็ถึงเวลาที่จะต้องฟื้นฟูให้ความอ่อนแอดังกล่าวลดน้อยลง หรือ หมดไป

สมัชชา 2015 คือผลงานของพระจิตเจ้าที่ทรง “กระทุ้ง” ให้พระศาสนจักรไทย ทำการฟื้นฟูชีวิตของตัวเองเสียใหม่ และให้การฟื้นฟูนั้นดำเนินไปอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง