Get Adobe Flash player
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.007gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.011gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.012gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.005gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.003gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.009gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.008gk-is-87.jpglink
«
»
Loading…

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 31 guests and no members online

2015-02-22 แบบฉบับแห่งการถือพรต

แบบฉบับแห่งการถือพรต
พระจิตเจ้าเป็นผู้พาพระเยซูเจ้าเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร พระองค์ประทับอยู่ที่นั่น 40 วัน และในถิ่นทุรกันดารนั่นเอง พระองค์ถูกซาตานประจญ
ในวรรณกรรมยิว ถิ่นทุรกันดาร หมายถึง ที่อยู่ของปีศาจ
แนวคิดดังกล่าวปรากฏให้เราเห็นในพระวรสาร เช่น ในพระวรสารมัทธิว บทที่ 12 ข้อ 43
“เมื่อปีศาจออกไปจากมนุษย์แล้ว มันท่องเที่ยวไปในที่แห้งแล้งเพื่อหาที่พัก....”
พระวรสารลูกาบทที่ 8 ข้อ 29
“เขาพูดเช่นนี้ เพราะพระเยซูเจ้าสั่งให้ปีศาจร้ายออกจากชายผู้นั้น ปีศาจสิงเขาหลายครั้งแล้ว เขาถูกล่ามไว้ด้วยโซ่ และตรวน แต่เขาหักโซ่ ตรวน และถูกปีศาจนำตัวออกไปในที่เปลี่ยว”
หนังสือวิวรณ์บทที่ 17 ข้อ 3
“ทูตสวรรค์องค์นั้นนำข้าพเจ้าไปยังถิ่นทุรกันดาร เดชะพระจิตเจ้าข้าพเจ้าเห็นหญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนสัตว์ร้ายสีแดงเข้ม ซึ่งมีชื่อเป็นคำดูหมิ่นพระเจ้าเขียนไว้ทั่วตัว มันมีเจ็ดหัวและสิบเขา”
ถิ่นทุรกันดาร ที่แห้งแล้ง ที่เปลี่ยว เป็นคำคำเดียวกัน และความหมายแท้ๆของคำทั้ง 3 ก็คือ ที่อยู่ของปีศาจ
ในที่เปลี่ยวนั้น พระเยซูเจ้าถูกประจญ
โลกของเราก็คือ ถิ่นทุรกันดาร ที่แห้งแล้ง และที่เปลี่ยว ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของปีศาจ แม้เราจะมองไม่เห็นตัวเป็นๆของมัน แต่ให้เราแน่ใจเถิดว่า พวกมันอยู่รอบๆตัวเรา และคอยประจญเราอยู่ตลอดเวลา ดังเช่นที่มันเคยประจญพระเยซูเจ้าในอดีต
พระวรสารนักบุญมาระโกวันนี้ไม่ได้ให้รายละเอียดว่ามันประจญพระเยซูเจ้าด้วยเรื่องอะไรบ้าง แต่พระวรสารนักบุญมัทธิว และลูกาได้ให้รายละเอียดเหล่านี้
ในพระวรสารนักบุญลูกาบทที่ 4 ข้อ 1 ถึง 13 ได้พูดถึงการประจญพระเยซูเจ้าในถิ่นทุรกันดาร มันประจญพระเยซูเจ้าใน 3 เรื่อง ที่สำคัญๆ คือ
1. ปากท้อง (ข้อ 3)
2. อำนาจ (ข้อ 6)
3. ชื่อเสียง (ข้อ 9)
เรื่องของปากท้อง ก็คือ เรื่องของการกินการอยู่ หรือที่เรียกว่าการกินดีอยู่ดี เพื่อจะได้กินดีอยู่ดีมนุษย์จึงแสวงหาสรรพวัตถุทุกชนิด เพื่อนำมาปรนเปรอชีวิตของตน ในทุกๆด้าน อันนำมนุษย์ไปสู่สิ่งที่เรียกว่า วัตถุนิยม การประจญเรื่องที่สอง คือ เรื่องอำนาจ หรือเรียกว่า อำนาจนิยม และ เรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องของชื่อเสียง หรือ เราจะเรียกต่อไปนี้ว่า ชื่อเสียงนิยม
พระเยซูเจ้าทรงเอาชนะการประจญทั้ง 3 ได้ด้วยการปฏิเสธ (†) แต่ในความเป็นจริงของชีวิตของพวกเราเรื่องทั้ง 3 เป็น เรื่องที่ปฏิเสธได้ยาก หรือ พวกเราไม่ค่อยอยากจะปฏิเสธมัน เราในที่นี้ ก็คือ เราที่เป็นฆราวาส เราที่เป็นพระสงฆ์ และเราที่เป็นนักบวช เมื่อไม่อยากปฏิเสธ สุดท้ายเราก็ตกเป็นเหยื่อของปีศาจใน 3 เรื่องนี้ ขอให้สังเกตคำพูดของปีศาจในข้อ 6 มันบอกว่า “ข้าพเจ้าจะให้อำนาจและความรุ่งเรืองของอาณาจักรเหล่านี้ทั้งหมดแก่ท่าน เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะให้ผู้ใดก็ได้ตามความปรารถนา”
มหาพรต เป็นเวลาที่เราจะต้อง เริ่มต้นความตั้งของเราอีกครั้งหนึ่ง ที่จะปฏิเสธหรือตัด (†) 3 สิ่งนี้ออกจากชีวิตของเรา โดยอาศัยพลังแห่งการตัด (†) ของตัวเราเอง บทเพลงที่เรามักจะร้องกันบ่อยๆ ในเทศกาลนี้ก็คือ
“จงภูมิใจใน † คริสตัง ชีวิตและจิตพลังย่อมไหลหลั่งมาจาก †”
ประโยคสำคัญ คือ ชีวิตและจิตพลังย่อมไหลหลั่งมาจาก † ความหมายก็คือ ยิ่งตัดก็ยิ่งมีพลังจิต หรือยิ่งตัดก็ยิ่งมีจิตใจที่เข้มแข็ง ในการเอาชนะบาปและการประจญ แต่สำคัญสุดคือ ในการตัดกิเลสเหล่านั้นออกไปส่งผลให้ ชีวิตของพระเจ้า ไหลหลั่งเข้ามาในชีวิตของเราและสร้างตัวเราให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น และชีวิตของพระเจ้าที่ไหลหลั่งเข้ามาในตัวเรานี่แหละคือ พลังแห่งชีวิตในการต่อสู้กับปีศาจและบาป ยิ่งกว่านั้นชีวิตของพระเจ้าที่ไหลหลั่งเข้ามาในชีวิตของเราจะทำให้เรามีชีวิตที่เหมือนพระเยซูมากขึ้นๆทุกๆวัน
สรุปสุดท้ายคือ ชีวิตคริสตชนคือชีวิตแห่งการดำเนินชีวิตไม้กางเขน (Via erucis) ด้วยการปฏิเสธ และ มหาพรตก็ไม่ใช่มีแค่ 40 วัน แต่มหาพรต คือ เทศกาลที่เราต้องถือทุกๆวันตลอดชีวิตของเรา