Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 35 guests and no members online

2015-09-06 ปีศักดิ์สิทธิ์ปีแห่งการเลิกทาส

ปีศักดิ์สิทธิ์ปีแห่งการเลิกทาส
ประกาศกอิสยาห์บทที่ 35 ข้อ 4 ถึง 7 ของบทอ่านที่ 1 วันนี้ ได้กล่าวถึงการเสด็จมาของพระผู้ไถ่กู้มนุษย์ให้รอดพ้น ว่าพระองค์จะทำอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ทำให้คนตาบอดมองเห็น ทำให้คนหูหนวกกลับได้ยิน ทำให้คนง่อยกลับเดินได้อย่างปกติ ทำให้คนใบ้พูดได้ ทำให้แผ่นดินแห้งแล้งชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ ได้เกิดเป็นจริง เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จมา พระองค์ได้ทำให้ทุกอย่างที่อิสยาห์ได้กล่าวไว้นั้น เมื่อพระองค์ทรงตรัสว่า
“พระจิตของพระเจ้าทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า
เพราะพระองค์ทรงเจิมข้าพเจ้าไว้
ให้ประกาศข่าวดีแก่คนยากจน
ทรงส่งข้าพเจ้าไปประกาศการปลดปล่อยแก่ผู้ถูกจองจำ
คืนสายตาให้แก่คนตาบอด
ปลดปล่อยผู้ถูกกดขี่ให้เป็นอิสระ” (ลูกา บทที่ 4 ข้อ 18)
พระวรสารนี้ เป็นพระวรสารค่ำคืนของ วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2557 เป็นวจนพิธีกรรมเตรียมเปิดปีศักดิ์สิทธิ์ของพระศาสนจักรคาทอลิกไทย เสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2558
ส่วนพระวรสารวันนี้พูดถึง การรักษาคนใบ้หูหนวกให้หาย ซึ่งเป็นการรักษาโรคภัยไข้เจ็บฝ่ายร่างกาย
แม้จะพูดถึงการรักษาโรคภัยไข้เจ็บฝ่ายร่างกายแต่พลังอำนาจของพระเยซูคริสตเจ้า ลึกซึ้งมากกว่านั้น เพราะทุกสิ่งที่อิสยาห์พูดถึง และสิ่งที่พระเยซูเจ้ากล่าวถึงตัวของพระองค์
ทุกอย่างพุ่งเป้าไปที่การรักษาความเจ็บไข้ได้ป่วยฝ่ายจิตวิญญาณทั้งสิ้น
การประกาศข่าวดีแก่คนยากจน ไม่ได้แปลว่าพระองค์จะทำให้คนจนทรัพย์ จนเงิน ได้รับข่าวดีที่ทำให้ร่ำรวยขึ้น หรือมีเงินมากขึ้น
คนยากจนในที่นี้คือ คนจนความคิด หรือ พวกความคิดเพี้ยนไม่อยู่ในแนวทางของพระ คิดไปในทางตรงกันข้ามกับพระ คนจนในที่นี้ยังหมายถึง คนที่รวยทรัพย์สินล้นฟ้า มีเงินเป็น 100 ล้าน 1,000 ล้าน แต่ก็ยังอยากไม่หยุด ยังรู้สึกว่ายังต้องการเพิ่มขึ้นๆ อาการอยาก เป็นอาการของคนที่จนทางจิต เพราะอยากไม่หยุดและเมื่ออยากไม่หยุด ก็จะยอมทำทุกอย่างให้ได้ตามที่อยาก แม้จะเป็นการกระทำที่ผิด 
ปลดปล่อยผู้ถูกจองจำ ไม่ได้แปลว่าปล่อยคนจากคุก แต่หมายความว่า พระองค์จะช่วยพวกข้างบนนั่นแหละ คือพวกอยากไม่หยุด คนเหล่านี้ คือผู้ที่ถูกจองจำด้วยความอยาก หรือ พูดง่ายๆ คือ พวกเขาเหล่านั้น เป็นทาสของความอยาก (คนเรามีความอยาก 3 อย่างคือ 1) เงินทอง 2) ชื่อเสียง 3) อำนาจ ) คนที่เป็นทาสของความอยากทั้ง 3 นี้ จะมีชีวิตอย่างดิ้นรน แสวงหาไปเรื่อยๆ จึงดิ้นรนเพราะถูกจองจำด้วยความอยาก
นอกนั้นผู้เป็นทาสของความอยากจะดำเนินชีวิตเยี่ยงคนตาบอด คนตาบอดคือ คนที่ไม่เห็นแสงสว่างมองไม่เห็นถูก-ผิด ไม่สามารถดำเนินชีวิตอยู่ในความถูกต้องเที่ยงธรรม เพราะถูกความอยาก 3 ข้อ ที่ตัวเองเป็นทาสอยู่ครอบงำ และนำชีวิต ชีวิตของพวกเขาจึงถูกกดขี่ด้วยสิ่งที่ตัวเองเป็นทาส ขาดความสุขสงบในชีวิต ในเวลาเดียวกัน พวกเขาก็ใช้ผู้อื่นเป็นเครื่องมือเพื่อแสวงหาสิ่งที่ตัวเองอยากได้
พูดสั้นๆคือ ตัวเองเป็นทาสและยังทำให้คนอื่นเป็นทาสตามไปด้วย
พระเยซูเจ้าเสด็จมาเพื่อปลดปล่อยบุคคลเหล่านี้ดังที่พระองค์ทรงตรัสกับประชาชนว่า “เราเป็นแสงสว่างส่องโลก ผู้ที่ตามเรามา (คือผู้ที่ปฏิบัติตามที่พระเยซูเจ้าสั่งสอน) จะไม่เดินในความมืด แต่จะมีแสงสว่างส่องชีวิต” ( ยอห์น 8:12)
ปีศักดิ์สิทธิ์หรือ “ ปีแห่งความโปรดปรานจากพระเจ้า” (ลูกา 4:19) คือ ปีแห่งพระเมตตาของพระ หรือ ปีแห่งการที่พระเป็นเจ้ามีเมตตาช่วยปลดปล่อยเราให้พ้นจากการเป็นทาส คือ เป็นอิสระหลุดพ้นจากความติดพันอยู่กับ ทรัพย์สิน เงินทอง วัตถุ เกียรติยศชื่อเสียง และอำนาจ
ปีศักดิ์สิทธิ์ จึงเป็นปีที่พระเป็นเจ้าช่วยปลดปล่อยตัวเราเองให้พ้นจากการเป็นทาส และเมื่อเราเป็นอิสระก็พ้นจากการเป็นทาสแล้วเราก็ต้องช่วย ปลดปล่อยผู้อื่นให้พ้นจากการเป็นทาสเช่นเดียวกัน อันเป็นการแสดงออกถึงความเมตตาต่อผู้อื่น อันเป็นความเมตตาที่ตัวเราเองได้รับมาจากพระเป็นเจ้าจากการถูกปลดปล่อยนั้น