Get Adobe Flash player
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.007gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.011gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.012gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.005gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.003gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.009gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.008gk-is-87.jpglink
«
»
Loading…

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 10 guests and no members online

2015-09-13 ความเชื่อ=ความเชื่อฟัง

ความเชื่อ=ความเชื่อฟัง
บทอ่านของนักบุญยากอบ บทที่ 2 ข้อ 14-18 วันนี้นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะท่านนักบุญยากอบได้อธิบายความหมายแท้ๆ ของคำว่าความเชื่อ
ความคิดดั้งเดิมของคริสตชนจำนวนมหาศาลทุกวันนี้ยังเข้าใจความหมายของคำว่าความเชื่อ ว่าคนที่มีความเชื่อต้องเป็นคนรู้คำสอน ทั้งคำสอนของพระเยซูเจ้า และคำสอนของพระศาสนจักร นอกจากรู้พระธรรมคำสอนแล้ว เขาต้องรับศีลล้างบาปเป็นคริสตชน นอกนั้นผู้นั้นจะต้องปฏิบัติศาสนกิจอย่างสม่ำเสมอ
ท่านนักบุญยากอบ หรือ เจมส์ หรือ ยาโกเบ ชื่อใดชื่อหนึ่งตามแต่ใครจะเรียก เป็นอัครสาวก 1 ใน 12 ของพระเยซูเจ้า ท่านอยู่ใกล้ชิดกับพระเยซูเจ้าในฐานะอัครสาวก ได้เป็นพยานชีวิตขององค์พระเยซูคริสตเจ้า ได้รับฟังคำสอนและแลเห็นกิจกรรมต่างๆที่พระเยซูเจ้าทรงสอน และกระทำตลอดระยะเวลา 3 ปี จึงถือว่าท่านเป็นประจักษ์พยาน หรือ สักขีพยานที่น่าเชื่อถือ ท่านเป็นบุคคลสำคัญ ในฐานะที่ท่านได้เป็นเจ้าของข้อเขียนสำคัญของพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ คือ จดหมายของนักบุญยากอบเป็นจดหมายที่มีรูปแบบการเขียนที่ทรงพลังใช้ถ้อยคำอันแหลมคม และแนะนำการดำเนินชีวิตที่ปฏิบัติได้จริง
ในจดหมายวันนี้ท่านได้อธิบายความหมายแท้ๆของความเชื่อ ว่าไม่ใช่เป็นอะไรที่ลอยๆ หรือ เพ้อฝันอยู่ในหัว หรือ บรรยายด้วยคำพูดสุดหรู แต่ความเชื่อแท้ๆต้องเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ในภาคปฏิบัติในชีวิตของผู้ที่มีความเชื่อนั้น ดังนั้นจึงมีคำพูดที่ติดปากว่า ความเชื่อคือชีวิต
“จะมีประโยชน์อะไรหากผู้หนึ่งอ้างว่ามีความเชื่อ แต่ไม่มีการกระทำ” (ยากอบ 2:14)
ดังนั้นความเชื่อในองค์พระเยซูคริสตเจ้า จะต้องปรากฏออกมาให้เห็นในการกระทำและพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น พระเยซูสอนว่า “ผู้ใดมีใจยากจน ย่อมเป็นสุข...” แต่ผู้ที่บอกว่าตนเชื่อในพระเยซูเจ้า แต่ในภาคปฏิบัติกลับมุ่งแสวงหาแต่เกียรติยศ ชื่อเสียง เงินทอง จะไปไหนก็ชอบให้คนยกยอสรรเสริญ ชื่นชอบตนเอง แต่งเนื้อแต่งตัวก็ต้องสุดหรู ใช้ของดี ของแพง กินอยู่ก็แบบไม่ธรรมดา สรุปคือ ใช้ชีวิตเรียบง่าย แบบติดดินไม่เป็น นี่เป็นตัวอย่างเดียวของคนที่บอกว่าตนเองเชื่อในพระเยซูคริสตเจ้า
“ดังนั้นเรารู้จักต้นไม้แต่ละต้นได้จากผลของต้นไม้นั้น” (ลูกา 6:44)
ผลที่ปรากฏภายนอกฟ้องความเป็นจริงที่อยู่ข้างใน
และอีกคำพูดหนึ่งของพระเยซูเจ้า “ผู้ใดรักเรา ผู้นั้นจะปฏิบัติตามวาจาของเรา....” (ยอห์น 14:23)
ดังนั้น เราจะรักพระเยซูเจ้าจริงหรือปลอมก็ดูตรงนี้ หรือ เราเชื่อจริงหรือปลอม ก็ดูตรงนี้อีกเช่นเดียวกัน คือ ดูตรงที่ว่า ชีวิตจริงๆได้ทำตามที่พระเยซูเจ้าสอนหรือไม่