Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 18 guests and no members online

แม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์

สมโภชพระนางมารีย์พรหมจารีย์ ได้รับเกียรติยกขี้นสวรรค์ วันที่ 15 สิงหาคม

ในปี 1950 พระสันตะปาปาปีโอ ที่ 12  ได้ทรงประกาศว่า “พระนางพรหมจารีมารีย์ได้ทรงรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ” เป็นข้อความเชื่อ

ที่จริงเราไม่รู้ว่าพระนางมารีย์ได้ทรงสิ้นใจอย่างไรและเมื่อไร แต่ก็ได้มีวันฉลองนี้เกิดขึ้นแล้วโดยใช้ชื่อเรียกว่า “ฉลองการบรรทม” (dormitio) ของพระนางซึ่งเป็นการฉลองที่สอดคล้องกับการฉลองของนักบุญทั้ง หลายโดยทั่วๆ ไปอันอาจจะเป็นการฉลองการบังเกิดหรือการสิ้นใจก็ตามการ “ฉลองบรรทม” ของพระนางพรมหจารีนี้ถือว่าเป็นการฉลองที่สำคัญทีเดียว

ที่วันฉลอง “พระนางพรหมจารีมารีย์ได้รับเกียรติขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ” เป็นวันที่ 15 สิงหาคมนี้ เป็นไปได้ที่อาจจะเป็นการระลึกถึงการเสกวิหารถวายแด่พระนางที่กรุงเยรูซาเลม

พระศาสนจักรในวันนี้ฉลองธรรมล้ำลึกแห่งปัสกาที่ได้สำเร็จ บริบูรณ์ ในพระนางมารีย์ เนื่องจากว่าพระนางมารีย์ทรงเป็นผู้ที่เปี่ยมด้วยพระหรรษทาน ไม่มีแม้แต่เงาของบาป พระบิดาเจ้าจึงทรงมี พระประสงค์ให้พระนางได้มีส่วนในการกลับคืนชีพของพระคริสตเจ้าด้วย

 ก. การที่พระนางมารีย์ได้ทรงรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ได้ทำให้พระนางได้อยู่ใกล้ชิดเรายิ่งขึ้น

บทอ่านทั้งสามบทของมิสซาในวันนี้ ได้แสดงให้เราเห็นอย่างชัดเจนถึงค่านิยมหรือคุณค่าของการเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระนางมารีย์ตำแหน่งของพระนางในแผนการณ์ของการช่วยให้รอดหรือการไถ่บาปและสารที่พระนางต้องการมอบให้มนุษยชาติ

1) จากบทอ่านที่ 1 พระนางมารีย์ทรงเป็น “หีบแห่งพันธสัญญา” ที่แท้จริง ทรงเป็น “สตรีผู้ที่สวมอาภรณ์แห่งดวงอาทิตย์” อันเป็นรูปแบบของพระศาสนจักเหมือนๆ กับหีบแห่งพันธสัญญาที่โมเสสได้สร้างขึ้นและประดิษฐานไว้ในพระวิหารสำหรับจะเป็นสัญลักษณ์และอุปกรณ์แห่ง     พันธสัญญาของพระเจ้ากับบรรดาประชากรผู้ได้รับเลือกสรรของพระองค์ เช่นเดียวกันพระนางมารีย์ได้ทรงรับเกียรติขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ ก็เพื่อจะเป็น “สัญลักษณ์” แห่งพันธสัญญาใหม่ หีบแห่งพันธสัญญานั้นบรรจุไว้ซึ่งธรรมบัญญัติ และจากหีบห่อแห่งพันธสัญญานี่เองที่พระผู้เป็นเจ้าทรงส นองตอบคำทูลขอต่างๆ ของประชากรของพระองค์ พระนางมารีย์ได้ทรงมอบพระเยซูเจ้าให้แก่พวกเรา พระองค์ทรงเป็นผู้ประกาศธรรมบัญญัติแห่งความรัก ผู้ได้ทำให้พันธสัญญาใหม่ของการช่วยให้รอดได้สำเร็จเป็นไปในพระองค์ที่องค์พระบิดาเจ้าตรัสกับเราและทรงสดับฟังเรา

พระนางมารีอาย์ทรงเป็นรูปแบบของพระศาสนจักร  พระนางทรงเป็นพระมารดาของพระคริสตเจ้า และของเรามนุษย์ทุกๆ คนซึ่งพระนางได้ให้กำเนิด มาถวายแด่พระเจ้าในความเจ็บปวดทรมานใต้เชิงกางเขนของพระบุตร ยิ่งกว่านั้นพระนางมารีย์ยังทรงเป็ นการประกาศเอาไว้ล่วงหน้าถึงการช่วยให้รอดที่สมบูรณ์แบบซึ่งจะสำเร็จไปในพระอาณาจักรของพระเจ้า

2) การช่วยให้รอดที่สมบูรณ์แบบนี้จะสำเร็จไปโดยอาศัยพระภารกิจหรือผลงานของพระคริสตเจ้าผู้ได้ทรงกลับคืนชีพ (จากบทอ่านที่2) เพราะพระองค์ทรงเป็นรูปแบบและผู้ที่ทรงทำให้การกลับคืนชีพรุ่งเรืองขั้นสุดท้ายได้สำเร็จไป การกลับคืนชีพที่รุ่งเรืองขั้นสุดท้ายนี้ พระนางมารีย์ได้รับก่อนใครอื่นหมด เพราะว่าพระนางทรงเป็นพระมารดาของพระเจ้า การปฏิสนธิอันนิรมลคือ การประกา ศเอาไว้ก่อนถึงเป้าหมายของการไถ่บาปอันเป็นการนำมนุษย์ไปสู่ความบริสุทธิ์นิรมล ส่วนการได้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณนั้น เป็นการประกาศแจ้งให้ทราบล่วงหน้าถึงชัยชนะขั้นสุดท้ายของการไถ่บาป นั่นคือการได้รับเกียรติรุ่งโรจน์ของมนุษยชาติในพระคริสตเจ้า

ในวันนี้พระนางมารีย์ทรงเรียกร้องให้เราคริสตชนได้มีอารมณ์และความรู้สึกเช่นเดียวกับพระนางที่จะพยายามทำตัวให้อยู่ในประวัติศาสตร์ของการช่วยให้รอดและที่ได้รับหมายกำหนดให้ทำตัวเราให้สอดคล้องกับพระคริสตเจ้าในพระเกียรติมงคล  และในความ สุขที่ไม่มีวันจะสิ้นสุดล่วงโรยไปเลย เพื่อเราจะได้พบกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันในเคหะของพระบิดาเจ้า โดยนัยนี้ สภาสังคายนาวาติกันที่ 2 จึงกล่าวว่า การได้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณของพระนางมารีย์นี้เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความหวังที่แน่น่อน และให้กำลังใจแก่เราทุกคนด้วย ( LG. 68 )

3) จากพระวรสาร... พระนางมารีย์ได้ประทานสารของพระนางในบท “Magnificat” ให้แก่เรามนุษย์ทุกคน พระนางได้ทรงประกาศว่าพระเจ้าได้ทรงพลิกสถานการณ์ที่ไม่ถูกต้องของมนุษยชาติ 3 อย่างด้วยกัน เพื่อที่จะปฏิสังขรณ์ชาติมนุษย์เสียใหม่ในการช่วยให้รอดอันเป็นพระภารกิจของพระคริสตเจ้า

3.1) ในทางด้านศาสนา พระองค์ได้ทรงทำให้เห็นว่าการที่มนุษย์คิดว่าตัวเองไม่ต้องฟังใครเลยเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง โดยพระองค์ได้ทรงบันดาลให้โครงการต่างๆ ที่เต็มไปด้วยความจองหองถือดีของพวกเขาเหล่านั้น ต้องมีอันเป็นไป เพราะคนเหล่านี้ได้ทำการขัดสู้กับพระเจ้าและได้ทำการกดขี่ข่มเหงมนุษย์ด้วยกัน 3.2) ในด้านการเมือง พระเจ้าได้ทรงบันดาลให้ทรรศนะคติทั่วๆ ไปในทางการเมืองได้กลับตาลปัตรเสียคือ พระองคได้ทรงลดเกียรติพวกผู้มีอำนาจทั้งหลาย โดยถอดพวกเขาออกจากบัลลังก์แห่งอำนาจและได้ทรงยกย่องและให้เกียรติพวกที่มีใจสุภาพแทน พระองค์ไม่ทรงประสงค์ให้พวกเขาเป็นนายเหนือคนอื่นๆ แต่ต้องการให้พวกเขาได้รับใช้เพื่อที่จะส่งเสริมคุณงามความดีและการอยู่ดีกินดีของทุกๆ คนและของสังคมโดยไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะหรือเลือกเฉพาะบุคคล

3.3) ในด้านสังคม พระเจ้าได้ทรงหักหาญและทำลายชนชั้นที่คิดว่าจะแตะต้องไม่ได้ เพราะตัวเองมีเงินมีทอง มีอำนาจวาสนา แต่พระองค์ได้ทรงบันดาลให้ผู้ที่ขัดสนบริบูรณ์พรั่งพร้อมไปด้วยสมบัติพัสถาน และบันดาลให้เศรษฐีต้องกลับไปมือเปล่า เพื่อจะปฏิรูปรื้อฟื้นความรักฉันท์พี่น้องที่แท้จริงในสังคมและในระหว่างมนุษย์ทุกคน เพราะว่าเราทุกคนคือบุตรของพระเจ้า

และดังนี้การฉลองการปฏิสนธินิรมล และการได้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณของพระนางมารีย์ เตือนเราให้คิดถึงประวัติศาสตร์แห่งความรอดจากมุมหนึ่งไปสู่อีกมุมหนึ่ง ประวัติศาสตร์อันนี้เองที่ในวันนี้ได้สำเร็จเป็นไปเพื่อเราทุกคน ดังนั้นให้เราวิงวอน พระนางมารีย์พระมารดาของเราให้ช่วยนำเราไปสู่ความสำเร็จบริบูรณ์ขั้นสุดท้ายด้วย

 ข.พระนางมารีย์รูปแบบของพระศาสนจักร

พระนางมารีย์ผู้ได้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณทรงเป็นสิ่งสร้างเหมือนกับเรามนุษย์ทุกคน แต่ว่าบัดนี้พระนางได้บรรลุถึงความสำเร็จบริบูรณ์ของการช่วยให้รอดแล้ว และในขั้นที่พระวรกายของพระนางได้รับการเปลี่ยนแปลงให้สง่ารุ่งเรืองสุกใสด้วย  พระนางมารีย์ทรงเป็นสตรีผู้นั้น  ผู้สวมอาภรณ์แห่งดวงอาทิตย์ และมีดารา 12 ดวง เป็นมงกุฎ พระนางทรงเป็นมารดาที่ทรงคอยเราและเอาใจใส่เป็นกังวลถึงเรา ที่จะให้เราเดินไปสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า

พระมารดาของพระคริสตเจ้าทรงเป็นรูปแบบของพระศาสนจักร พระนางทรงเป็นเครื่องค้ำประกันที่สว่างสุกใส เพราะโชคชะตาของการช่วยให้รอดของพระนางได้รับการยืนยันและได้รับการประกันไว้แล้ว และเช่นเดียวกับพระนาง พระจิตของพระผู้ทรงกลับคืนชีพจะทรงบันดาลให้พระภารกิจคือการช่วยให้รอด ของพระองค์ได้สำเร็จบริบูรณ์ไปในตัวเราทุกคนและเราสามารถกล่าวได้ว่าพระนางมารีย์ได้เป็นแล้วในสิ่งที่เราทุกคนกำลังจะเป็น

หลายๆ คนอาจจะรู้สึกเบื่อ น่ารำคาญเมื่อได้ยินพูดถึง “ความรอดของวิญญาณ” เพราะดูเหมือนว่าชีวิตแห่งแสงสี กลิ่น รส เครื่องแต่งกาย ต่างๆ ซึ่งเป็นที่ดึงดูดใจพวกเขาจะต้องสูญหายไปและดูเหมือนว่าร่างกายจะไม่มีประโยชน์อะไรอีกต่อไป  พวกเขาคิดถูกเพราะมันไม่ได้เป็นดังที่ว่านั้น พระนางมารีย์ได้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ เป็นหลักประกันว่ามนุษย์ทั้งครบจะได้รับการช่วยให้รอดในขั้นสมบูรณ์ที่สุด คือร่างกายจะกลับคืนชีพด้วย

สำหรับคริสตชนการช่วยให้รอดคือการกลับคืนชีพของร่างกาย คือเขาจะพบโลกใหม่และแผ่นดินใหม่

อาหารขั้นพื้นฐานของมนุษย์พบได้ในศีลมหาสนิท ปังแห่งความ ไม่รู้ตาย อันเป็นผลิตผลของแผ่นดิน  ของต้นองุ่นและเป็นผลงานของมนุษย์ และเป็นศีลมหาสนิทนี่เองที่เป็นหลักประกันประจำวันว่าการช่วยให้รอดได้มาถึงมนุษย์ทุกคนในสภาพที่แท้จริงของตน เพื่อช่วยพวกเขาให้รอดพ้นจากความตาย อันเป็นศัตรูตัวร้ายของความเจริญก้าวหน้าของมนุษย์