Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 17 guests and no members online

2013-07-21 คิด พูด และกระทำ

สวัสดีครับ

สัปดาห์ละครั้งอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2556

 

โดยปกติในชีวิตประจำวันของเราพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจะประกอบด้วยการคิดพูดและกระทำมันจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติกล่าวคือ...

ความคิดเป็นกระบวนการทางสติปัญญาที่มีอยู่ในมนุษย์ทุกคนและจะได้รับการพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆจากทารกไปสู่วัยเด็กวัยรุ่นวัยหนุ่มสาววัยผู้ใหญ่และสุดท้ายวัยชราโดยอาศัยการเรียนรู้และประสบการณ์ชีวิตของแต่ละคนซึ่งเราเรียกว่า“ความรู้”

จากนั้นมนุษย์จึงรู้จักแยกแยะคุณค่าของสิ่งต่างๆหรือวิธีการ(การกระทำ)ต่างๆได้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดีอะไรผิดอะไรถูกอะไรทำได้อะไรทำไม่ได้และในที่สุดก็จะเลือกเอาในสิ่งที่เป็นความต้องการของตนเองหมายถึงการตัดสินใจที่จะพูดหรือกระทำตามการเลือกนั้น...

การพูดและการกระทำจึงเป็นการแสดงออกมาภายนอกให้ผู้อื่น(สังคม)รู้ว่าคนคนนั้นคิดอย่างไรมีเหมือนกันที่คำพูดหรือการกระทำของบางคนไม่ตรงกับความคิดของเขาจะเรียกว่าเสแสร้งแกล้งทำก็ได้

คำพูดหรือการกระทำที่ดีคือเกิดประโยชน์เสริมสร้างสังคมก่อให้เกิดความดีงามต่อส่วนรวมอย่างนี้แสดงว่าผู้นั้นคิดดีคือคิดถูกต้องตามเหตุผลและได้มีการเลือกพูดหรือการกระทำในสิ่งที่ดีมีคุณค่าคือมีมโนธรรม(จิตใจที่สามารถแยกแยะสิ่งดี-สิ่งชั่วสิ่งผิด-สิ่งถูก) นั่นเอง...

คำพูดและการกระทำของมารีย์และมารธาในพระวรสารวันนี้ถือเป็นสิ่งที่ดีมีคุณค่าทั้ง2 ได้เลือกกระทำในสิ่งที่ดี มารธาเลือกที่จะต้อนรับพระเยซูด้วยการรับใช้ให้บริการให้พระองค์มีอาหารมีสิ่งอำนวยความสะดวกทางร่างกายเป็นเรื่องภายนอกที่ปรากฏชัดเจนด้วยสายตาสัมผัสและจับต้องได้... ท่านต้องออกแรงเตรียมอาหารแน่นอนท่านยินดีที่จะกระทำเช่นนั้น... ส่วนมารีย์เลือกและกระทำอีกอย่างหนึ่งก็คืออยู่ต่อหน้าพระองค์พูดคุยกับพระองค์คืออยู่กับพระองค์ตลอดเวลา

ดูเหมือนว่าพระเยซูเจ้าทรงชมมารีย์ว่าได้เลือกสิ่งที่ดีกว่าและแน่นอนย่อมมีความรู้สึกว่ามารธาทำสิ่งที่ไม่สู้จะดีนักอย่างไรก็ตามพวกเราต้องเข้าใจว่าในวันนี้พระเยซูเจ้าทรงต้องการจะสอนเราว่าการมีชีวิตชิดสนิทสัมพันธ์กับพระองค์นั้นมีคุณค่าและความหมายกว่าเรื่องอื่นๆแต่ก็มิได้หมายความว่าเรื่องอื่นๆเรื่องภายนอกเรื่องปากเรื่องท้องไม่จำเป็นเพียงแต่ว่าต้องระวังอย่าให้เรื่องราวความวิตกกังวลภายนอกทางวัตถุมีอิทธิพลจนทำให้ชีวิตของเราขาดความสัมพันธ์กับพระเป็นเจ้าเพราะถ้าเป็นเช่นนั้นเราก็จะเป็นแขนงหรือกิ่งที่ไม่ติดกับลำต้นและผลที่ตามก็คือกิ่งนั้นจะแห้งเหี่ยวเฉาตายไปในที่สุด... สวัสดีครับ.