Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 15 guests and no members online

2016-03-06 “เสียงบ่นตำหนิติติงของมนุษย์เรา”

สวัสดีครับ

สัปดาห์ละครั้ง6 มี.ค.2016

จากประสบการณ์ในชีวิตที่ผ่านมาหลายสิบปีทำให้เข้าใจสัจธรรมความเป็นจริงที่เกิดขึ้นมากมายหลายอย่างวันนี้อยากจะยกมาเล่าสู่กันฟังสักเรื่องหนึ่งนั่นก็คือเสียงบ่นตำหนิติติงของมนุษย์เรา

          อันว่าเสียงบ่นตำหนิติติงดังกล่าวนี้ไม่ว่าจะเป็นประเด็นอะไรก็ตามสาเหตุที่ทำให้มีเสียงบ่นนั้นมันมาจากความไม่พอใจไม่ถูกใจไม่เป็นไปตามที่หวังคือไม่สมหวังนั่นแหละ

          ครั้นมาไตร่ตรองดูเรื่องที่บ่นกันนั้นก็พอจะจำแนกเป็นชุดๆแตกต่างกันออกไปชุดแรกมาจากเรื่องราวความเดือดร้อนหรือผลที่เกิดมาจากธรรมชาติเช่นบ่นเรื่องดินฟ้าอากาศอากาศร้อนอากาศหนาวหรือฝนตกแดดออกเพราะบางคนชอบฝนตกก็บอกว่าชุ่มฉ่ำเย็นดีคนที่ไม่ชอบก็บอกว่ารำคาญไปไหนมาไหนลำบากเฉอะแฉะเลอะเทอะบางครั้งต้องเป็นหวัดเป็นไข้จนมีคำตำหนิคนกลุ่มนี้ว่า“...มนุษย์ขี้เหม็นเคี่ยวเข็ญเทวดาเพราะพวกนี้ชอบโทษธรรมชาติยกให้เป็นความผิดของเทวดาไปซะอีก

          ชุดที่สองมาจากตนเองคือเกิดอาการผิดปกติกับตัวเองเช่นมีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนหรือมีความพิการบางอย่างไม่ว่าจะเป็นขาเป๋จมูกโหว่หูตาฝ้าฟางฯลฯหลายครั้งจึงรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจบ่นว่าพระเป็นเจ้าว่าไม่ยุติธรรมทำไมถึงต้องให้เกิดอย่างนี้กับตนเองพูดง่ายๆก็คือทำใจไม่ได้

          ชุดที่สามมาจากผู้อื่นคือคนอื่นทำขัดใจไม่ตามใจหรือถูกด่าถูกว่าถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจรับไม่ได้กับการกระทำและคำพูดของคนนี้คนนั้นทำไมเขาถึงคิดอย่างนี้ทำอย่างนั้นลูกหลานทำไมมันดื้อรั้นไม่เชื่อไม่ฟังทำไมพ่อแม่ปู่ย่าตายายไม่รักฉันไม่ทำสิ่งนี้สิ่งนั้นให้ฉันไอ้เพื่อนคนนั้นทำไมมันนินทาฉันว่าฉันฯลฯ

          สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นมันคือความจริงที่เกิดขึ้นกับทุกคนไม่ว่าใครทั้งสิ้นเพราะทุกคนมีประสบการณ์ตรงกับเรื่องเหล่านี้เมื่อเป็นเช่นนี้เราจะเป็นทุกข์หรือไม่มันจึงอยู่ที่ตัวเราแต่ละคนเพราะเราคงห้ามเสียงบ่นตำหนิติเตียนไม่ได้คือเราจะมีท่าทีความรู้สึกนึกคิดอย่างไรกับมันถ้าหากใครเข้าใจว่านี่คือ“สัจธรรม” ของชีวิตต้องพบกับมันอยู่ทุกวันสามารถเข้าใจและทำใจกับมันได้ก็จะไม่วิตกกังวลอะไรมากนักจะมีสติมีเหตุมีผลพิจารณาไตร่ตรองดีๆถ้าพบว่าเสียงบ่นคำตำหนิติเตียนนั้นมันมีส่วนจริงอยู่บ้างเราก็ต้องนำมาปรับปรุงแก้ไขหรือถ้ามันไม่จริงเป็นเรื่องเข้าใจผิดก็พูดก็คุยทำความเข้าใจกันอย่าไปตกอยู่ในความโกรธเพราะจะทำให้เกิดทุกข์กับตนเอง

          สรุปว่าเราต้องอยู่กับความจริงยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเราไม่ว่าจะมาจากเหตุใดก็ตามและพยายามตั้งสติหาวิธีแก้ไขหรือทำใจไม่ถือโทษโกรธเคือง... ยกโทษให้อภัยถ้าทำได้อย่างนี้ชีวิตมันจะน่าอยู่ขึ้นเยอะ... สวัสดีครับ.