Get Adobe Flash player
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.007gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.011gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.012gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.005gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.003gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.009gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.008gk-is-87.jpglink
«
»
Loading…

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 83 guests and no members online

อาหารเช้าที่แมคโดนัลด์

 

 

ข้าแต่พระเป็นเจ้า           วันก่อนลูกได้อ่านเรื่องราวของหญิงชาวอเมริกันผู้หนึ่ง เมื่ออ่านเสร็จลูกอุทานกับตัวเองว่า      ประสบการณ์ของเธอผู้นี้ช่างเหมือนกับที่ลูกเองได้ประสบมาครั้งหนึ่ง        แม้จะต่างกรรมต่างวาระ         และในบริบทที่ต่างกันก็ตาม

 

หญิงอเมริกันผู้นี้ตัดสินใจกลับไปเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยเมื่อลูกๆ ของเธอโตหมดแล้ว เธอเลือกสาขาสังคมศาสตร์และเหลือเพียงวิชาสุดท้าย เธอก็จะจบหลักสูตรได้ปริญญา อาจารย์ให้บรรดานักศึกษาทำเอกสารวิชาการในหัวข้อ “ยิ้ม”        โดยพวกเขาจะต้องออกไปข้างนอกและ “ยิ้ม” ให้กับคนที่ไม่รู้จัก 3คน     และให้บันทึกการตอบสนองการ “ยิ้ม” นั้น

 

เนื่องจากเธอผู้นี้ปกติเป็นคนร่าเริง ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่แล้ว      เธอจึงคิดว่าวิชานี้ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน  เป็นเรื่องกล้วยๆสำหรับเธอเลยทีเดียว

เช้าวันต่อมา บังเอิญเป็นวันหยุด เธอและสามีพร้อมกับลูกชายวัย 12ขวบ จึงได้ไปร้านแมคโดนัลด์ใกล้บ้าน โดยที่เธอยังไม่ได้คิดจะเริ่มทำเอกสารวิชาการของเธอ    ขณะที่เธอและสามีเข้าแถวรอเข้าไปสั่งอยู่นั้น อยู่ดีๆ ทุกคนที่เข้าแถวรอบตัวเธอก็ถอยหนีหมด  รวมทั้งสามีเธอที่ยืนอยู่ ข้างหลังเธอก็เดินกลับไปที่โต๊ะที่ลูกชายนั่งรออยู่  เธอรู้สึกใจหายวูบ เกิดอะไรขึ้นหรอ? ขณะที่เธอยังไม่ทันทราบสาเหตุของการเดินหลีกไปของทุกคน       พลันเธอก็ได้ “กลิ่นตัว” ค่อนข้างแรงโชยมาปะทะจมูกเธอ เธอหันขวับไปข้างหลังและยืนอยู่ข้างหลังเกือบประชิดตัวเธอเลยคือ ชายเร่ร่อนจรจัด (homeless) 2คน แต่งตัวสกปรกมอมแมม ทันทีที่เธอหันหลังมา ชายคนแรกก็ “ยิ้ม” ให้เธออย่างสุดหัวใจ       ดวงตาทั้งสองของเขาเต็มเปี่ยมด้วยความวิงวอนและความหวังที่ว่าหญิงผู้ยืนอยู่ข้างหน้าคนนี้จะไม่รังเกียจเขา เขารีบทักทายขึ้นว่า “อรุณสวัสดิ์ครับ” ภายในมือของเขากำเหรียญไม่กี่เหรียญที่คงเป็นเงินทั้งหมดที่เขามีอยู่ ชายคนถัดไปดูเหมือนจะเป็นคนสติไม่เต็ม แต่มีดวงตาสีฟ้าใสแจ๋ว เขาผู้นี้ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ถัดไป

ขณะนั้น เด็กสาวหลังเคานท์เตอร์อีกคนก็กวักมือให้ชายทั้งสองเข้าไปสั่งอาหาร “แค่กาแฟครับ” นี่คือสิ่งเดียวที่ชายผู้นี้จะสั่งได้ด้วยเศษเหรียญที่เขามี ขณะนั้นอากาศข้างนอกหนาวจัด และบรรดาร้านแมคโดนัลด์มีกฎว่าห้ามลูกค้าที่ไม่สั่งอาหารนั่งในร้าน ชายทั้งสองนี้คงต้องการเข้ามาหลบความหนาวและมีอะไรร้อนๆ ดื่มปะทังความหิว     ด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอ หญิงผู้นี้สั่ง “อาหารแบบชุด” เพิ่มอีก 2ชุด และเมื่อได้แล้ว    เธอเดินถือถาดด้วยตนเองไปวางบนโต๊ะที่ชายทั้งสองเลือกนั่งที่มุมห้อง ขณะนั้นสายตาของลูกค้าทุกคู่จ้องมองมายังหญิงผู้นี้ เมื่อเธอวางถาดอาหารเสร็จ       เธอเอื้อมมือไปจับมือของชายคนหลังพร้อมทั้งบีบเบาๆ   ชายคนแรกพูดแทนว่า “ขอบคุณครับ” พร้อมกับ “การยิ้ม” อย่างฉีกกว้างอีกครั้งหนึ่ง   แต่คราวนี้เขายิ้มพร้อมกับน้ำตา ...

 

ลูกจะไม่เขียนถึงการทำรายงานของหญิงผู้นี้เกี่ยวกับ “การยิ้ม”   เพราะจะต้องใช้เนื้อที่อีกเยอะ   แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหญิงอเมริกันผู้นี้ทำให้ลูกคิดถึง ... วันหนึ่ง ... เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาวันนั้นลูกไปเดินซื้อของที่ตลาดนัดจตุจักร และขณะนั้นเป็นเวลาบ่ายแก่ๆ ลูกได้ของทุกอย่างที่ต้องการ   และอากาศก็ร้อนจัด ได้เวลากลับบ้านแล้ว ขณะที่ลูกกำลังเดินกลับไปที่รถ พลันลูกก็ต้องสะดุ้งหยุดกึกเหมือนรถเบรคกระทันหัน         ที่ลูกเห็นต่อหน้านั้นคือหญิงขอทานคนหนึ่งตาบอด นั่งขอทานอยู่บนพื้น ดูอายุอานามก็คงไม่น่าแก่กว่า 60ปี       แต่เพราะความยากลำบากของชีวิต ทำให้เธอดูเหมือนเป็นหญิงชราคนหนึ่ง ที่ลูกหยุดกึกเช่นนั้นไม่ใช่เพราะเห็นหญิงผู้น่าสงสารคนนี้ต้องขอทานเพราะตาบอด แต่ที่น่าเศร้าใจกว่านั้นคือ เธอกำลังนั่งตากแดดอยู่กลางแจ้ง แดดเปรี้ยง ทั้งๆ ที่ถัดจากเธอไปไม่ถึง 2ก้าว ก็มีร่มของแม่ค้ากางอยู่ อยู่ใต้ร่มนั้นก็มีร่มเงาที่จะบรรเทาความร้อนกลางแดดเปรี้ยงได้ ลูกไม่ทราบว่าหญิงขอทานตาบอดผู้นั้นได้นั่งอยู่กลางแดดเช่นนั้นเป็นเวลานานเท่าไรแล้ว อากาศร้อนเช่นนี้ เธอมิถูกแดดเผาเกรียมไปหรือ ลูกหยิบธนบัตรใบหนึ่งใส่เข้าไปในขันหน้าเธอ วินาทีนั้นลูกก้มตัวลงไปบอกกับเธอว่า

“ป้า ป้าเขยิบไปทางขวาซิ แค่ 2-3ช่วงตัว ป้าก็จะไม่ต้องตากแดด”

ทันทีที่ได้ยินลูกพูดกับเธอเช่นนั้น ป้าขอทานตาบอดผู้นั้นแสดงอาการสะดุ้ง แต่เธอก็ยังไม่ขยับเขยื้อน คงนั่งนิ่งเหมือนต้องมนต์สะกด จนลูกต้องก้มลงไปพูดซ้ำกับเธอ คราวนี้เธอเงยหน้าขึ้นช้าๆ แม้ตาทั้งสองข้างของเธอจะบอดสนิท แต่เริ่มมีน้ำตาเอ่อล้นตาทั้งสองข้างของเธอ เธอยกมือขึ้นพนม ปากก็ขมุบขมิบ แต่ไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกจากปาก ขณะนั้น ลูกกำลังคิดอยู่ว่าหากหญิงขอทานผู้นี้ยังไม่เขยิบตัวไปยังที่ร่มอีก ลูกจะก้มลงไปช่วยเขาให้ขยับเอง ช่วงหลายนาทีที่ลูกก้มลงไปสื่อกับหญิงขอทานตาบอดผู้นี้ ผู้คนที่เดินผ่านไปมาเริ่มมองมายังลูก ขณะที่ลูกกำลังติดสินใจจะก้มลงช่วยให้เธอขยับตัวไปยังที่ร่ม ป้าตาบอดผู้นี้ก็ขยับตัวเองไปทางที่ลูกบอกเขา ทันทีที่ได้ขยับเข้าไปในที่ร่ม เธอคงรู้สึกถึงความแตกต่างที่ไม่ต้องถูกแดดแผดเผาเหมือนทั้งวันที่ผ่านมา เมื่อเธอหยุดขยับแล้ว เธอเงยหน้าขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ปากก็ขมุบขมิบโดยไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมาอีกเช่นเคย คราวนี้น้ำตาของเธอได้ไหลลงผ่านแก้มอันเหี่ยวย่นที่กร้านแดดแม้จะไม่ได้ยินเสียงอะไรเล็ดลอดจากปากของเธอเลย แต่ลูกก็ทราบว่านั่นคือการขอบคุณของป้าขอทานตาบอดคนนั้น

ลูกเดินซับน้ำตาจากที่ตรงนั้น จนถึงรถของลูก มันเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจลูกมาก ไม่ใช่เพราะเธอตาบอดและต้องขอทานเท่านั้น แต่จากสภาพที่ลูกเห็น ท่ามกลางความจ๊อกแจ๊กจอแจของสิ่งแวดล้อมที่เธอนั่งอยู่ คงไม่มีมนุษย์แม้แต่คนเดียว

สนใจหรือแคร์พอที่จะพูดกับเธอหรือบอกให้เธอขยับหลบแดด ทั้งๆ ที่มันก็แค่ถัดไปนิดเดียว เสียงของมนุษย์อีกคนหนึ่งที่พูดกับเธอคงจะเป็นสิ่งมีค่าที่สุดสำหรับเธอ ที่เธอไม่เคยได้รับ เธอจึงถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงของมนุษย์ที่พูดกับเธอด้วยความห่วงใยท่ามกลางผู้คนรอบข้างและความจอแจของตลาดนัดจตุจักร เธอคงรู้สึกเหงาและเปล่าเปลี่ยวใจที่สุดในชีวิตประจำวันของเธอ

ท่ามกลางความเจริญรอบด้านในชีวิตประจำวันทุกวันนี้ ลูกเองบางครั้งเริ่มสงสัยว่าประโยคที่พูดว่า “มนุษย์คือสัตว์โลก

อันประเสริฐ” นั้น ความหมายของคำว่า “ประเสริฐ” คืออะไร?

“ท่านทำสิ่งใดต่อพี่น้องผู้ต่ำต้อยที่สุดของเราคนหนึ่ง ท่านก็ทำสิ่งนั้นต่อเรา” มัทธิว 25:40

อาแมน