Get Adobe Flash player
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.007gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.011gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.012gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.005gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.003gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.009gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.008gk-is-87.jpglink
«
»
Loading…

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 61 guests and no members online

ความตายพิสดาร

ความตายพิสดาร




ตายเพราะแม่ไม่ตาย

นางจูเลีย คาร์สัน สาวใหญ่วัยกลางคนประชากรแห่งมหานครนิวยอร์กได้ทนทุกข์ทรมานด้วยโรคหัวใจที่รุมเร้าร่างกายอันบอบบางของเธอมานานปี จนกระทั่งอาการดังกล่าวกำเริบจนญาติๆและลูกสาวของเธอต้องหามเธอส่งโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิดแต่ดูเหมือนว่ากำลังใจจากคนรอบข้างไม่ได้ช่วยให้เธออยากจะมีชีวิตอยู่ต่อแม้แต่น้อยเธออ่อนแรงลงเรื่อยๆ จนเช้าวันหนึ่งอาการของเธอเข้าขั้นวิกฤตและตกบ่ายคณะแพทย์ของโรงพยาบาลที่ทำการรักษาเธอนั้นก็ได้ลงความเห็นเช่นเดียวกันหมดว่าเธอได้สิ้นลมเสียแล้ว

จูลี่ คาร์สันลูกสาวของเธอร่ำไห้ต่อการจากไปของมารดา และได้ประกอบพิธีศพให้อย่างเต็มกำลัง(ทรัพย์) ที่มีในกระเป๋า โลงงดงามอันเป็นบ้านหลังสุดท้ายถูกตกแต่งอย่างสมเกียรติและระหว่างการประกอบพิธีอยู่นั่นเอง จู่ๆนางจูเลียผู้ล่วงลับก็ลุกพรวดขึ้นจากโลง!!! ผลที่ตามมาน่ะหรือครับ...จูลี่ลูกสาวของเธอ... ช็อกตายล้มตึงอยู่หน้าโลงของแม่ชนิดซื้อมาไม่ได้เสียเปล่าเลยครับ พอแม่ฟื้น ลูกสาวก็ได้ใช้ต่อเลย ฮ่วย!





ตายเพราะเมียอยากตาย

นางเวอร่า เซอแมคสาวชาวกรุงปรากเป็นหนึ่งในสตรีที่บูชาความรักยิ่งชีวิตเธอมีสามีสุดที่รักที่อยู่กินกันมาหลายปี ซึ่งเธอเองก็ปฏิบัติต่อเขาอย่างเมียที่ดีรัก ซื่อสัตย์ แล้วก็ดูแลโดยหวังว่าจะอยู่กันไปจนแก่จนเฒ่ากระทั่งตายจากกันไปข้างหนึ่ง แต่วันดีคืนดีกระทาชายนายสามีของหล่อนก็ดั๊นนนนไม่รักดี แอบไปมีกิ๊กเล็กกิ๊กน้อยไว้นอกบ้านแล้วก็รู้สึกเอียนน้ำพริกถ้วยเก่าจนไม่สามารถจะทนกลืนต่อไปได้อีกจึงเอ่ยปากของแยกทางกับภรรยาผู้แสนดี แล้วมีหรือที่เวอร่าจะทานทนได้เมื่อสามีตัวแสบของเธอลากกระเป๋าเดินจากไป

เธอก็ตัดสินใจโดดพรวดจากห้องพักชั้น 3 หวังตายหนีสภาพผัวทิ้งเคราะห์หามยามซวยของผัวอีล่ะครับร่างของเธอพุ่งละลิ่วลงมาทับสามีที่กำลังเดินออกจากอาคารโดยบังเอิญเธอเองบาดเจ็บสาหัส แพทย์กรุงปรากช่วยเธอให้รอดชีวิตได้อย่างหวุดหวิด ส่วนสามีเธอฤทธิ์น้ำหนักภรรยาที่กระแทกลงไปเต็มๆ ตัว เดี้ยงคาที่ลงไปเซย์ฮัลโหลกับมัจจุราชเรียบร้อยครับ





ายเพราะกดปิดนาฬิกาปลุก

ถ้าจะจัดอันดับผู้ชายที่ขี้เซาที่สุดในนอร์ทแคโรไลนา แล้วล่ะก็ ชาร์ลส์บาร์เกอร์ คงจะติดอันดับ 1ใน 10 เป็นแน่แท้ เรื่องราวนี้เกิดขึ้นในเดือนธันวาคมราวปี 1992 มันเป็นตอนเช้าที่แสนสบายเสียนี่กระไรชาร์ลส์กำลังอยู่ในห้วงนิทรารมณ์อันเป็นสุข แล้วนาฬิกาปลุกเจ้ากรรมมันก็ดังตี๊ดๆขึ้นมา ชาร์ลส์งัวเงียและป่ายมือคลำๆไปใต้หมอนของตัวเองโดยไม่ลืมตาเพื่อจะปิดเสียงนาฬิกานั่นแล้วก็พบวัตถุของแข็งที่ชายหนุ่มเข้าใจว่ามันเป็นนาฬิกา เขากดและเสี้ยววินาทีนั่นเอง... ปัง!!! สิ่งที่เขากดคือไกปืนสมิทเวสสัน .38 กระสุนทะลุหมอนเจาะกะโหลกชายหนุ่มขี้เซาคนนี้ แล้วเขาก็ได้หลับตลอดกาลสมใจ





ติดเตียงตาย

เคยดูหนังฝรั่งที่เตียงติดผนังเป็นอุปกรณ์ประกอบฉากมั้ยครับไอ้เตียงที่ว่านี่มันถูกประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมาสำหรับบ้านหรือห้องพักที่มีเนื้อที่จำกัดโดยเฉพาะเวลาจะใช้ก็เหนี่ยวเจ้าเตียงนี้ลงมาจากฝาผนังแล้วก็เอาขอเกี่ยวให้มันติดอยู่กับพื้นแล้วเราก็โดดขึ้นไปนอนเอกเขนกอย่างสบายอารมณ์ แล้วพอเช้าจะเก็บก็ปลดขอเจ้าเตียงนี่ก็จะดีดตัวขึ้นไปอยู่บนฝาผนังเหมือนเดิม...นึกออกแล้วใช่มั้ยครับ

คุณยายเอเดเลต มานยาสโก วัย 80 ปีก็เป็นอีกคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ที่ค่อนข้างจะแคบเธอจึงเลือกซื้อเจ้าเตียงติดผนังที่ว่ามาเป็นเตียงนอนตัวเองแต่ระหว่างที่คุณยายกำลังหลับอยู่ดีๆ ขอที่เกี่ยวเตียงกับพื้นมันเกิดชำรุดแล้วก็หลุดออกจากตัวเกี่ยว เตียงหนาหนักของคุณยายเลยดีดกลับไปติดผนังอย่างรวดเร็วคุณยายเคราะห์ร้ายถูกเตียงรวบเข้าไปฟาดกับผนังและเสียชีวิตอยู่ในกล่องเก็บเตียงนั่นเอง


 ายเพราะโลภ

ในปี ค.ศ. 1977 จอห์น สมิธถูกรถยนต์ชนในนิวยอร์ก โชคดีที่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บแต่เจ้าของรถแนะนำให้จอห์นแกล้งนอนสลบหน้ารถเพื่อจะได้รับเงินจากประกันความโลภบังตาซะจนมิด จอห์นเห็นดีเห็นงามตามไปด้วย แต่ขณะรอประกันสิบล้อดันขับมาชนท้าย รถเลยไถลทับตัวนายจอห์น ตายอนาถ (น่าสงสารดีมั้ยครับเนี่ย)





ตายเพราะ (โดนหาว่า) ตายไปแล้ว

อาร์มานโด คาสซาต้องปวดเศียรเวียนกะโหลกอย่างที่สุด เนื่องจากรายงานที่ผิดพลาดของรัฐซึ่งแจ้งหน่วยงานต่างๆว่าเขาตายในอุบัติเหตุเพลิงไหม้ทั้งที่เขายังนั่งทำ ตาปริบๆดูข่าวตัวเองตายได้อย่างปกติดี ร่างกายครบ 32 อยู่หน้าโทรทัศน์ด้วยความงงสุดขีดกับความผิดพลาดที่ไม่น่าจะผิดได้ซึ่งนั่นทำให้เขามีปัญหาเรื่องการสมัครงาน เรื่องภาษี การประกันสุขภาพการใช้สิทธิประกันสังคม การขอหลักฐานเอกสารมากมายด้วยความเครียดเรื่องที่ถูกหาว่าตาย เขาจึงตัดสินใจกระโดดตึกตายในปี ค.ศ. 1991... ตายซะให้หมดเรื่องหมดราว





ตายเพราะมุง

เรื่องสุดท้ายย้ายมาอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลบ้านเราเท่าไหร่นักฝูงญวนมุงในเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม มาออกันเต็มสะพานเพื่อลุ้นดูเหตุการณ์หญิงเวียดนามนางหนึ่งกำลังจะกระโดดน้ำตายเมื่อญวนมุงมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆสะพานไม้ที่หญิงสาวคิดสั้นยืนอยู่และเตรียมจะกระโดดก็หักเป๊าะ!เพราะรับน้ำหนักไม่ไหว... ญวนมุงตกน้ำตาย 9 คน ส่วนหญิงต้นเหตุปลอดภัยดี...เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ก่อนจะมุง นอกจากจะต้องดูตาม้าตาเรือแล้วควรจะดูสะพานด้วย... นะจ๊ะ