Get Adobe Flash player
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.007gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.011gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.012gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.005gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.003gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.009gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.008gk-is-87.jpglink
«
»
Loading…

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 34 guests and no members online

แม่ที่ยิ่งใหญ่

เรื่องมีอยู่ว่า . . . 
        

พี่ชิตแกเป็นคนใจดำครับชอบยิงนกตกปลาไปเรื่อย    แต่ที่หนักก็คงเป็นเนื้อหมา แกกินแหลกครับ     แต่แม่แกบอกมันบาปนะลูก(ไม่สนโว้ย)

เมื่อราว 15 ปีก่อน มีเหตุการณ์ที่ทำให้แกเปลี่ยนไป ครั้งนั้นมีหมาขี้เรื้อนตัวหนึ่ง มันมักวิ่งไปหาของกินแถวๆ บ้านแกบ่อย เพราะบ้านแกติดตลาด     พี่แกกินหมาอยู่บ่อยๆ

แต่กรณีหมาขี้เรื้อนแกบอก "กูกินไม่ลงว่ะ" แกทำอย่างเดียว คือ ไล่ฆ่าแต่มันรอดได้ทุกครั้ง (สงสัยมีของ) มันไปหาของกินที่บางทีก็ได้บางทีก็ไม่ได้

คราวนั้นเนื้อแห้งที่แกตากไว้หายไป พอมองไปก็เห็นแม่หมาขี้เรื้อนวิ่งหลุนๆ ไป แกเดือดทันที . . . วิ่งตามไป

คราวนี้ทันครับเพราะหมาขี้เรื้อนวิ่งช้ามาก แกทุบไปทีเดียวหมานั่นล้มลงชักทันที (แกบอกว่า หากตีตรงจุดแค่ไม้บรรทัดก็ตาย)   แกทิ้งไว้ตรงนั้น ไม่อยากจับ แต่จะทำกินตรงนั้น  จึงกลับบ้านไปเตรียมของ (แค้นจัดอยากกินหมาขี้เรื้อน)

ให้ผมเฝ้าไว้ (ตอนนั้นยังเด็กอายุแค่12 ปีเองครับ)       ผมก็มัวแต่เก็บตะขบจนลืมดู (ในใจอยากให้มันรีบไปจะได้ไม่ตาย) มันไปจริงครับ หายวับไป . . .พี่ชิตแกโกรธมากคงอยากเตะผมเต็มแก่  แต่ลุงผมแกเป็นนักเลงใหญ่ และเป็นคนสอนวิธีฆ่าหมาให้  ก็ต้องวิ่งตามอย่างเดียวพร้อมบ่น "ทำไมมันไม่ตายวะ"

พักหนึ่งก็ได้ยินเสียงหมาเห่า แกตามทันทีพอไปถึง        ภาพที่เห็น . . . ก็ทำให้แกถึงกับอึ้งครับ!
 
หมาขี้เรื้อนกำลังจะตายมันมีลูกที่ต้องเลี้ยง 5 ตัว วัยกำลังหย่านม บางตัวยังกินนมอยู่ บางตัวก็วิ่งไปคาบเนื้อที่แม่หมาขี้เรื้อนคาบไปฝาก (เห็นกับตา)

ที่มันยังไม่ยอมตาย เพราะต้องกลับไปให้นมลูก   แม้น้ำนมแห้งกรัง เอาอาหารไปให้ลูกมัน เรียกลูกๆ เพื่อให้นม ให้อาหาร เป็นครั้งสุดท้าย

แม่หมาพยายามอย่างดีที่สุด มันมองผมกับพี่ชิตอย่างขอร้อง . . . ขอให้มันให้นมลูกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนตาย

ไม่อยากเชื่อนั่นคือน้ำตาของหมาขี้เรื้อน    มันแค่ต้องการให้นมลูกก่อนตาย . . .

พี่ชิตไม้หล่นลงกับพื้น เดินเข้าไปดูแม่หมานั่น      ในยามนั้นสิ่งที่แกเห็นไม่ใช่หมาขี้เรื้อน แต่แกเห็นแม่ที่ยิ่งใหญ่ ที่ทนเจ็บกลับไปหาลูกแกไม่พูดอะไร. . . ทุกอย่างจุกอยู่ที่ลำคอ สายตาแกอ่อนโยนลง
 
และก็มีลูกหมาตัวหนึ่ง. . . วิ่งไปหาแกกระดิกหางให้      แกอุ้มลูกหมาขึ้นพร้อมพูดว่า "ขอโทษ"
พูดได้แค่นั้นแม่หมาก็ตาย
 
เราช่วยกันฝังแม่หมา แกรับเลี้ยงหมานั่นไว้ ทั้ง 5 ตัวตั้งแต่นั้นแกกลายเป็นคนใจดี  ไม่ไล่ยิงนกยิงหมายิงแมวอีก  แกบอก "มันอาจมีลูกรออยู่ก็ได้"
 
เมื่อ 12 สิงหา 2 ปีที่แล้ว. . . แกเอามะลิร้อยเป็นพวงไปให้แม่ ทั้งๆ ที่ไม่เคยทำ พูดกับแม่ว่า "แม่ตอนผมอายุ16 แม่สอนผมยังไงนะสอนอีกหนใด้ไหมครับ"
 
แม่แกน้ำตาคลอพูดไม่ออก ไม่อยากเชื่อแม่หมาขี้เรื้อนตายไป 1ตัว กลับทำให้คนใจดำอย่างแกเปลี่ยนไปขนาดนี้