Get Adobe Flash player

บทสนทนาจากเจ้าอาวาส

คิดสักนิด...สะกิดใจ

  • 2018-12-30 การมีกับการใช้

         สวัสดีวันสิ้นปีพี่น้องที่รักทุกท่านวันเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วมากนะครับอาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์สุดท้ายของปี2018 และเรากำลังก้าวเข้าสู่ใหม่ปี2019...

    Read More...

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 31 guests and no members online

ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ

ประกาศข่าวอาสนวิหารอัสสัมชัญ

 1.โอกาสวันพระคริสตสมภพ ชมรมศาสนศึกษา แผนกคาทอลิก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะมาขับร้องเพลงประสานเสียงในพิธีบูชาขอบพระคุณ(อีกครั้งหนึ่ง)วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม 2018 เวลา 17.00 น. เพื่อเป็นการสรรเสริญพระเจ้า และมอบความสุขแก่พี่น้องทุกท่าน โดยหลังมิสซานิสิตจะรับบริจาค เพื่อนำรายได้ไปช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส และจัดกิจกรรมของชมรมต่อไป

2.ขอเชิญร่วมเฝ้าศีลมหาสนิท และรับพรศีลมหาสนิท โมทนาคุณพระเจ้าโอกาสสิ้นปี ในวันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม 2018 เวลา 21.30 น. และพิธีมิสซาเวลา 22.00 น. โดยคุณพ่อสมเกียรติ ตรีนิกร อุปสังฆราช (หลังมิสซาเชิญสังสรรค์ร่วมกัน) (งดมิสซา รอบ 06.00 น. และ 17.15 น.) 

3.ขอเชิญร่วมพิธีมิสซาสมโภชพระนางมารีย์ พระชนนีพระเป็นเจ้า มิสซาวันขึ้นปีใหม่ ในวันอังคารที่ 1 มกราคม 2019 เวลา 09.00 น. ภาษาไทย และ เวลา 11.00 น. ภาษาอังกฤษ (งดมิสซา รอบ 06.00 น. และ 17.15 น.) 

ประกาศแต่งงาน

1.ยอแซฟ ธนพล งามประเทืองโสภา & นางสาวปนัดดา อมตจงสวัสดิ์

จะเข้าพิธีสมรสในวันเสาร์ที่ 5 มกราคม 2019 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 10.00 น.

2.ฟรังซิสโก กฤติน อนามนารถ & นางสาวธนกร ศุภจิตภนันท์

จะเข้าพิธีสมรสในวันเสาร์ที่ 5 มกราคม 2019 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 13.00 น.

3.อันตน มนตรี กิตติประเสริฐแสง & นางสาวนันทพร กอวัฒนะ

จะเข้าพิธีสมรสในวันพุธที่ 9 มกราคม 2019 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 11.00 น.

4.นายปิยพงศ์ ยุวรี & เทเรซา ขวัญอินทร์ วิทยาถาวร

จะเข้าพิธีสมรสในวันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2019 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 10.00 น.

5.นายนนท์ หาญสุวณิช & โรซา วาสิริน ยิ้มแย้ม

จะเข้าพิธีสมรสในวันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2019 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 13.00 น.

6.นายณัฐนนท์ เนติ & อักแนส อารยา เอี่ยมฤกษ์ศิริ

จะเข้าพิธีสมรสในวันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม 2019 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 13.00 น.

 

 

  

 

2017-09-17 ข้อคิดวันอาทิตย์ที่ 24 เทศกาลธรรมดา ปี A

ข้อคิดวันอาทิตย์ที่ 24  เทศกาลธรรมดา ปี A

มธ18: 21-35; บสร 27: 30-28: 7...เราไม่ได้บอกท่านว่าต้องยกโทษให้เจ็ดครั้ง แต่ต้องยกโทษให้เจ็ดคูณเจ็ดสิบครั้ง...และจงให้อภัยเพื่อนบ้านที่ทำผิดต่อท่าน แล้วบาปของท่านจะได้รับการอภัย

พระวรสารในวันนี้ พระเยซูเจ้าได้ทรงแก้ปัญหาที่ว่าถ้าหากเราต้องการให้พระเจ้าให้อภัยแก่เรา เราก็ต้องให้อภัยแก่คนอื่น...เราต่างก็รู้ดีว่าเป็นเรื่องยากที่จะให้อภัย แต่ว่าในเวลาเดียวกัน ก็เป็นเรื่องที่น่ารักมากๆเมื่อเรารู้จักให้อภัยคนอื่น...ทุกครั้ง เวลาที่เริ่มพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ เราก็จะเริ่มด้วยการขออภัยโทษจากพระเจ้า

ข้อคิด...พระวรสารในวันนี้ได้หยิบยกปัญหาเรื่องที่เพื่อนพี่น้องคริสตชนที่ได้ทำผิดต่อกัน ส่วนบทเพลงสดุดี (สดด 103) พูดให้เราฟังเกี่ยวกับความยิ่งใหญ่แห่งการให้อภัยของพระเจ้าซึ่งตรงข้ามกับความใจแคบของเราในการให้อภัยคนอื่น ถ้าหากว่าเรายังให้อภัยคนอื่นไม่เป็น มันก็จะเป็นตัวชี้บ่งว่าเราไม่เคยมีประสบการณ์ถึงการให้อภัยของพระเจ้า

ฐานะของคนใช้ในเรื่องเล่าของพระเยซูเจ้าอยู่ในสภาพที่หมดหวังอย่างยิ่ง...เขาเป็นหนี้กษัตริย์จำนวนเงินมหาศาลจนว่าแม้เขาจะทำงานตลอดชีวิตของเขา เขาก็ยังไม่สามารถชดใช้หนี้จำนวนมหาศาลนี้ได้...นี่เป็นสภาพการณ์ของเราแต่ละคนเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า เราไม่สามารถเอาชนะการให้อภัยของพระเจ้าได้เลย สิ่งที่เราสามารถทำได้ ก็คือวิงวอนขอพระเมตตาจากพระองค์

พระวรสารในวันนี้พูดถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพวกเราทุกๆคน คือเรื่องของการให้อภัย...คงจะไม่มีใครที่ตลอดทั้งชีวิตไม่เคยโดนทำร้ายหรือว่าไมเคยทำร้ายผู้อื่น ไม่ว่าจะด้วยความคิด คำพูด หรือกิจการ...และเราทำอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องที่ว่านี้?...ก็คงสามารถนำเอามาพิจารณาได้ใน 2 ประเด็นด้วยกัน คือหรือว่ามันจะเป็นโอกาสช่วยให้เราได้พัฒนาเจริญเติบโตขึ้น หรือว่ามันจะเป็นอุปสรรคสำหรับการพัฒนาเจริญเติบโตทางด้านชีวิตมนุษย์และทางด้านชีวิตจิตของเรา

การโดนทำร้าย...มิใช่เป็นเรื่องง่ายที่เราจะจัดการกับมันอย่างดีและอย่างมีเหตุมีผล ทันทีที่เราโดนทำร้าย ความรักและความสงสารตัวเองก็จะรีบเข้ามาในความคิดและในอารมณ์ความรู้สึกของเราทันที และเมื่อเรายอมรับความคิดและอารมณ์ความรู้สึกเช่นนี้ ทันทีก็จะเกิดความขมขื่น ความขุ่นเคืองใจและความโกรธขึ้นมาทันที ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นยาพิษสำหรับจิตวิญญาณของเราและจะทำลายศักยภาพที่จะรักเพื่อนมนุษย์ในตัวเราด้วย...หลายๆคนชอบที่จะเก็บความรู้สึกโดนทำร้ายนี้ไปนานๆเป็นเวลาหลายๆปีหรืออาจจะเก็บมันไว้ชั่วชีวิตของเขาซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ดีอย่างยิ่ง

เป็นครั้งคราวที่เราควรจะปัดกวาดทำความสะอาดจิตวิญญาณของเรา ให้หมดไปจากความรู้สึกขุ่นเคืองและความโกรธแค้นนี้ มิฉะนั้น มันก็จะเป็นเหมือนมะเร็งร้ายที่คอยกัดกร่อนจิตวิญญาณและชีวิตของเราไปเรื่อยๆ

แน่นอน การให้อภัยมิใช่เป็นเรื่องที่ง่าย ไม่ว่าจากมุมมองทางด้านของความเป็นมนุษย์ก็ตาม การรู้จักให้อภัยจะช่วยเราในการผลักดันตัวเองให้ออกจากความรู้สึกขุ่นเคืองและขมขื่น และดังนี้ เราก็จะสามารถมีประสบการณ์แห่งอิสรภาพ ความบันเทาใจและความสะอาดหมดจดของจิตวิญญาณซึ่งจะทำให้เราสามารถอุทิศตัวเราเองให้กับเพื่อนพี่น้องอันสอดคล้องกับความเป็นคริสตชนของเราแต่ละคน

การให้อภัยเป็นยาบำบัดรักษาหัวใจของเรามนุษย์ได้อย่างดีเยี่ยม

การให้อภัยจะทำการอัศจรรย์ให้ผู้ที่ได้รับการอภัยด้วย จะทำให้เขาทั้งสองเป็นอิสระที่จะเดินไปด้วยกันอย่างเพื่อนกับพระเจ้าและกับคนที่เขาได้ทำร้ายหรือถูกทำร้ายด้วย

การให้อภัยเรียกร้องให้มีการเข้าใจความน่าสงสารและความเป็นคนบาปของตนเองอันทำให้เราต้องการการได้รับการให้อภัยจากพระเจ้าและจากเพื่อนมนุษย์ด้วยกันด้วย นี่จะช่วยทำให้เราให้อภัยคนอื่นด้วยความเข้าใจที่ดีและด้วยความสุภาพถ่อมตน

การให้อภัยด้วยคำพูด เป็นสิ่งที่ไม่เพียงพอ...เราต้องให้อภัยด้วยหัวใจ...ตามที่พระวรสารได้กล่าวไว้

เราให้อภัย มิใช่ถ้าหรือเมื่อคนที่ทำร้ายเราเป็นทุกข์เสียใจ ซึ่งเราก็สามารถให้อภัยได้ไม่ยากนัก แต่เราต้องให้อภัย แม้คนที่ทำร้ายเรา จะไม่ยอมเป็นทุกข์เสียใจด้วย แน่นอนซึ่งก็เป็นเรื่องที่ลำบากมากๆ และนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องพึ่งพาพระหรรษทานของพระเจ้า

 การให้อภัยช่วยแผ้วถางหนทางที่เราจะได้รับการให้อภัยจากพระเจ้า อุปสรรคแต่เพียงอย่างเดียวที่เราจะไม่ได้รับการอภัยจากพระเจ้า ก็คือการที่เรายังไม่ยอมให้อภัยคนอื่น

จากบทอ่านที่หนึ่ง หนังสือบุตรสิรา...

“จงให้อภัยเพื่อนบ้านที่ทำผิดต่อท่าน แล้วบาปของท่านจะได้รับการอภัย ...ถ้าผู้ใดสุมความโกรธต่อผู้อื่นไว้ เขาจะขอให้องค์พระผู้เป็นเจ้า ทรงรักษาเขาให้หายได้อย่างไร ถ้าเขาไม่มีเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เขาจะกล้าอธิษฐานภาวนา ขออภัยบาปของตนได้อย่างไร”

สวัสดี...พ่อวีรศักดิ์

เรื่องสั้นบันดาลใจ

คลัง presentation