Get Adobe Flash player

บทสนทนาจากเจ้าอาวาส

คิดสักนิด...สะกิดใจ

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 37 guests and no members online

ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ

ประกาศข่าวอาสนวิหารอัสสัมชัญ

1.คณะวินเซนต์เดอปอลอาสนวิหารอัสสัมชัญจะถือถุงทาน(รอบ2) หลังมิสซาของวันเสาร์ที่ 22 และทุกรอบของวันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน 2018 เพื่อนำเงินที่รวบรวมได้ไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ต่อไป

2.ขอเชิญพี่น้องร่วมพิธีมิสซาครบรอบ 20 ปีมรณภาพของพระคุณเจ้ายอแซฟยวงนิตโย ในวันอังคารที่ 2 ตุลาคม 2018 เวลา 11.00 น. ณ สุสานห้องใต้ดินของอาสนวิหาร

3.ขอเชิญพี่น้องร่วมเปิดวัน“ทั่วโลกพร้อมเพรียงไม่สิ้นเสียงสายประคำในวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2018 เริ่มตั้งแต่เวลา08.00-13.30 น. ณ วัดเซนต์หลุยส์ สาทร

4.สำนักงานคาทอลิกสงเคราะห์ผู้ประสบภัยและผู้ลี้ภัย(โคเออร์)ขอเชิญพี่น้องร่วมสนับสนุนบัตรสลากการกุศลเพื่อเป็นกองทุนสนับสนุนโครงการทุนอาหารเด็กศูนย์เยาวชนพระกุมารเยซูบ้านแป้งจ.สิงห์บุรีและโครงการสงเคราะห์ข้าวสารอาหารแห้งแก่ผู้สูงอายุและคนพิการจ.สระแก้วและจ.สุรินทร์(บัตรราคาใบละ30 บาทหรือเล่มละ300 บาท) สามารถซื้อได้ที่หน้าวัดหรือที่สำนักงานวัด

ประกาศแต่งงาน

1. นายสมัชญ์ บำรุงชาติ & อักแนส วนิตตา อาภรณ์รัตน์

   จะเข้าพิธีสมรสในวันเสาร์ที่ 29 กันยายน 2018 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 10.00 น.

2. นายศุภกร เตชะพัตราภรณ์ & เทเรซา ณัฏฐิกา พิมานวรกุล

   จะเข้าพิธีสมรสในวันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน 2018 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 13.00 น.

3. นายวรพงษ์ หงส์ภิญโญ & มารีอา วนัสนันท์ วงษ์เวียน

   จะเข้าพิธีสมรสในวันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2018 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 13.00 น.

4. ฟรังซิส เดอ ซาลส์ สรวิศิษฎ์ วยากรณ์วิจิตร& นางสาวชลิดา ตันตริยานนท์

    จะเข้าพิธีสมรสในวันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2018 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 10.00 น.

5. นายเมธา ก้าวงามพาณิชย์ & มารีอา กชกร ธรรมวงค์

    จะเข้าพิธีสมรสในวันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม 2018 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 13.00 น.

6. ยอแซฟ พิรสุต จันทรานุวัฒน์ & นางสาวณิชารีย์ ลีลาสุวรรณ์

    จะเข้าพิธีสมรสในวันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม 2018 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 10.00 น.

2017-09-17 ข้อคิดวันอาทิตย์ที่ 24 เทศกาลธรรมดา ปี A

ข้อคิดวันอาทิตย์ที่ 24  เทศกาลธรรมดา ปี A

มธ18: 21-35; บสร 27: 30-28: 7...เราไม่ได้บอกท่านว่าต้องยกโทษให้เจ็ดครั้ง แต่ต้องยกโทษให้เจ็ดคูณเจ็ดสิบครั้ง...และจงให้อภัยเพื่อนบ้านที่ทำผิดต่อท่าน แล้วบาปของท่านจะได้รับการอภัย

พระวรสารในวันนี้ พระเยซูเจ้าได้ทรงแก้ปัญหาที่ว่าถ้าหากเราต้องการให้พระเจ้าให้อภัยแก่เรา เราก็ต้องให้อภัยแก่คนอื่น...เราต่างก็รู้ดีว่าเป็นเรื่องยากที่จะให้อภัย แต่ว่าในเวลาเดียวกัน ก็เป็นเรื่องที่น่ารักมากๆเมื่อเรารู้จักให้อภัยคนอื่น...ทุกครั้ง เวลาที่เริ่มพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ เราก็จะเริ่มด้วยการขออภัยโทษจากพระเจ้า

ข้อคิด...พระวรสารในวันนี้ได้หยิบยกปัญหาเรื่องที่เพื่อนพี่น้องคริสตชนที่ได้ทำผิดต่อกัน ส่วนบทเพลงสดุดี (สดด 103) พูดให้เราฟังเกี่ยวกับความยิ่งใหญ่แห่งการให้อภัยของพระเจ้าซึ่งตรงข้ามกับความใจแคบของเราในการให้อภัยคนอื่น ถ้าหากว่าเรายังให้อภัยคนอื่นไม่เป็น มันก็จะเป็นตัวชี้บ่งว่าเราไม่เคยมีประสบการณ์ถึงการให้อภัยของพระเจ้า

ฐานะของคนใช้ในเรื่องเล่าของพระเยซูเจ้าอยู่ในสภาพที่หมดหวังอย่างยิ่ง...เขาเป็นหนี้กษัตริย์จำนวนเงินมหาศาลจนว่าแม้เขาจะทำงานตลอดชีวิตของเขา เขาก็ยังไม่สามารถชดใช้หนี้จำนวนมหาศาลนี้ได้...นี่เป็นสภาพการณ์ของเราแต่ละคนเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า เราไม่สามารถเอาชนะการให้อภัยของพระเจ้าได้เลย สิ่งที่เราสามารถทำได้ ก็คือวิงวอนขอพระเมตตาจากพระองค์

พระวรสารในวันนี้พูดถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพวกเราทุกๆคน คือเรื่องของการให้อภัย...คงจะไม่มีใครที่ตลอดทั้งชีวิตไม่เคยโดนทำร้ายหรือว่าไมเคยทำร้ายผู้อื่น ไม่ว่าจะด้วยความคิด คำพูด หรือกิจการ...และเราทำอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องที่ว่านี้?...ก็คงสามารถนำเอามาพิจารณาได้ใน 2 ประเด็นด้วยกัน คือหรือว่ามันจะเป็นโอกาสช่วยให้เราได้พัฒนาเจริญเติบโตขึ้น หรือว่ามันจะเป็นอุปสรรคสำหรับการพัฒนาเจริญเติบโตทางด้านชีวิตมนุษย์และทางด้านชีวิตจิตของเรา

การโดนทำร้าย...มิใช่เป็นเรื่องง่ายที่เราจะจัดการกับมันอย่างดีและอย่างมีเหตุมีผล ทันทีที่เราโดนทำร้าย ความรักและความสงสารตัวเองก็จะรีบเข้ามาในความคิดและในอารมณ์ความรู้สึกของเราทันที และเมื่อเรายอมรับความคิดและอารมณ์ความรู้สึกเช่นนี้ ทันทีก็จะเกิดความขมขื่น ความขุ่นเคืองใจและความโกรธขึ้นมาทันที ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นยาพิษสำหรับจิตวิญญาณของเราและจะทำลายศักยภาพที่จะรักเพื่อนมนุษย์ในตัวเราด้วย...หลายๆคนชอบที่จะเก็บความรู้สึกโดนทำร้ายนี้ไปนานๆเป็นเวลาหลายๆปีหรืออาจจะเก็บมันไว้ชั่วชีวิตของเขาซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ดีอย่างยิ่ง

เป็นครั้งคราวที่เราควรจะปัดกวาดทำความสะอาดจิตวิญญาณของเรา ให้หมดไปจากความรู้สึกขุ่นเคืองและความโกรธแค้นนี้ มิฉะนั้น มันก็จะเป็นเหมือนมะเร็งร้ายที่คอยกัดกร่อนจิตวิญญาณและชีวิตของเราไปเรื่อยๆ

แน่นอน การให้อภัยมิใช่เป็นเรื่องที่ง่าย ไม่ว่าจากมุมมองทางด้านของความเป็นมนุษย์ก็ตาม การรู้จักให้อภัยจะช่วยเราในการผลักดันตัวเองให้ออกจากความรู้สึกขุ่นเคืองและขมขื่น และดังนี้ เราก็จะสามารถมีประสบการณ์แห่งอิสรภาพ ความบันเทาใจและความสะอาดหมดจดของจิตวิญญาณซึ่งจะทำให้เราสามารถอุทิศตัวเราเองให้กับเพื่อนพี่น้องอันสอดคล้องกับความเป็นคริสตชนของเราแต่ละคน

การให้อภัยเป็นยาบำบัดรักษาหัวใจของเรามนุษย์ได้อย่างดีเยี่ยม

การให้อภัยจะทำการอัศจรรย์ให้ผู้ที่ได้รับการอภัยด้วย จะทำให้เขาทั้งสองเป็นอิสระที่จะเดินไปด้วยกันอย่างเพื่อนกับพระเจ้าและกับคนที่เขาได้ทำร้ายหรือถูกทำร้ายด้วย

การให้อภัยเรียกร้องให้มีการเข้าใจความน่าสงสารและความเป็นคนบาปของตนเองอันทำให้เราต้องการการได้รับการให้อภัยจากพระเจ้าและจากเพื่อนมนุษย์ด้วยกันด้วย นี่จะช่วยทำให้เราให้อภัยคนอื่นด้วยความเข้าใจที่ดีและด้วยความสุภาพถ่อมตน

การให้อภัยด้วยคำพูด เป็นสิ่งที่ไม่เพียงพอ...เราต้องให้อภัยด้วยหัวใจ...ตามที่พระวรสารได้กล่าวไว้

เราให้อภัย มิใช่ถ้าหรือเมื่อคนที่ทำร้ายเราเป็นทุกข์เสียใจ ซึ่งเราก็สามารถให้อภัยได้ไม่ยากนัก แต่เราต้องให้อภัย แม้คนที่ทำร้ายเรา จะไม่ยอมเป็นทุกข์เสียใจด้วย แน่นอนซึ่งก็เป็นเรื่องที่ลำบากมากๆ และนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องพึ่งพาพระหรรษทานของพระเจ้า

 การให้อภัยช่วยแผ้วถางหนทางที่เราจะได้รับการให้อภัยจากพระเจ้า อุปสรรคแต่เพียงอย่างเดียวที่เราจะไม่ได้รับการอภัยจากพระเจ้า ก็คือการที่เรายังไม่ยอมให้อภัยคนอื่น

จากบทอ่านที่หนึ่ง หนังสือบุตรสิรา...

“จงให้อภัยเพื่อนบ้านที่ทำผิดต่อท่าน แล้วบาปของท่านจะได้รับการอภัย ...ถ้าผู้ใดสุมความโกรธต่อผู้อื่นไว้ เขาจะขอให้องค์พระผู้เป็นเจ้า ทรงรักษาเขาให้หายได้อย่างไร ถ้าเขาไม่มีเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เขาจะกล้าอธิษฐานภาวนา ขออภัยบาปของตนได้อย่างไร”

สวัสดี...พ่อวีรศักดิ์

เรื่องสั้นบันดาลใจ

คลัง presentation