Get Adobe Flash player

บทสนทนาจากเจ้าอาวาส

คิดสักนิด...สะกิดใจ

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 12 guests and no members online

ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ

ประกาศข่าวอาสนวิหารอัสสัมชัญ

 

1. ขอเชิญสภาภิบาลทุกท่านประชุมพร้อมกัน วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2018 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 บ้านพักพระสงฆ์

     2. ของดมิสซารอบเย็น(17.15 น.) ของวันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน ถึง วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน 2018 (รอบเช้า 06.00 น. มีตามปกติ) เนื่องจากพระสงฆ์เขต 1 ไปสัมมนา
     3. ในโอกาสวันพระคริสตสมภพทางอาสนวิหารได้จัดกิจกรรมรื่นเริง และเกมการกุศลต่างๆ จึงขอเชิญชวนพี่น้องทุกท่านร่วมสนับสนุนของรางวัล และบัตรเล่นเกมคริสตมาสแฟร์ (จำหน่ายราคาใบละ 20 บาท หรือ เล่มละ 200 บาท) ได้ที่ด้านหน้าวัดหรือสำนักงานวัด
     4. โอกาสวันพระคริสตสมภพนี้ พี่น้องท่านใดมีความประสงค์อยากให้คุณพ่อเชิญพระกุมารไปสวดที่บ้าน สามารถแจ้ง และ ลงชื่อได้ที่คุณพ่อทุกท่าน หรือ ที่สำนักงานวัด
ประกาศอื่นๆ
1. พี่น้องสามารถตรวจผลการออกรางวัล บัตรสลากการกุศลของสำนักงานคาทอลิกสงเคราะห์ผู้ประสบภัยและผู้ลี้ภัย (โคเออร์) ได้ที่บอร์ดประชาสัมพันธ์หน้าวัด 
ประกาศแต่งงาน
1. ยอแซฟ วิศิษฎ์ ธรรมสุเมธ & นางสาวรตา สุวรรณรัตน์
จะเข้าพิธีสมรสในวันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน 2018 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 10.00 น.
2. นายนวะ แพรอำพัน & คาทารีนา คัธรินพร ฉัตรบรรยงค์
จะเข้าพิธีสมรสในวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2018 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 10.00 น.
3. อันตน พีรยุกต์ วนาสันติพงศ์ & แคทเธอรีน แห่งซีเอน่า ชัญญณัท วนิชชาวงษ์
จะเข้าพิธีสมรสในวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2018 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 13.00 น.
4. ยอห์น บอสโก ณัฐวุฒิ ภมรศิริโรจน์ & เอลิซาเบธ พรพิมล คำลอย
จะเข้าพิธีสมรสในวันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน 2018 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 13.00 น.
5. นายมนัชกร ดำริพัฒนโชติ & อันนา ชลธิชา ตั้งพงศ์เสถียร
จะเข้าพิธีสมรสในวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน 2018 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 10.00 น.
6. ยอห์น สมิทธิ สุวรรณประทีป & นางสาวรดา นามรัก
จะเข้าพิธีสมรสในวันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2018 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 10.00 น.
7. ปีเตอร์ ปรัชญา พานิชสาส์น & มารีอา สวิตตา ศรีจินดา
จะเข้าพิธีสมรสในวันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม 2018 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 10.00 น.
8. นายฐานิสร์ เพ็ชร์สุข & เทเรซา ปรียานุช สิริวัฒนเสถียร
จะเข้าพิธีสมรสในวันอังคารที่ 4 ธันวาคม 2018 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 11.00 น.
9. จอห์น ปอล ณัฐพงศ์ อยู่ประดิษฐ์ & มารีอา สกาวเดือน สิงห์สวัสดิ์
จะเข้าพิธีสมรสในวันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม 2018 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 10.00 น.
10. นายทิชา สุพานิช & เซซีลีอา วัณนิตา สุทธิจิต
จะเข้าพิธีสมรสในวันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม 2018 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 13.00 น.
 

2017-07-02 ข้อคิดวันสมโภชนักบุญเปโตรและเปาโล อัครสาวก

ข้อคิดวันสมโภชนักบุญเปโตรและเปาโล อัครสาวก

           มธ 16: 13-19ท่าน (นักบุญเปโตร) คือศิลาและบนศิลานี้ เราจะตั้งพระศาสนจักรของเรา...เราจะมอบกุญแจอาณาจักรสวรรค์ให้...

...สำหรับข้าพเจ้า (นักบุญเปาโล) นั้น ชีวิตของข้าพเจ้ากำลังจะถูกถวายเป็นเครื่องบูชาอยู่แล้ว ถึงเวลาแล้วที่ข้าพเจ้าจะต้องจากไป ข้าพเจ้าต่อสู้มาอย่างดีแล้ว ข้าพเจ้าวิ่งมาถึงเส้นชัยแล้ว ข้าพเจ้ารักษาความเชื่อไว้แล้ว ยังเหลืออยู่ก็เพียงมงกุฎแห่งความชอบธรรมซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงพิพากษาอย่างเที่ยงธรรม จะประทานให้ข้าพเจ้าในวันนั้น

ข้อคิด...การสมโภชนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโลในวันนี้ เป็นการเฉลิมฉลองที่เก่าแก่ที่สุดวันหนึ่งของพระศาสนจักร และที่จริงเป็นการสมโภชที่มีมาก่อนการสมโภชพระเยซูเจ้าทรงบังเกิดหรือวันคริสต์มาสเสียอีก...ตั้งแต่ศตวรรษที่สี่มาแล้วที่ในวันสมโภชนี้มีการถวายพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณสามมิสซาด้วยกันคือ ที่มหาวิหารนักบุญเปโตรในนครรัฐวาติกันมิสซาหนึ่ง ที่มหาวิหารนักบุญเปาโล นอกกำแพงเมือง อีกมิสซาหนึ่ง และที่คาตากอมบ์นักบุญเซบาสเตียน ซึ่งเชื่อกันว่าศพของท่านนักบุญอัครสาวกที่ยิ่งใหญ่ทั้งสองท่าน คงจะถูกเก็บซ่อนไว้ ที่นี้เป็นระยะเวลาหนึ่ง อีกมิสซาหนึ่ง

            นักบุญเปโตร เป็นชาวประมงของตำบลเบทไซดาในแคว้นกาลิลี (ลก 5: 3; ยน 1: 44) แต่ว่าต่อมาท่านได้ย้ายมาตั้งหลักแหล่งที่เมืองคาร์เปอร์นาอุม (มก 1: 21.29) นักบุญอันเดร น้องชายของท่าน ได้เป็นคนแนะนำให้ท่านติดตามพระเยซูเจ้า (ยน 1: 42) และอาจเป็นนักบุญยอห์น แบปติสต์ ที่ได้เป็นผู้ตระเตรียมจิตใจของท่านสำหรับการพบปะครั้งสำคัญของท่านกับองค์พระเยซูเจ้า

            พระเยซูเจ้าได้ทรงเปลี่ยนชื่อท่านจากชื่อเดิมซีมอน มาเป็นชื่อใหม่ว่า เปโตร(มธ 16: 17-19; ยน 21: 15-17) เพื่อทำหน้าที่เป็นศิลาฐานรากของพระองค์ที่จะทรงตั้งขึ้นในตัวบุคคลของท่านเอง

            นักบุญเปโตร เป็นพยานบุคคลแรกๆที่ได้แลเห็นพระคูหาว่างเปล่าของพระอาจารย์ (ยน 20: 6) และได้รับการประจักษ์มาให้เห็นขององค์พระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ (ลก   23:34)

            หลังจากที่พระเยซูเจ้าได้เสด็จขึ้นสวรรค์แล้ว ท่านก็ทำหน้าที่เป็นผู้นำบรรดาคริสตชน (กจ 1: 15; 15: 7) และได้เป็นคนกล่าวสรุปข่าวดีของพระเยซูเจ้า (กจ 2: 14-41) และท่านเป็นคนแรกที่ได้แลเห็นความจำเป็นที่จะต้องเปิดพระศาสนจักรของพระเยซูเจ้าไปสู่พวกคนต่างชาติ (กจ 10-11) ภารกิจด้านวิญญาณที่ท่านได้รับมอบหมาย มิใช่ว่าจะช่วยให้ท่านหมดจากสภาพของความเป็นคนธรรมดาๆ หรือจากข้อบกพร่องต่างๆ ทางอารมณ์ก็หาไม่ (ยน 13: 6; 18:10; มธ 14: 29-31) และนักบุญเปาโล เองก็มิได้ลังเลใจแต่อย่างใดที่จะพูดจาต่อว่าท่านเวลาที่พบกันที่เมืองอันติโอ๊ก (กจ 15; กท 2: 11-14) เพื่อโน้มน้าวเชิญชวนท่านว่าไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามแบบของพวกยิว ในเรื่องนี้รู้สึกว่านักบุญเปโตร ยังตัดสินใจช้าและยังถือว่ากลุ่มคริสตชนซึ่งเดิมทีเป็นคนต่างศาสนา ก็ยังด้อยกว่าหรือเป็นรองกลุ่มคริสตชนที่เดิมทีเป็นชาวยิว (กจ 6: 1-2)  ต่อเมื่อนักบุญเปโตรได้มาที่กรุงโรมแล้ว เมื่อนั้นแหละท่านจึงจะได้กลายเป็นอัครธรรมทูตของทุกๆคน และได้ทำหน้าที่ของท่านอย่างครบถ้วนคือเป็น ศิลาหัวมุม ของพระศาสนจักรของพระเยซูเจ้า โดยรวมชาวยิวและคนต่างศาสนาให้เข้ามาอยู่ภายในร่างกายเดียวกัน คือในพระกายทิพย์ขององค์พระเยซูเจ้า และท่านได้ประทับตราภารกิจหน้าที่นี้ ด้วยการหลั่งโลหิตของท่านตามแบบอย่างของพระอาจารย์

            นักบุญเปาโล หลังจากที่ได้กลับใจในระหว่างทางที่มุ่งไปสู่กรุงดามัสกัสแล้ว ก็ได้เดินทางไปในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเป็นจำนวน 3 ครั้งด้วยกันที่ถือว่าเป็นครั้งสำคัญๆ การเดินทางครั้งแรกของท่านนั้นมีนักบุญบาร์นาบัส ร่วมเดินทางไปด้วย (กจ 13-14) โดยออกเดินทางจากเมืองอันติโอ๊ค หยุดพักที่เกาะไซปรัสแล้วก็เดินทางผ่านประเทศตุรกีในปัจจุบันนี้

            หลังจากการประชุมของบรรดาอัครสาวกที่กรุงเยรูซาเลมแล้ว ท่านก็ได้เริ่มการเดินทางครั้งที่สอง ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้ ได้รับการขอร้องจากบรรดาอัครสาวกทั้ง 12 อย่างเป็นทางการ (กจ 15: 36-18: 22) ท่านได้เดินทางผ่านดินแดนตุรกี เข้าสู่ยุโรปพร้อมกับนักบุญลูกา และได้ตั้งกลุ่มคริสตชนขึ้นที่แคว้นฟิลิปปี (ประเทศกรีก) แล้วเดินทางไปประกาศพระวรสารใหม่อีกครั้งหนึ่งที่กรุงเอเธนส์ (ประเทศกรีก) แต่ว่าภารกิจของท่านต้องหยุดชะงักลงต่อหน้าบรรดานักปรัชญาชาวกรีก แต่ที่เมืองโครินธ์ ท่านได้ตั้งกลุ่มคริสตชนขึ้น ซึ่งภายหลังได้ทำให้ท่านต้องหนักใจมากกว่าที่อื่นๆ จากนั้นก็กลับเข้าสู่เมืองอันติโอ๊ค

            สำหรับการเดินทางครั้งที่สาม นั้น (กจ 18: 23-21, 17) ท่านได้เดินทางไปเยี่ยมกลุ่มคริสตชนต่างๆที่ท่านได้ตั้งขึ้น (ประเทศตุรกี) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคริสตชนที่เมืองเอเฟซัส จากนั้นก็มุ่งสู่ประเทศกรีก ไปเยี่ยมกลุ่มคริสตชนที่เมืองโครินธ์ แล้วข้ามไปเมืองมิเลตุส พลางได้แจ้งให้บรรดาสมณทั้งหลายได้ทราบถึงการทดลองต่างๆที่ท่านกำลังจะได้รับและก็เป็นเช่นนั้นจริงๆคือ หลังจากที่ท่านได้กลับมาที่กรุงเยรูซาเลมได้ไม่นาน ท่านก็ถูกพวกชาวยิวจับและถูกขังคุก (กจ 21) แต่เนื่องจากว่าท่านถือสิทธิเป็นพลเมืองโรมัน จึงได้อุทธรณ์ไปที่กรุงโรม

            และดังนี้ก็เป็นการเริ่มต้นการเดินทางสู่กรุงโรมของท่าน  แต่ว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ เพราะไม่มีอิสรภาพ ท่านถูกควบคุมตัวไว้ (กจ 21-26) ท่านได้ไปถึงกรุงโรมในราวปี 60 หรือ 61 และได้ถูกจองจำอยู่ในคุกจนถึงปี 63 แม้ว่าอยู่ในคุก ท่านก็ได้รับความสะดวกสบายหลายประการ และสามารถติดต่อกับบรรดาคริสตชนที่กรุงโรมได้ ท่านได้เขียนจดหมายจากคุก และต่อมาในปีเดียวกันนั้นเอง ท่านก็ได้รับอิสรภาพ

            อาจจะเป็นไปได้ที่ในช่วงนี้ท่านได้เดินทางเป็นครั้งสุดท้ายไปประเทศสเปน (รม 15: 24-28) หรืออาจจะเดินทางไปเยี่ยมกลุ่มคริสตชนที่ทิโมธีและติตัสศิษย์รัก ปกครองอยู่ นักบุญเปาโลเองได้เขียนจดหมายถึงลูกศิษย์ทั้งสองนี้โดยบอกเป็นนัยๆว่าวาระสุดท้ายของท่านกำลังใกล้เข้ามาแล้ว และท่านได้ถูกจับขังคุกอีกครั้ง

            นักบุญเปโตร ได้ถูกตัดสินประหารชีวิต โดยถูกตรึงกางเขนให้เอาศีรษะลงในสมัยของจักรพรรดิเนโร (13 ตุลาคม 64)

            ส่วน นักบุญเปาโล ได้เป็นมรณสักขีประมาณปี 67 ด้วยการถูกตัดศีรษะ

            นักบุญเปโตร และ นักบุญเปาโล เป็นชื่อสองชื่อที่ผูกพันอยู่กับพระศาสนจักรตลอดไปในธรรมประเพณีของคริสตศาสนาที่ท่านทั้งสองได้มอบให้แก่เราคริสตชนทุกๆคน

สวัสดี...พ่อวีรศักดิ์

เรื่องสั้นบันดาลใจ

คลัง presentation