Get Adobe Flash player

บทสนทนาจากเจ้าอาวาส

คิดสักนิด...สะกิดใจ

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 36 guests and no members online

ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ

ประกาศข่าวอาสนวิหารอัสสัมชัญ

1. ขอเชิญพี่น้องร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณโอกาสวันตรุษจีน ในวันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 2019 เวลา 09.00 น. (งดมิสซารอบ 06.00 น. และ รอบ 17.15 น.)
2. ของดมิสซา ตั้งแต่รอบเย็น(17.15 น.) ของวันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ ถึง รอบเย็น(17.15 น.) ของวันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ 2019 เนื่องจากพระสงฆ์ไปเข้าเงียบ
ประกาศแต่งงาน
1. นายปกรวิช อ่อนประไพ & มารีอา วรัญญา น้ำสมบูรณ์
จะเข้าพิธีสมรสในวันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2019 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 10.00 น.
2. ยอแซฟ กฤชพล ใจจงรักษ์ & นางสาวณัฐรัตน์ จิระกิจเจริญ
จะเข้าพิธีสมรสในวันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2019 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 13.00 น.
3. นายอภินันท์ นิธิวานิช & เทเรซา วิรัลยุพา วงษ์ชีร์
จะเข้าพิธีสมรสในวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2019 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 13.00 น.
4. นายฐิตพัฒน์ เงินสุทธิวรกุล & เทเรซา วาริณี ศรีมหาโชตะ
จะเข้าพิธีสมรสในวันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2019 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 10.00 น.
5. นายพิทยุตม์ พลกายนุวัตร & เทเรซา ปิ่นกาญจน์ พรพิรุณรัตน์
จะเข้าพิธีสมรสในวันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2019 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 13.00 น.
6. นายสมเกียรติ กิจวงศ์วัฒนะ & มารีอา วรรษชล ธรรมวัน
จะเข้าพิธีสมรสในวันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2019 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 10.00 น.
7. หลุยส์ เอก จิตรถเวช & นางสาวรัตน์สิริ วิทยกมล
จะเข้าพิธีสมรสในวันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2019 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 13.00 น.
8. ยอห์น ปอล อดิสรณ์ ตั้งสัจจธรรม & นางสาวสุวาทินี เจริญผล
จะเข้าพิธีสมรสในวันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2019 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เวลา 13.00 น. 
 
 
 
...สุขสันต์วันตรุษจีน...

 

2016-11-27 ใจเมตตา

สวัสดีครับพี่น้องที่รักขอต้อนรับเข้าสู่ปีพิธีกรรมใหม่นั่นคือปีA และเริ่มต้นปีด้วยเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า(Advent) เทศกาลนี้เป็นช่วงเวลาของเตรียมจิตใจด้วยการสำนึกผิดกลับใจและใช้โทษบาปจากสิ่งไม่ดีต่างๆเพราะเราตระหนักดีว่าพระกุมารเจ้าเสด็จลงมาบังเกิดเพื่อไถ่บาปให้แก่เราพระคัมภีร์จึงมีการพูดถึงการปรับเนินเขาให้ราบเรียบหรือการทำให้หลุมบ่อต่างๆในชีวิตให้เติมเต็มเพื่อให้พระกุมารเจ้าสามารถเสด็จมาดำเนินภายในจิตใจของเราได้อย่างสะดวกสบายเปรียบเทียบง่ายๆก็คือหากเรามีบาปก็คล้ายกับการมีเนินเขาก็เอามันออกไปซะ  และหากเรามีอะไรที่ยังไม่ได้ทำก็เท่ากับหลุมเป็นบ่อก็ถมให้เต็มช่วงเวลานี้พระศาสนจักรจึงเตือนใจคริสตชนเป็นพิเศษให้ดำเนินชีวิตด้วยความหวังให้รู้จักรักรู้จักให้อภัยสวดภาวนาเชื่อมั่นและไว้วางใจในพระเป็นเจ้าและพร้อมที่จะให้และแบ่งปันความสุขให้แก่กันและกันเพื่อทำให้เราสามารถพบกับพระเจ้าได้ในชีวิตของเรา

พี่น้องครับเมื่อกล่าวถึงการให้และการแบ่งปันความสุขให้แก่กันและกันโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนทำให้พ่อคิดถึงเรื่องหนึ่งที่งดงามที่เกิดขึ้นเมื่อหลายร้อยปีก่อนของบุรุษที่ยิ่งใหญ่2 ท่านคืออิกนาซีเจปาดีริวสกีรัฐมนตรีของประเทศโปแลนด์และเฮอร์เบิร์ตฮูเวอร์ประธานธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกา....

ในปีค.ศ.1892 ณมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดสหรัฐอเมริกานักเรียนหนุ่มวัย18 ปีคนหนึ่งซึ่งเป็นเด็กกำพร้ายากจนและไม่ทราบว่าจะหันไปทางไหนเพื่อหาเงินมาชำระค่าเล่าเรียนให้กับตนเองที่มหาวิทยาลัยเขากับเพื่อนจึงตัดสินและตกลงกันว่าจะจัดงานดนตรีคอนเสิร์ตขึ้นในมหาวิทยาลัยเพื่อหาเงินเป็นทุนการศึกษาเล่าเรียนให้กับตนเอง

พวกเขาได้เชิญนักเปียโนผู้หนึ่งที่มีชื่อเสียงมาเป็นผู้เปิดการแสดงคอนเสิร์ตโดยนักเปียโนนั้นมีชื่อว่า"อิกนาซีเจปาดีริวสกี"

ผู้จัดการของคุณปาดีริวสกีเรียกร้องค่าจัดการแสดง2,000 ดอลลาร์ทั้งสองฝ่ายตกลงทำสัญญากัน...แต่แล้วสวรรค์ก็ไม่เมตตาหนุ่มน้อยทั้งสองขายบัตรได้ไม่มากนักและเมื่อรวบรวมเงินที่ขายบัตรได้ทั้งหมดแล้วพวกเขาได้เงินมาเพียง1,600 ดอลลาร์เท่านั้นภายหลังการแสดงจบสิ้นลงพวกเขาไปหา

ปาดีริวสกีชี้แจงความจริงให้ทราบพวกเขายกเงินที่ขายบัตรได้ทั้งหมดแก่ปาดีริวสกีพร้อมเช็คอีก1 ใบเป็นเงิน400 ดอลลาร์และสัญญาว่าจะหาเงินเข้าบัญชีให้เร็วที่สุด

ปาดีริวสกีกล่าวว่า"นี่เป็นเรื่องที่ผมยอมรับไม่ได้นะครับ"เขาฉีกเช็คใบนั้น(ที่ยังไม่มีเงิน) แล้วคืนเงิน1,600 เหรียญให้แก่หนุ่มน้อยทั้งสองคนพร้อมกับบอกว่า"พวกคุณหักค่าใช้จ่ายในการจัดการแสดงให้ครบก่อนแล้วเก็บเงินจำนวนที่คุณต้องจ่ายค่าเทอมเอาไว้เหลือเงินเท่าไรคุณค่อยมอบให้แก่ผมนะครับ"

แม้มันจะเป็นความเมตตาเพียงเล็กน้อยแต่การกระทำของปาดีริวสกีก็เป็นเครื่องบ่งชี้ได้ว่าเขาเป็นคนดีและมีจิตใจเมตตาต่อผู้อื่นซึ่งในความเป็นจริงเราทุกคนคงเคยเจอสถานการณ์เช่นนี้มาบ้างแล้วในชีวิตจริงของเราและส่วนใหญ่พวกเรามักจะคิดกันว่า"ถ้าเราช่วยเขาแล้วเราจะได้อะไรตอบแทน"แต่คนดีนั้นจะคิดว่า"ถ้าเราไม่ช่วยเขาแล้วพวกเขาจะเป็นอย่างไร"พวกเขาให้ความช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่คาดหวังสิ่งตอบแทนพวกเขาทำไปเพราะรู้สึกว่า“เป็นสิ่งที่สมควรต้องทำ

ต่อมาปาดีริวสกีได้กลายเป็นนายกรัฐมนตรีของโปแลนด์ในสงครามโลกครั้งที่1 ประชากรโปแลนด์อดอยากและหิวโหยรัฐบาลไม่มีเงินพอจะซื้ออาหารมาเลี้ยงดูประชาชนปาดีริวสกีจึงตัดสินใจร้องขอความช่วยเหลือไปยังองค์การอาหารเพื่อการบรรเทาทุกข์แห่งสหรัฐอเมริกาหัวหน้าองค์การนี้ชื่อเฮอร์เบิร์ตฮูเวอร์(ซึ่งต่อมากลายเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ)

ฮูเวอร์ส่งเรือบรรทุกอาหารไปยังโปแลนด์พลิกสถานการณ์ภัยพิบัติได้ในช่วงเวลาอันสั้นปาดีริวสกีจึงตัดสินใจเดินทางไปสหรัฐฯเพื่อขอบคุณฮูเวอร์ด้วยตนเองเมื่อเขาเริ่มกล่าวคำขอบคุณฮูเวอร์ก็ตัดบทเขาโดยกล่าวว่า"ท่านนายกรัฐมนตรีครับท่านไม่ต้องขอบคุณผมเลยนะครับท่านอาจจำเรื่องราวไม่ได้แล้วแต่หลายปีก่อนท่านได้ช่วยนักเรียนหนุ่มสองคนให้ได้เรียนในมหาวิทยาลัย

...ผมเป็นหนึ่งในสองคนนั้นครับ" (ที่มา: https://propelsteps.wordpress.com/2013/05/13/a-true-story-happened-in-1892-at-stanford-university/)

          พี่น้องครับในโลกแห่งความจริงก็เป็นแบบนี้แหละ“สิ่งใดที่เราเคยทำสิ่งนั้นก็จะย้อนกลับมาหาเราแบบไม่รู้ตัวหากเราให้ความดีเราก็จะได้รับความดีความรักและมิตรภาพกลับคืนมาและหากเราให้การอภัยเราก็จะได้รับความสุขและการคืนดีดังนั้นจึงขอเชิญชวนให้พี่น้องดำเนินชีวิตในเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้านี้ด้วยความหวังและเตรียมตัวเตรียมใจของเราให้พร้อมเพื่อพบกับพระเจ้าในชีวิตของเรา

...คุณพ่อปลัด...

เรื่องสั้นบันดาลใจ

คลัง presentation