Get Adobe Flash player
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.007gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.011gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.012gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.005gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.003gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.009gk-is-87.jpglink
http://assumption-cathedral.com/modules/mod_image_show_gk4/cache/header.008gk-is-87.jpglink
«
»
Loading…

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

กระดานสนทนา

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 69 guests and no members online

บรรณฐาน

แนวคิดทั่วไปในเรื่องศิลปะพิธีกรรม

  ที่มา...คณะอนุกรรมการฝ่ายศิลปะในพิธีกรรม  

1.2  บรรณฐาน   (Lectern)

คำว่า  "Lectern" (บรรณฐาน) หมายถึง  "ที่ยกสูขึ้น" (มาจากคำกริยาภาษากรีก  Anabainein  ซึ่งแปลว่า  "ก้าวขึ้นข้างบน") ซึ่งใช้เป็นที่ประกาศบทอ่านจากพระคัมภีร์  ในระหว่างพิธีกรรม ในพิธีบูชาขอบพระคุณ  พระแท่น และบรรณฐาน เป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม 2  อย่าง ซึ่งบ่งบอกให้เราทราบว่า  พิธีกรรมมี 2  ภาค เรารู้จักกันโดยทั่วไปว่า ภาควจนพิธีกรรม และภาคบูชาขอบพระคุณ พระสมณกฤษฎีกาของสังคายนาว่าด้วยการเผยแสดงของพระเจ้ายืนยันว่า "พระศาสนจักร  แสดงคารวกิจต่อพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์เสมอเช่นเดียวกับที่ปฏิบัติต่อพระกายของพระคริสตเจ้า  เฉพาะอย่างยิ่งในพิธีกรรม  พระศาสนจักรหล่อเลี้ยงชีวิตของตนเองโดยไม่หยุดหย่อนด้วยปังแห่งชีวิต  จากโต๊ะพระวาจา  และโต๊ะแห่งพระกายของพระคริสตเจ้า  และหยิบยื่นปังนี้ให้แก่สัตบุรุษ"(D.V.21)  ดังนั้น ความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างบรรณฐาน "โต๊ะทั้ง  2"  จะต้องเป็นแนวทางช่วยสถาปนิกและศิลปินในการออกแบบก่อสร้าง โดยเน้นความสัมพันธ์ต่อกัน  ระหว่างองค์ประกอบทั้ง 2  ประการนี้ ให้ปรากฏมา ในรูปแบบทางศิลปกรรมอย่างเด่นชัดด้วย

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา  มีการสร้างบรรณฐาน ด้วยรูปทรงและเทคนิคทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันไป ตามความเป็นมาทางประวัติศาสตร์  จุดที่วางบรรณฐานภายในอาคารโบสถ์ ก็มีวิวัฒนาการแตกต่างกันไป ตามความเป็นมาทางประวัติศาสตร์  จุดที่จัดวางบรรณฐานภายในอาคารโบสถ์  ก็มีวิวัฒนาการแตกต่างกันไป  แนวทางจากเอกสาร General  Instruction กำหนดประโยชน์ใช้สอยของบรรณฐานไว้อย่างชัดเจนว่า "โดยปรกติ  บรรณฐานควรเป็นแบบติดตั้งถาวรตายตัว  และไม่ใช่ที่อ่านชนิดยกได้ แต่ทั้งนี้ ขึ้นกับโครงสร้างของโบสถ์ด้วย บรรณฐานควรจะอยู่ในจุดที่สัตบุรุษสามารถเห็นผู้อ่าน  และได้ยินเสียงของเขาชัดเจน" (I.G.272)

บรรณฐานเป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมในโบสถ์ ซึ่งจัดสร้างขึ้นในลักษณะที่พิเศษและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แสดง ให้ปรากฏชัดเจนว่าเป็น  ที่ประทับของพระวาจาพระเจ้า  เช่นเดียวกับพระแท่นและบรรณฐาน ไม่ถือเป็นเพียงแค่องค์ประกอบตกแต่งภายใน  แต่ถือเป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม   และโครงสร้างส่วนอื่นๆ ภายในโบสถ์ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องคลุมบรรณฐานด้วยผ้าประดับ หรือเครื่องตกแต่งอื่นๆ การประดับประดาบรรณฐานด้วยการจัดดอกไม้แบบเรียบๆ ก็เพียงพอที่จะทำให้ดูโดเด่น  แต่ควรหลีกเลี่ยงการตกแต่งที่บดบัง หรือเกะกะกีดขวาง ทำให้ไม่สะดวกในการเข้าไปยืนอ่านบทอ่าน ควรให้ความสนใจในการใช้ไฟส่องลงมายังที่บรรณฐานอย่างเหมาะสม  เพื่อช่วยเสริมให้ที่ชุมนุมสามารถมองเห็นได้  ชัดยิ่งขึ้น และทำให้ผู้อ่านเองสามารถมองเห็นบทอ่านได้ชัดเจนด้วย

มีโบสถ์หลายแห่งที่ปราศจากบรรณฐานชนิดติดตั้งตายตัวแต่กลับมีที่อ่านชนิดย้ายได้ 2  อัน อันหนึ่งใช้อ่านบทอ่าน  อีกอันหนึ่งประธานใช้วางหนังสือมิสซาฯ ตรงที่นั่งของประธาน  บางแห่งมีอันที่ 3  สำหรับพิธีกรด้วย  จึงเกิดคำถามว่า ในบรรดาที่อ่านเหล่านี้อันใด  คือ ที่แระทับของพระวาจาของพระเจ้า  เพราะหลายครั้งทีเดียว ที่อ่านเหล่านี้มีรูปแบบและขนาดพอๆกัน หากในโบสถ์ใดไม่มีบรรณฐานชนิดติดตั้งตายตัว  อย่างน้อยก็ขอให้จัดแยกที่ประกาศพระวาจาของพระเจ้า  ออกจากโครงสร้างอื่นๆ ซึ่งมีบทบาทหน้าที่คล้ายคลึงกัน (นั่นคือเป็นที่วางหนังสือ) แต่บทบาทในการเป็นสัญลักษณ์ทางพิธีกรรมแตกต่างกัน

ชนิดต่างๆ  ของ J.Aldazabal ในเรื่องนี้น่าฟังทีเดียว "การอ่านหนังสือทั่วไปจะอ่านจากที่วางหนังสืออันไหนแบบใดก็มีค่าเท่ากัน แต่การประกาศพระวาจาของพระเจ้าให้ชุมชนผู้มีความเชื่อรับฟังย่อมมีความหมายมากกว่าอย่างแน่นอน  หากกระทำ  ณ สถานที่ที่จัดขึ้นไว้เฉพาะและมีศักดิ์ศรี  ในฐานะเป็นบัลลังก์แห่งปรีชาญาณที่พระเจ้าประทับอยู่และตรัสกับเราในฐานะพระอาจารย์ แต่เพียงผู้เดียวของเรา นั่นคือองค์พระคริสตเจ้า  ผู้ทรงเป็นพระวาจาของพระเจ้า ที่มาจากเบื้องบน มนุษย์ไม่ได้คิดประดิษฐ์ขึ้น  หรือแต่งเติมเพิ่มเอาเอง เป็นพระวาจา  ที่ถ่ายทอดมาถึงเราโดยทางพระศาสนจักร ผู้เป็นคนกลางระหว่างเรากับพระเจ้า  หาใช่ความคิดริเริ่มส่วนบุคคลไม่

ส่วนเรื่องประโยชน์ใช้สอยของบรรณฐาน ควรระลึกไว้เสมอว่า บรรณฐาน  คือที่อ่านและประกาศพระวาจาของพระเจ้า  จะต้องจัดให้มีบรรณฐาน 1  อันเพื่อการนี้ เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่พระวาจาของพระเจ้าอย่างเหมาะสม ในโบสถ์จึงควรจัดให้มีสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการประกาศพระวาจา เพื่อให้ความสนใจของสัตบุรุษมุ่ง  ณ ที่นั้นในระหว่างวจนพิธีกรรม  เช่นเดียวกับพระแท่น บรรณฐานควรได้รับการออกแบบและสร้างขึ้นอย่างงดงาม  ใช้วัสดุคงทนและมีคุณค่า มีสัดส่วนเหมาะสม ใช้รูปทรงศิลปะที่สอดคล้องกับพระแท่น  และงานออกแบบตกแต่งส่วนอื่นๆ ภายในโบสถ์นั้นให้มีความประสานกลมกลืนกัน  เวลาเดียวกันให้มีรูปทรงเหมาะกับประโยชน์ใช้สอย  บรรณฐานเป็นสัญลักษณ์ของการประทับอยู่ของพระเจ้าท่ามกลางประชากรของพระองค์ในพระวาจาที่ได้รับการประกาศ

บรรณฐานมีไว้เพื่อบทอ่าน  บทสดุดี เอกสาร Genneral Instruction  อนุญาตให้ใช้เป็นที่เทศน์  และเป็นที่สำหรับ  สวดภาวนาเพื่อมวลชนด้วย  (I.G.272)  กระนั้นก็ตาม  การเทศน์น่าจะกระทำ  ณ ที่นั่งของประธานมากกว่า(I.G.97)  เอกสารฉบับนี้พูดไว้ชัดเจนว่า  "บรรณฐาน" ไม่เหมาะสำหรับใช้กับพิธีกร นักร้องนำ  และผู้นำขับร้อง (เทียบ.G.272)  การใช้บรรณฐานผิดวัตถุประสงค์  เป็นการลดบทบาทของบรรณฐานให้ลดน้อยลง บทบาทในฐานะเป็น "สื่อสัญลักษณ์"  ซึ่งบรรณฐานจะต้องสื่อคุณค่าเหล่านั้นไปยังผู้ร่วมชุมนุมในพิธีกรรม

อนึ่ง  ในเรื่องการอัญเชิญพระคัมภีร์มาประดิษฐานในโบสถ์หรือ  Bible Enthronement นั้นจะต้องเข้าใจว่า หนังสือที่ใช้ในพิธีกรรม  คือหนังสือ  "บทอ่าน"  หรือ  "หนังสือพระวรสาร" และไม่ใช่  "หนังสือพระคัมภีร์"เพราะหนังสือพระคัมภีร์ไม่ใช่หนังสือที่ใช้ในพิธีกรรม ดังนั้น  บริเวณพระแท่นจึงเป็นสถานที่ที่ไม่เหมาะสมจะอัญเชิญหนังสือพระคัมภีร์มาประดิษฐาน ในธรรมนูญว่าด้วยพิธีกรรมข้อ 7 และข้อ 33 เมื่อพูดถึงการประทับอยู่ของพระคริสตเจ้าในพระวาจานั้นจะหมายถึง "การอ่านพระวาจา" มากกว่า  "หนังสือพระคัมภีร์" ซึ่งได้อัญเชิญข้อความจากพระคัมภีร์ออกมาอ่าน  บรรณฐานที่มีหนังสือพระวรสาร หรือหนังสือบทอ่านวางอยู่เป็นเครื่องหมายถึง การประทับอยู่ของพระเยซูเจ้าชัดเจนเพียงพออยู่แล้ว ดังนั้นวิธีในการประดิษฐานหนังสือพระคัมภีร์ด้านตรงข้ามของตู้ศีล   อาจทำให้เข้าใจผิดไปว่ามีการประทับอยู่ของพระเยซูเจ้าอย่างแท้จริง(Real Presence)  ใน  "หนังสือ"