ปล่อยมันไว้ปีนี้อีกสักปีหนึ่งเถิด
พระวาจาวันนี้ประกอบด้วยเหตุการณ์ 2 เรื่องเกี่ยวกับการตัดสิน และนิทานเปรียบเทียบ 1 เรื่องสอนเกี่ยวกับความอดทนและความรักของพระเจ้า
เหตุการณ์ 2 เรื่องเป็นสิ่งที่พระเยซูเจ้ายกขึ้นมาเตือนใจบรรดาชาวยิว เรื่องแรกเป็นเหตุการณ์ที่ทหารของปิลาตฆ่าบรรดาชาวกาลิลีที่ไปถวายบูชา ส่วนอีกเหตุการณ์หนึ่งดูเหมือนว่าเป็นอุบัติเหตุ เมื่อได้ยินเรื่องเหล่านี้ ผู้ฟังอาจจะหวังว่าจะได้ยินคำกล่าวไว้อาลัยหรือความเห็นใจจากพระเยซูเจ้า แต่พระองค์ยกเหตุการณ์นี้มาเพื่อเตือนใจบรรดาผู้ฟังให้ระวังการความตายที่อาจจะเกิดขึ้นจากสาเหตุต่างๆ
พระเยซูเจ้ากำลังบอกผู้ฟังว่าเหตุการณ์น่าสลดที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้มีสาเหตุมาจากบาปของผู้ที่ได้รับผลกระทบ แต่ให้มองความไม่แน่นอนของชีวิต และขอร้องว่า “ถ้าท่านไม่กลับใจเปลี่ยนชีวิต ทุกท่านจะพินาศไปเช่นเดียวกัน”
นิทานเปรียบเทียบเรื่องต้นมะเดือเทศที่ไม่ออกผลแม้จะปลูกมาสามปีแล้ว (ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการสาปแช่งต้นมะเดือนใน มก 11:12-14)
หนังสือเลวีนิติไม่ให้เก็บผลจากต้นไม้ที่เพิ่งปลูกในสามปีแรก (เทียบ ลนต 19:23-24) ในปีที่สี่ให้ผลของต้นไม้นั้นเป็นผลแรกที่ต้องถวายแด่พระเจ้า และเจ้าของต้นไม้จะเก็บผลของต้นไม้นั้นได้ตั้งแต่ปีที่ห้าเป็นต้นไป ซึ่งเราไม่รู้ว่าต้นมะเดื่อที่ว่านี้มีอายุเท่าไร อาจจะเป็นสามปีต่อเนื่องแล้วที่มันไม่ออกผล และเจ้าของก็หวังจะเก็บผลจากมัน
เป็นคนสวนที่ขอร้องให้ “ปล่อยมันไว้ปีนี้อีกสักปีหนึ่งเถิด ผมจะพรวนดินรอบต้นใส่ปุ๋ย ดูซิว่าปีหน้ามันจะออกผลหรือไม่ ถ้าไม่ออกผล ท่านจะโค่นทิ้งเสียก็ได้” (ลก 13:8-9)
สามปีที่ไม่ออกเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ถึงกระนั้นก็ไม่เสียหายที่จะลองอีกสักปีหนึ่ง คนสวนต้องการให้โอกาสโดยการดูแลอย่างดีแล้วค่อยมาดูกันว่าผลจะเป็นอย่างไร ซึ่งในเรื่องเล่านี้ก็ไม่ได้บอกว่าที่สุดแล้วต้นไม้นี้เกิดผลหรือไม่
ชีวิตคริสตชนได้รับโอกาสจากพระเจ้าเสมอ และโอกาสที่ได้รับนั้นมักเป็นโอกาสดีที่พระเจ้าจะพรวนดินใส่ปุ๋ยในชีวิตของเรา แต่อย่าลืมว่าโอกาสที่ได้รับนั้นมีเวลาจำกัด
เพราะถ้าไม่ออกผล เราอาจจะถูกโค่นทิ้งเมื่อใดก็ได้
…ลาซารัส…